For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

[Road Test] Porsche Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo ขับสนุก สุขสบายทุกการเดินทาง

5 / 5

Overview Of Car

เอสเตทสไตล์สปอร์ต 4+1 ที่นั่ง มาพร้อมกับความหรูหรา กว้างขวาง และความสะดวกสบายแบบจัดเต็ม การขับขี่ทั่วไปยอดเยี่ยม การควบคุมดีงาม ห้องโดยสารเงียบกริบ นี่คือยนตรกรรมที่จะช่วยยกระดับการเดินทางของคุณให้มีความสุขยิ่งขึ้น ราคา 9,500,000 บาท

Body Style:Estate
Description:5 ประตู, 4+1 ที่นั่ง, พร้อมห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่
Engine:เบนซิน V6 2.9 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Consumption:40 กม./ลิตร
Fuel Type:เบนซิน
Make:Porsche
Max Power:462 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
Max Torque:700 นิวตันเมตร ที่ 1,100-4,500 รอบต่อนาที
Model:Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo
Price Guide:9,500,000 บาท
Release Date:มกราคม 2018
0-100 km/h:4.6 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ PDK 8 สปีด
Like

ข้อดี

  • รูปลักษณ์สปอร์ตทันสมัย มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง เงียบ และวิ่งได้ไกลสุด 51 กม. ในโหมดไฟฟ้าล้วน
  • การควบคุมยอดเยี่ยม อัตราเร่งดี พวงมาลัยคมกริบ
  • ช่วงล่างนุ่มนวล ปรับค่าได้หลากหลายระดับ
  • ห้องเก็บสัมภาระกว้างขวาง พื้นราบเสมอขอบกันชนหลัง
Dislike

ข้อด้อย

  • เบาะกลางด้านหลังมีขนาดเล็ก ไม่มีที่วางเท้า เหมาะสำหรับนั่งชั่วคราว
  • พื้นที่ของห้องโดยสารตอนหลังค่อนข้างกระชับ คนตัวใหญ่อาจนั่งไม่สบาย

               เราเคยทดสอบ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo แบบเต็มสูบไปแล้วที่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ แน่นอนว่าสมรรถนะของรถไม่มีอะไรให้ครหา การขับขี่ การควบคุม อัตราเร่ง ช่วงล่าง พวงมาลัย เบรก ทุกอย่างยอดเยี่ยมที่สุด แต่นั่นเป็นการทดสอบแบบจริงจังในสนาม การขับขี่บางอย่างคงไม่สามารถทำได้บนถนนปกติ หลายท่านจึงอาจเกิดคำถามว่าแล้วการขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวันล่ะจะเป็นอย่างไร? ดังนั้นเรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน

               เป็นโอกาสดีมากที่ปอร์เช่ไทยแลนด์ชวนเรามาขับ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo อีกครั้งแบบ วัน เดย์ ทริป ในเส้นทางไม่ใกล้ไม่ไกล กรุงเทพ – อยุธยา เน้นการขับขี่ทั่วไปทั้งถนนในเมืองและถนนนอกเมือง คราวนี้เราจะได้สัมผัสสปอร์ตคาร์ในคราบรถครอบครัวคันนี้อย่างใกล้ชิดมากกว่าเดิม

นิสัยสุภาพเรียบร้อย

                เริ่มต้นออกเดินทางจากศูนย์บริการ เอเอเอสฯ วิภาวดีรังสิต มุ่งหน้าสู่จังหวัดอยุธยา การขับขี่ในช่วงนี้ต้องฝ่าฟันกับการจราจรที่หนาแน่นบนถนนวิภาวดีรังสิตแต่ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo ก็ทำให้เรารู้ว่าความสงบสุขบนท้องถนนที่แท้จริงเป็นอย่างไร เราสัมผัสได้ถึงความสุภาพนุ่มนวลที่รถมอบให้ในทุกอิริยาบทไม่ว่าจะเร่ง เบรก หรือเปลี่ยนเลน ประกอบกับเสียงรบกวนภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาน้อยมากๆ

                เราเลือกขับโหมด Hybrid Auto เน้นขับขี่ง่าย สบายๆ เครื่องยนต์สลับการทำงานระหว่างน้ำมันกับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นระยะแต่เราแทบไม่รู้สึกเลยว่ามันสลับระบบกันตอนไหน การส่งต่อกำลังของเกียร์แต่ละเกียร์ราบเรียบไม่มีรอยต่อให้รู้สึก ชวนให้เรานึกถึงการขับขี่ซีดานหรูรระดับเรือธงที่มีแต่ความสะดวกสบายขั้นสุด แม้คาแร็กเตอร์ของรถในโหมดนี้จะสุภาพนุ่มนวลแต่ก็ใช่ว่าจะอืดอาด เพียงแค่กดคันเร่งลึกขึ้นหน่อยหรือคิ๊กดาวน์ รถก็จะดึงคุณให้หลังติดเบาะอย่างรวดเร็ว

