For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Road Test – Porsche Cayenne E-Hybrid เอสยูวีของนักขับหัวใจรักษ์โลก

5 / 5

Overview Of Car

เอสยูวีหัวใจรักษ์โลก มาพร้อมขุมพลังไฮบริดประสิทธิภาพสูง ปล่อยมลพิษต่ำ ภายในกว้างขวางสะดวกสบาย การขับขี่นุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะสร้างความตื่นเต้นในทันทีที่ต้องการ
ราคา 6,300,000 บาท

Body Style:Midsize SUV
Description:4 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน V6 3.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Consumption:29.4 - 31.2 กม./ลิตร (ค่าโรงงาน)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Porsche
Max Power:462 แรงม้า ที่ 5,250-6,400 รอบต่อนาที
Max Torque:700 นิวตันเมตร ที่ 1,000-3,750 รอบต่อนาที
Model:Porsche Cayenne E-Hybrid
Price Guide:6,300,000 บาท
Release Date:กันยายน 2018
0-100 km/h:5.0 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ Tiptronic S 8 สปีด
Like

จุดเด่น

  • การบังคับควบคุมเฉียบคม
  • ช่วงล่างนุ่มนวล แต่ก็ยังตอบสนองได้เต็มอารมณ์ในโหมดสปอร์ต
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง อัตราเร่งดี โหมดขับขี่หลากหลาย
  • ภายในกว้างขวาง มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน
  • มีความอเนกประสงค์สำหรับเป็นรถครอบครัว
  • ระบบสาระบันเทิงใช้งานง่าย หน้าตาเมนูสวยงามทันสมัย
  • ประหยัดน้ำมัน ปล่อยมลพิษต่ำ
Dislike

จุดด้อย

  • ดีไซน์ภายนอกของรถมาตรฐานดูธรรมดา ต้องไปตกแต่งเพิ่ม
  • ห้องเก็บสมภาระเล็กเมื่อเทียบกับคู่แข่งระดับเดียวกัน

           เอสยูวีคือรถที่มีความอเนกประสงค์รอบด้าน หน้าที่หลักของพวกมันคือการเป็นพาหนะสำหรับเดินทางของครอบครัวพร้อมกับขนสัมภาระต่างๆ ไปด้วย เพราะฉะนั้นเอสยูวีส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นที่ความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ขับขี่ง่ายและนุ่มนวล แต่ความดีงามรอบด้านดังกล่าวมักไม่เป็นมิตรกับความประหยัดสักเท่าไร

            สำหรับ Porsche แล้ว เอสยูวีต้องมีอะไรที่พิเศษกว่านั้น ด้วยความที่พวกเขาเป็นแบรนด์รถสปอร์ตมาแต่กำเนิด การจับตลาดเอสยูวีจึงต้องใส่ตัวตนของตัวเองลงไปผสมผสานกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ตามกระแสของโลกนั่นก็คือเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า แต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นจำเป็นต้องผ่านยุคของปลั๊กอินไฮบริดไปก่อน และผลผลิตที่ได้คือ Cayenne E-Hybrid ที่มีคุณสมบัติของเอสยูวีที่ดีครบถ้วน เสริมด้วยความสปอร์ตที่ใครได้ขับก็รู้ว่านี่แหละคือรถ Porsche

            เราได้ลองขับ Cayenne E-Hybrid แบบเต็มสมรรถนะไปแล้วที่สนามปทุมธานีสปีดเวย์ และเราไม่สงสัยในความสุดยอดด้านการขับขี่รถคันนี้เลยเพราะนี่คือเอสยูวีสำหรับนักขับตัวจริง แต่การขับขี่บนถนนปกติทั่วไปล่ะ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกันว่าเอสยูวีเสียบปลั๊กคันนี้กับการรับบทเป็นรถพ่อบ้านแม่บ้านจะออกมาเป็นอย่างไร?