                ตามสเปกแล้ว Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนหรือ E-POWER ได้ราว 25-51 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพียงพอต่อการขับขี่ระยะทางใกล้ๆ ในเมือง ซึ่งจะช่วยคุณประหยัดค่าน้ำมันได้อีกมากเมื่อต้องเจอกับการจราจรที่แออัด เราได้ลองขับโหมดนี้สั้นๆ รู้สึกได้เลยว่าระบบไฟฟ้าของรถไม่ได้เชื่องช้าอย่างที่คิดและก็เงียบมาก

                ช่วงล่างถุงลมของ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo ทำงานอย่างขยันขันแข็ง มันป้องกันแรงสะเทือนไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราแทบจะไม่รู้สึกเมื่อขับผ่านรอยปะถนนหรือเส้นจราจร ขับผ่านคอสะพานหรือเจอถนนที่เป็นลอนคลื่นก็ยังนุ่มนวลแม้ว่ารถที่เราทดสอบจะมาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้วก็ตาม นอกจากนี้เรายังรู้สึกว่ามันเกาะถนนดีมาก สังเกตได้จากการเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็วหรือการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงที่แทบจะไม่มีการโยนให้รู้สึกและยังนิ่งสนิท

                พวงมาลัยของ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo มีน้ำหนักดี มันจะเริ่มหนืดขึ้นตามความเร็วที่ใช้ นอกจากนี้ยังเฉียบคมและแม่นยำ ถ้าขับในโหมด Sport พวงมาลัยจะตอบสนองรวดเร็วและหนืดกว่าปกติเล็กน้อย ทำให้ขับขี่ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ระบบเบรกที่ให้มามีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วดังนั้นหมดห่วงได้ ไม่ต้องเหยียบลึกมากรถก็จะเริ่มหน่วง โดยรวมแล้วก็ยังคงเน้นไปที่ความนุ่มนวลเป็นหลัก

ไม่ทิ้งลายรถสปอร์ต

                เมื่อหลุดพ้นจากการจราจรที่แออัด เราก็ได้ยืดเส้นยืดสายเจ้าสปอร์ต 5 ประตูคันนี้ ข้อดีของ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo คือโหมดการขับขี่ที่มีให้เลือกถึง 5 โหมด ได้แก่ E-Power, Hybrid, Sport, Sport Plus และ Individual โดยปรับได้ที่ปุ่มหมุนเล็กๆ ข้างพวงมาลัย คุณสามารถปรับเซ็ตโช๊คอัพได้ทั้ง Comfort และ Sport ตลอดจนปรับความสูง-ต่ำของตัวรถได้ ตรงนี้ใครอยากลิ้มลองรสชาติแบบไหนก็สามารถตั้งค่ากันได้ตามใจชอบ ลูกเล่นอีกอย่างที่เราชอบคือ Active Spoiler ที่จะยกขึ้นอัตโนมัติเมื่อความเร็วเกิน 170 กม./ชม สามารถกดสั่งให้มันทำงานที่ความเร็วต่ำกว่านั้นได้ผ่านปุ่มที่หน้าจอกลาง

                การขับขี่บนถนนนอกเมืองทำให้เราประทับใจเป็นอย่างยิ่งเพราะรถให้การตอบสนองที่เยี่ยม เครื่องยนต์ลูกผสม เบนซิน V6 2.9 ลิตร ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พลังรวม 462 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เรียกว่าเหลือๆ สำหรับการขับขี่ทั่วไป เกียร์ PDK 8 สปีด ส่งกำลังลงสู่ล้อทั้ง 4 อย่างชาญฉลาดและนุ่มนวลทุกจังหวะ ขุมพลังชุดนี้ทำให้การขับรถยาว 5 เมตรไม่รู้สึกน่าเบื่อเมื่อต้องเดินทางไกล ให้อัตราเร่งดีงาม มีความกระฉับกระเฉงและคล่องตัวเหมือนเป็นรถเล็ก

                เนื่องจาก Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo มาพร้อมกับระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตที่พ่วงเทคโนโลยีทันสมัยมากมาย อาทิ ระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง, ระบบควมคุมการทรงตัว PASM, ระบบควมคุมเสถียรภาพ PDCC Sport และระบบ PTV Plus ซึ่งทุกระบบจะทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการขับขี่ทุกรูปแบบ ที่ความเร็วเดินทาง 110-130 กม./ชม. เราจึงขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ให้ทั้งความหนึบ มั่นคง และนุ่มนวลทุกการบังคับควบคุมทั้งทางตรงและทางโค้ง ประกอบกับระบบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม เสียงรบกวนจากลมและถนนที่เงียบสนิท และระบบเบรกที่ไว้ใจได้ ทำให้รถคันนี้ขับสนุกจนไม่อยากปล่อยมือจากพวงมาลัย

                ถ้าเปรียบเป็นคน Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo คือคนที่มีสองบุคลิกในเวลาต่างกัน บุคลิกแรกคือสุภาพบุรุษมาดเนี๊ยบที่มีความสุขุมนุ่มลึก นิ่งแต่สง่างาม ขณะที่อีกบุคลิกคือนักกีฬาที่มีความก้าวร้าวดุดัน มีพลังมหาศาล และไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ

ประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น

                นอกจาก Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo จะมีการขับขี่ที่น่าประทับใจแล้ว จุดเด่นอีกอย่างก็คือประโยชน์ใช้สอยที่มีมากกว่ารถซีดานทั่วไป ห้องโดยสารของรถคันนี้ออกแบบภายใต้แนวคิด 4+1 ที่นั่ง กึ่งกลางเบาะหลังสามารถดึงลงมาเป็นเบาะอีกที่นั่งได้แต่มันมีลักษณะเล็กมากและไม่มีที่วางขาด้วย จึงเหมาะกับการนั่งชั่วคราวมากกว่า

            สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจหลักของรถคันก็คือห้องเก็บสัมภาระขนาดความจุ 425 ลิตร สามารถพับเบาะหลังราบลงกับพื้นได้ในอัตราส่วน 40/20/40 ด้วยการกดสวิตช์ไฟฟ้า โดยปริมาตรความจุจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,295 ลิตร เมื่อพับเบาะแล้วจะพื้นห้องจะราบเสมอกันและยังไม่มีขอบห้องให้เกะกะด้วย อีกทั้งยังมาพร้อมฝากระโปรงท้ายควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ความกว้างขวางของมันช่วยให้ใส่สัมภาระสำหรับไปเที่ยววันหยุดได้อย่างไม่มีปัญหา

การออกแบบที่ยอดเยี่ยม

            แม้รูปลักษณ์ภายนอกโดยรวมจะคล้ายคลึงกับ Panamera ตัวถังซีดานแต่เรามองว่าตัวถังเอสเตทแบบนี้ดูสวยและสมส่วนกว่า รายละเอียดทุกส่วนผสมผสานดีเอ็นเอสปอร์ตของปอร์เช่เข้าไปอย่างลงตัวตั้งแต่ไฟหน้า LED พร้อมไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ 4 ดวง เส้นสายตัวถังที่โค้งมน สปอยเลอร์หลังคาทรงสปอร์ต ท่อไอเสียคู่ซ้าย-ขวา จวบจนไฟท้าย LED ที่ออกแบบได้อย่างสวยงามลงตัว

                ภายในของ Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo มอบอารมณ์ความสปอร์ตพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยภายใต้แนวคิด Porsche Advanced Cockpit การออกแบบคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นหลัก มีความโมเดิร์นผสานกับความหรูหราพรีเมี่ยม โดดเด่นด้วยแผงหน้าปัดดีไซน์วงกลม 5 วง ประกอบด้วยวัดรอบและวัดความเร็วแบบเข็มซึ่งเราชอบมาก มันให้อารมณ์ดิบและสื่อถึงความเป็นสปอร์ตได้เป็นอย่างดี ขนาบข้างด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่ต่างๆ และมาตรวัดพลังงานไฟฟ้า

            กึ่งกลางแดชบอร์ดเป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว ความละเอียดสูง แสดงผลข้อมูลจากระบบสาระบันเทิง Porsche Communication Management ที่ครบครันด้วยฟังก์ชันความบันเทิง การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบ Porsche Connect Plus ตลอดจนแสดงสถานะการทำงานของระบบต่างๆ ในรถยนต์ กราฟิกสวยงาม สีสันคมชัด ใช้งานง่าย หน้าตาเมนูดูแล้วเข้าใจง่าย ตอบสนองต่อการกดได้รวดเร็ว เราทดลองใช้ระบบนำทางดูพบว่าค้นหาสถานที่ได้รวดเร็วมาก ระบบลื่นไหลไม่กระตุกเป็นจังหวะๆ ถัดลงมาเป็นเครื่องปรับอากาศแยกซ้ายขวาแบบ 4 โซน และคอนโซลเกียร์ที่ออกแบบได้เรียบหรู สวยงาม และทันสมัยมากๆ