คู่หูของคนเมือง

                การขับขี่ในเมืองไปพร้อมกับ Cayenne E-Hybrid ทำให้เรารู้ว่าความสุขบนท้องถนนที่แท้จริงเป็นอย่างไร เราสัมผัสได้ถึงความสุภาพนุ่มนวลที่รถมอบให้ในทุกอิริยาบทไม่ว่าจะเร่ง เบรก หรือเปลี่ยนเลน ประกอบกับเสียงรบกวนภายนอกที่เล็ดลอดเข้ามาน้อยมากๆ

            เราเลือกโหมด Hybrid เน้นขับขี่ง่าย สบายๆ เครื่องยนต์สลับการทำงานระหว่างน้ำมันกับมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นระยะแต่แทบไม่รู้สึกเลยว่ามันสลับระบบกันตอนไหน การส่งต่อกำลังของเกียร์แต่ละเกียร์ราบเรียบไม่มีรอยต่อให้หงุดหงิด ชวนให้เรานึกถึงการขับขี่ซีดานหรูรระดับเรือธงที่มีแต่ความสะดวกสบายขั้นสุด แม้คาแร็กแตอร์ของรถในโหมดนี้จะสุภาพนุ่มนวลแต่ก็ใช่ว่าจะอืดอาด เพียงแค่กดคันเร่งลึกขึ้นหน่อยหรือคื๊กดาวน์ รถก็จะดึงคุณให้หลังติดเบาะอย่างรวดเร็ว

            ตามสเปกแล้ว Cayenne E-Hybrid สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ราว 44 กม. ต่อการชาร์จไฟเต็มหนึ่งครั้ง และทำความเร็วได้ถึง 135 กม./ชม. ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจและเพียงพอต่อการขับขี่ระยะทางใกล้ๆ ในเมือง เช่นขับไปทำงานใกล้ๆ หรือส่งลูกไปโรงเรียน ซึ่งจะช่วยคุณประหยัดค่าน้ำมันได้อีกมากเมื่อต้องเจอกับการจราจรที่แออัด เราได้ลองขับโหมดนี้สั้นๆ รู้สึกได้เลยว่าระบบไฟฟ้าของรถไม่ได้เชื่องช้าอย่างที่คิดและก็เงียบมาก

            ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนของ Cayenne E-Hybrid ทำหน้าที่ได้อย่างน่าชื่นชม มันป้องกันแรงสะเทือนต่างๆ จากพื้นถนนไม่ให้เข้าสู่ห้องโดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เราแทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสะเทือนเมื่อรถเคลื่อนผ่านรอยปะถนนหรือเส้นจราจร จังหวะจัมพ์คอสะพานหรือเจอถนนที่เป็นลอนคลื่นเก็บอาการได้ดีไม่มีกระเด้งกระดอน นอกจากนี้ยังรู้สึกว่ามันเกาะถนนดีมาก สังเกตได้จากการเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็วหรือการขับผ่านโค้งมุมแคบที่แทบจะไม่มีการโยนให้รู้สึก

            พวงมาลัยของ Cayenne E-Hybrid ปรับเซ็ตน้ำหนักมาเหมาะสม ที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยจะเบาง่ายต่อการควบคุม มีระยะฟรีพอประมาณหน้ารถจึงตอบสนองต่อการหักเลี้ยวอย่างนุ่มนวล ไม่ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงมาขับน่าจะชื่นชอบกับฟีลลิ่งพวงมาลัยแบบนี้

            ระบบเบรกที่ให้มามีประสิทธิภาพสูงอยู่แล้วดังนั้นหมดห่วงได้ ไม่ต้องเหยียบลึกมากรถก็จะเริ่มหน่วง โดยรวมแล้วก็ยังคงเน้นไปที่ความนุ่มนวลเป็นหลัก

อย่าล้อเล่นบนทางหลวง

            สำหรับรถระดับนี้ การขับขี่ในเมืองเป็นเรื่องเบสิกที่ทำได้ดีในทุกด้านอยู่แล้ว การจะดูว่ารถคันหนึ่งแน่จริงหรือเปล่าต้องวัดกันที่การขับขี่บนถนนไฮเวย์ Cayenne E-Hybrid ของเรามีโหมดขับขี่ให้เลือกถึง 5 โหมด ได้แก่ E-Power, Hybrid, Sport, Sport Plus และ Individual โดยปรับได้ที่ปุ่มหมุนเล็กๆ ข้างพวงมาลัย นอกจากนี้ยังสามารถปรับช่วงล่างได้ทั้ง Comfort และ Sport ตลอดจนปรับความสูง-ต่ำของตัวรถได้ ตรงนี้ใครอย่างลิ้มลองรสชาติแบบไหนก็สามารถตั้งค่ากันได้ตามใจชอบ เพื่อให้รับรู้ถึงคาแร็กเตอร์ที่ต่างกันของรถ เราจะลองทั้งโหมด Comfort และ Sport ซึ่ง 2 โหมดนี้ผู้ขับทั่วไปน่าจะได้ใช้กัน ส่วน Sport Plus อาจจะเกินจำเป็นสำหรับการขับขี่ทั่วไป แนะนำว่าไปลองในสนามจะดีกว่า

            Cayenne E-Hybrid สร้างความประทับใจแรกในทันทีหลังสัญญาณไฟเขียวติด แม้จะเป็นโหมด Comfort แต่อัตราเร่งออกตัวไม่คอมฟอร์ทตามชื่อ เครื่องยนต์ลูกผสมเบนซิน V6 3.0 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า สร้างฝูงม้า 462 ตัว พร้อมแรงบิด 700 นิวตันเมตร ทะลวงผ่านเกียร์อัตโนมัติ Tiptronic S 8 สปีด ลงสู่ล้อทั้ง 4 พร้อมกับดึงให้หลังติดเบาะในทันทีที่กดมิดแป้นคันเร่ง ตามสเปกเอสยูวีคันนี้สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ใน 5 วินาที ซึ่งจากที่สัมผัสมันเร็วมากจริงๆ

            Cayenne E-Hybrid ของเราทะยานจากจุดหยุดนิ่งสู่ 100 กม./ชม. ในไม่กี่วินาที เกียร์ 8 สปีด ส่งต่อกำลังอย่างชาญฉลาดและนุ่มนวล ขณะที่การคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงก็ตอบสนองแทบจะทันทีเมื่อกระทืบคันเร่งไม่มีรอจังหวะให้เสียอารมณ์ ขุมพลังชุดนี้ทำให้ลืมไปเลยว่ากำลังควบรถยกสูงยาวเกือบ 5 เมตร น้ำหนักเกือบ 3 ตันอยู่ เราจึงไม่รู้สึกน่าเบื่อเลยเมื่อต้องเดินทางไกล

            เนื่องจาก Cayenne E-Hybrid มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนแบบถุงลมพ่วงเทคโนโลยีทันสมัยอย่างระบบควมคุมการทรงตัว PASM ดังนั้นการขับความเร็วสูงจึงให้ความมั่นใจเป็นอย่างดี รถเกาะถนนดีมาก นิ่ง ไม่โคลงเคลง ขณะที่การเข้าโค้งก็เนียนกริบ อาการโยนมีบ้างตามสไตล์รถยกสูงแต่ก็อยู่ในระดับที่น้อยมาก นอกจากนี้ระบบ PTM ยังช่วยกระจายแรงบิดไปสู่ล้อแต่ข้างอย่างเหมาะสมซึ่งช่วยสร้างสมดุลในการเข้าโค้งที่ความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี จากความยอดเยี่ยมของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อมีเป็นทุนเดิม การเพิ่มระบบเหล่านี้เข้าไปช่วยให้ Cayenne E-Hybrid ขับดีขึ้นอีกมาก 

            แน่นอนว่าเมื่อขับความเร็วสูงพวงมาลัยก็จะมีความหนืดเพิ่มขึ้นเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ การตอบสนองทำได้แม่นยำและไวพอประมาณ การเปลี่ยนเลนทำได้เฉียบคม เข้าโค้งเนียนๆ ไม่ต่างจากรถเตี้ย

            ในโหมด Sport สิ่งที่สัมผัสได้คือรถมีการตอบสนองดีขึ้น อัตราเร่งต่างๆ กระฉับกระเฉงขึ้น ปราดเปรียวขึ้น ช่วงล่างมีความกระชับมากขึ้นสำหรับรองรับการบังคับควบคุมแบบสปอร์ต พวงมาลัยจะหนักขึ้นอีกเล็กน้อยและตอบสนองได้ไวและคมกว่า