            เมื่อนั่งประจำตำแหน่งหลังพวงมาลัย คุณจะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถเพราะถูกโอบล้อมด้วยเบาะแบบสปอร์ตและคอนโซลกลางที่ค่อนข้างสูง ตำแหน่งนั่งขับจะอยู่ต่ำแบบเดียวกับรถสปอร์ตปอร์เช่รุ่นอื่นๆ แต่ยังมองเห็นรอบคันได้ดี

            ผู้โดยสารเบาะหลังจะนั่งสบายเพราะเบาะมีขนาดใหญ่และพนักพิงเอนกำลังดี พื้นที่เหนือศีรษะและช่วงขามีเหลือพอประมาณ เข้าออกรถไม่ลำบากเกินไป ระหว่างกึ่งกลางของเบาะหลังเป็นคอนโซลแอร์ที่แยกปรับอุณหภูมิซ้ายขวาจากกันพร้อมกับหน้าจอแสดงผลระบบความบันเทิง       

 ความปลอดภัยชั้นเลิศ

            Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo พร้อมที่จะมอบความอุ่นใจสูงสุดให้ผู้ขับขี่ด้วยอุปกรณ์ความปลอดภัยระดับท็อปอย่างถุงลมนิรภัย 8 ตำแหน่งรอบห้องโดยสาร ผสานกับโครงสร้างตัวถังดูดซับแรงกระแทก นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อีกมากมายเช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบ Night View Assist เพิ่มทัศนะวิสัยการขับขี่ในตอนกลางคืน ระบบ Lane-Change Assist ช่วยลดความความเสี่ยงจากการเฉี่ยวชนในบริเวณจุดอับสายตา และระบบ Lane Keeping Assist ช่วยควบคุมให้รถอยู่ในช่องจราจร

            ในที่สุดเราก็มาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากการขับขี่ที่ผ่านมาเราบอกได้เลยว่าถ้าคุณมีกำลังพอที่จะซื้อรถระดับพรีเมียมราคา 9.5 ล้านบาท คุณไม่ควรมองข้าม Panamera 4 E-Hybrid Sport Turismo เป็นอันขาด รถคันนี้พร้อมที่จะตอบแทนเม็ดเงินของคุณด้วยความพิเศษรอบด้าน ทั้งการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่ารถซีดานทั่วไป ความประหยัดจากเครื่องยนต์ไฮบริด และเอกลักษณ์ความสปอร์ตแบบปอร์เช่ที่ไม่มีค่ายไหนเหมือน นี่คือรถที่พร้อมลงสนามแข่งในทันทีที่สตาร์ทเครื่อง ขณะเดียวกันก็สามารถขับขี่ได้ตามปกติในทุกๆ วัน

            อย่างที่บอกไปว่ารถคันนี้เป็นเหมือนคนที่มีสองบุคลิกในเวลาต่างกัน และเรามีโอกาสได้สัมผัสทั้งสองบุคลิกมาแล้วไม่ว่าจะในสนามทดสอบที่ขับขี่กันอย่างบ้าคลั่งและบนถนนปกติ ทั้งสองบุคลิกสร้างรอยยิ้มให้กับเราและไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะปฏิเสธรถสปอร์ตที่ครบเครื่องที่สุดคันนี้ แล้วคุณล่ะกล้าปฏิเสธหรือ?

Video Review


การให้คะแนน

Driving
100%
Engine & Trans
100%
Fuel Consumption
70%
Practicality
85%
Price and Features
80%
Design
90%
Saftey
80%
Summary

เป็นรถที่ขับขี่ได้ในทุกวัน มีความสะดวกสบาย ช่วงล่างนุ่มนวล การควบคุมดีงาม ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีมาก และช่วยคุณประหยัดค่าน้ำมันได้อีกเยอะจากเครื่องยนต์ไฮบริด ขณะเดียวกันถ้าต้องการความสปอร์ตขั้นสุดก็สามารถสั่งการได้เพียงปลายนิ้ว แล้วฟีลแบบสปอร์ต 911 ก็จะมาประทับร่างในทันที

Top