            เสียงรบกวนจากลมและถนนที่ความเร็ว 100 กม./ชม. จัดว่าน้อยมาก รถสามารถป้องกันเสียงได้ดี แต่ถ้าความเร็วสูงกว่านี้ระดับเสียงก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ส่วนระบบเบรกก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีปัญหา ทำให้คุณสามารถสนุกกับรถคันนี้ได้โดยไม่ต้องกังวล

ภายในระดับพรีเมียม

                Cayenne E-Hybrid ชวนให้นึกถึงรถซีดานหรูตั้งแต่เปิดประตูเข้ามานั่งที่เบาะคนขับ ด้วยการตกแต่งภายในที่ประณีตละเอียดลออพร้อมกับใช้วัสดุคุณภาพสูงพวกหนังบุนุ่มและพสากติกคุณภาพสูง ทั้งหมดช่วยมอบความรู้สึกพรีเมียมได้เป็นอย่างดี ซึ่งความพรีเมียมที่ว่านี้ก็ยังไม่ลืมอารมณ์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Porsche ซึ่งปรกอบด้วยหน้าปัดอนาล็อกผสมดิจิตอลแบบ 5 วง ที่เราคุ้นหน้าตากันดีในรถสปอร์ต 911 ทั้งหลาย รวมถึงเบาะนั่งแบบสปอร์ตที่ซัพพอร์ตกับสรีระได้ดีมาก และนาฬิกา Sport Chrono โดดเด่นเด่นเป็นสง่าอยู่กึ่งกลางแดชบอร์ด

            สิ่งที่เราชื่นชอบก็คือหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง 12.3 นิ้วที่มาพร้อมระบบสาระบันเทิง PCM กราฟิกของมันสีสันสวยงาม ใช้งานง่าย ทั้งยังรองรับฟังก์ชั่นต่างๆ ครบครันทั้งการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต, เชื่อมต่อโทรศัพท์, Apple CarPlay และระบบนำทางด้วยดาวเทียม แถมยังมาพร้อมระบบเสียง Bose เป็นมาตรฐาน

            ด้านอุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็จัดมาให้ครบสมบูรณ์ทั้งเบาะหน้าปรับไฟฟ้า 14 ทิศทางพร้อมฟังก์ชั่นจดจำตำแหน่ง หน้าจอ head-up display แสดงข้อมูลด้านหน้าผู้ขับขี่, ระบบดิจิทัลช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ Porsche InnoDrive, ระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ, เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบนวดไฟฟ้า, ระบบไล่ฝ้ากระจกบังลมหน้า, ระบบทำความร้อนภายในห้องโดยสารแยกตำแหน่งอิสระควบคุมด้วยรีโมท รวมถึงประตู Soft Close

            เพราะความอเนกประสงค์คือหัวใจของรถเอสยูวีดังนั้น Cayenne E-Hybrid จึงมาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางทั้งตอนหน้าและตอนหลัง เบาะหน้านั่งสบาย เบาะหลังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับผู้ใหญ่นั่งได้สูงสุด 3 คน เบาะกลางดึงลงมาเป็นที่วางแขนพร้อมช่องวางแก้วน้ำ เบาะหลังปรับเลื่อน-ปรับเอนไม่ได้แต่องศาพนักพิงอยู่ในตำแหน่งที่นั่งสบาย ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่เพียงพอสำหรับขนสัมภาระไปเที่ยววันหยุด เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60/40 เมื่อพับแล้วจะราบเสมอกับพื้นห้องสัมภาระ นอกจากนี้ยังมีขอบห้องสัมภาระที่ไม่สูงมาก ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และฟังก์ชั่นลดความความของท้ายรถลงทำให้ยกของขึ้น-ลงสะดวกยิ่งขึ้น

พลังการชาร์จ

            นอกจากจะเร็วและแรงแล้ว แบตเตอรี่ของ Cayenne E-Hybrid ยังมีความจุมากถึง 14.1 kWh เสริมขีดความสามารถทั้งในแง่ของระยะการเดินทางและพละกำลังสำรองยามที่ต้องการอัตราเร่ง อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 20.6 kWh ต่อระยะทาง 100 กม. สามารถชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มความจุภายในระยะเวลา 7.8 ชั่วโมงด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 10 แอมป์ ในกรณีที่ใช้อุปกรณ์พิเศษ on-board charger 7.2 กิโลวัตต์ ด้วยไฟฟ้าแรงดัน 230 โวลต์ ผ่านสายต่อขนาดกระแส 32 แอมป์ แทนที่ระบบชาร์จมาตรฐานแบบ 3.6 กิโลวัตต์ แบตเตอรี่จะได้รับการชาร์จพลังงานจนเต็มความจุภายในระยะเวลาเพียง 2.3 ชั่วโมงเท่านั้น

            นอกจากคุณสมบัติด้านไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยมแล้ว ตัวเลขตัวเลขอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยของ Cayenne E-Hybrid ยังน่าประทับใจอีกด้วย เราไม่ได้ทดสอบความประหยัดอย่างเป็นทางการแต่ตัวเลขจากโรงงานที่ 29.4 – 31.2 กม./ลิตร กับระดับน้ำมันเชื้อเพลิงในถังที่ลดไปนิดเดียวหลังจากขับไปกว่า 100 กม. บ่งบอกได้ว่าพี่เขาไม่ใช่คนตะกละแน่นอน แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 72-78 กรัม/กม. เท่านั้น

สรุปความน่าใช้

            Cayenne E-Hybrid ที่ขายในไทยมาพร้อมกับออปชั่นที่น่าสนใจ อาทิ ไฟหน้า LED พร้อมเทคโนโลยี PDLS ส่องสว่างตามการหมุนของพวงมาลัย, ระบบช่วยจอด ParkAssist พร้อมกล้องมองหลัง, ระบบช่วยเปลี่ยนเลน, สีเมทัลลิก ระบบตรวจวัดความดันลมยาง และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว กับราคาค่าตัว 6.3 ล้านบาท แม้ว่าดีไซน์ภายนอกของรถมาตรฐานจะดูธรรมดาๆ ไม่น่าเกรงขาม แต่คุณสามารถตกแต่งเพิ่มความสวยหล่อได้มากมายตามความต้องการ

            Cayenne E-Hybrid เป็นเอสยูวีที่โดดเด่นในเรื่องการขับขี่อย่างแท้จริง สมรรถนะ การบังคับควบคุม ช่วงล่าง ทุกอย่างตอบสนองได้ดีตั้งแต่การขับขี่ทั่วไปในชีวิตประจำวันจนถึงลงฟาดฟันในสนามแข่ง ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ฟังดูแล้วสองสิ่งนี้ไม่น่าจะมารวมกันได้แต่รถคันนี้ก็จับมารวมกันแล้ว และจากการที่เราได้สัมผัสอุปนิสัยของรถทั้งในสนามทดสอบและบนถนนจริง บอกได้เลยว่าเอสยูวีคันนี้หาคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกันมาโค่นบัลลังก์แชมป์ได้ยาก

            ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาสปอร์ตเอสยูวีที่ดีเยี่ยมรอบด้าน ขับสนุก สมรรถนะดีเยี่ยม สะดวกสบาย แถมยังอเนกประสงค์ และประหยัด Porsche Cayenne E-Hybrid คือที่สุดแล้วในตอนนี้

Gallery

Video Review

Related Gallery


Driving
90%
Engine & Trans
90%
Fuel Consumption
95%
Practicality
85%
Price and Features
85%
Design
75%
Saftey
80%
Summary

Porsche Cayenne E-Hybrid คือเอสยูวีเครื่องยนต์ลูกผสมที่ให้ความรู้สึกไม่แตกต่างจากรถสปอร์ตคันเตี้ย ขับขี่ง่าย สมรรถนะดี มาพร้อมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ราคาที่ปรับลงมาเหลือ 6.3 ล้านบาทนั้นน่าสนใจมาก

Top