For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

[Road Test] Porsche 911 Carrera S (992) ทรงพลังยิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งกว่า ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

5 / 5

Overview Of Car

เจ้าชายกบเจนเนอเรชั่นที่ 8 อัพเกรดเพิ่มพลังด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน 450 แรงม้า จับคู่เกียร์ PDK 8 สปีด ทรงพลังยิ่งขึ้น รวดเร็วยิ่งกว่า ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มอบสมรรถนะที่ดีงามพร้อมกับสนุกสนานในการขับขี่ทั้งในเมืองและนอกเมือง
ราคา 11,500,000 บาท

Body Style:2-Door Coupe
Description:สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 2+2 ที่นั่ง เครื่องสูบนอน Boxer วางหลัง ขับเคลื่อนล้อหลัง
Engine:เบนซิน 6 สูบนอน Boxer 3.0 ลิตร เทอร์โบ
Fuel Consumption:11.24 กม./ลิตร (ค่าโรงงาน)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Porsche
Max Power:450 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที
Max Torque:530 นิวตันเมตร ที่ 2,300-5,000 รอบต่อนาที
Model:Porsche 911 Carrera S
Price Guide:11,500,000 บาท
Release Date:มีนาคม 2019
0-100 km/h:3.5 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ PDK 8 สปีด
Like

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์ภายนอกเป็นอมตะ ผสมกับความทันสมัยอย่างลงตัว
  • ไฟท้าย LED Light Bar เต็มความกว้าง
  • เครื่องยนต์ Boxer ที่อัพเกรดให้ทรงพลังยิ่งขึ้น
  • เกียร์ PDK 8 สปีด ใหม่ 
  • เทคโนโลยีดิจิทัลสุดล้ำ
  • ขนาดล้อหน้าและล้อหลังไม่เท่ากัน 
  • ครั้งแรกกับระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ Wet Mode 
  • แดชบอร์ดปรับปรุงใหม่ ทันสมัยขึ้น หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้น ใช้งานถนัดขึ้น
Dislike

จุดด้อย

  • เสียงยางดังเมื่อใช้ความเร็วสูง
  • แผงควบคุมที่คอนโซลกลางสะท้อนแสงมากทำให้มองปุ่มไม่ถนัดในบางครั้ง

           911 คือรถสปอร์ตที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของ Porsche ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมายาวนานกว่า 50 ปี มันจึงเป็นดั่งไอคอนของวงการรถสปอร์ตโลก รูปลักษณ์ที่สง่างามพร้อมกับสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยมเป็นสิ่งที่มัดใจผู้คนที่หลงใหลในรถที่ได้รับฉายาว่า “เจ้าชายกบ” ทั่วโลก

            911 เจนเนอเรชั่นที่ 8 หรือรหัสส่วนตัว 992 เผยโฉมต่อสาธารณชนทั่วโลกและเดินทางมาสู่ประเทศไทยแล้วเรียบร้อย เจ้าชายกบรุ่นใหม่ไม่พียงแค่ทรงพลังยิ่งขึ้น แต่ยังถ่ายทอด DNA ของปอร์เช่มาอย่างครบถ้วนพร้อมด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมากมาย ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลาผสานกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ล้ำสมัย มันจึงปราดเปรียว คล่องแคล่ว และมั่นใจได้ในทุกการขับขี่ และยังรักษาเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตเครื่องวางหลังได้อย่างดีเยี่ยม

            911 Carrera S ที่เห็นนี้เป็นรุ่นย่อยที่อยู่กึ่งกลางระหว่าง 911 Carrera และ 911 Carrera 4S ซึ่งเป็น 3 รุ่นย่อยที่ทาง AAS Auto Service นำเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ณ ตอนนี้ เมื่อมองครั้งแรกก็เหมือนกับว่ามันมีแรงดึงดูดพิเศษบางอย่างแบบบอกไม่ถูก เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา มาดูกันดีกว่าว่าเจ้าชายกบรุ่นใหม่ราคา 11.5 ล้านบาทคันนี้มีดีอย่างไรบ้าง

โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น

            ว่าด้วยเรื่องของดีไซน์ 911 โฉมใหม่ยังคงเป็นรถคูเป้ที่มีรูปลักษณ์ในแนวทางเดียวกับรุ่นก่อนหน้า หลังคาลาดเทไปด้านหลัง รูปลักษณ์แบบนี้ได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษตั้งแต่ในช่วงยุค 70 เป็นดีไซน์ที่เซ็กซี่และเย้ายวนใจผู้คนทั่วโลก เรียกได้ว่า 911 เป็นรถที่คงเอกลักษณ์ของดีไซน์ดั้งเดิมไว้ร่วมกับปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยได้อย่างลงตัวและไม่เชย

            สิ่งที่แตกต่างไปจากรุ่นก่อนหน้าก็คือขนาดความกว้างของตัวถังที่เพิ่มขึ้น ซุ้มล้อได้รับการขยายเพื่อรองรับล้ออัลลอยคู่หน้าขนาด 20 นิ้ว และคู่หลังขนาด 21 นิ้ว มิติตัวถังด้านท้ายมีขนาดกว้างขึ้น 44 มม. มิติตัวถังด้านหน้ามีขนาดกว้างขึ้น 45 มม. ผลลัพธ์จากการปรับแต่งรูปทรงตัวถังภายนอกยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของ 911 ทุกเจเนอเรชั่น ฝากระโปรงหน้ามีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน วางตัวต่อเนื่องกับกระจกบังลมหน้าที่ให้ทัศนวิสัยปลอดโปร่งยิ่งขึ้น ทั้ง 2 ส่วนดังกล่าวทำให้มุมมองด้านหน้าของรถ ดูยาวและสร้างภาพลักษณ์ที่พร้อมจะทะยานไปข้างหน้าตลอดเวลา

            กันชนหน้าเป็นช่องรับอากาศขนาดใหญ่ ใต้ฝากระโปรงหน้าไม่มีเครื่องยนต์เพราะมันอยู่ท้ายรถแต่มีเป็นที่เก็บของขนาดพอเหมาะสำหรับเดินทางระยะใกล้ แนวตัวถังด้านข้างราบเรียบกลมกลืนด้วยมือเปิดประตูแบบ Electrical pop-out handles กระจกมองข้างรูปแบบใหม่ ให้ประสิทธิภาพในและลดเสียงรบกวนจากการปะทะลม พร้อมฟังก์ชันปรับและพับ ได้ด้วยไฟฟ้า

            911 Carrera S ของเราโดดเด่นด้วยไฟหน้า LED Projector ล้อมรอบด้วยไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ 4 ดวง โคมไฟคู่หน้าทรงกลมได้รับการติดตั้งอย่างสนิทแนบเนียนไปกับชิ้นส่วนตัวถังโดยไร้รอยต่อ มีเทคโนโลยีไฟหน้า Porsche Dynamic Light System Plus สามารถปรับองศาการส่องสว่างได้ตามการหมุนพวงมาลัย รวมถึงเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ และควบคุมลำแสงไม่ให้เข้าตาเพื่อนร่วมทางที่ขับรถสวนมาในเวลากลางคืน

            ตัวถังด้านท้ายรถบ่งบอกถึงขนาดความกว้างที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เสริมความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังปรับระดับได้หลายตำแหน่ง เรียบหรูงามสง่าด้วยแผงไฟท้าย LED Light bar คาดยาวตลอดแนวตัวถัง ครีบดักอากาศแนวตั้งบริเวณฝากระโปรงท้ายวางตัวต่อเนื่องกับบานกระจกบังลมหลังอย่างกลมกลืน ติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 ไว้ภายในครีบดักอากาศอย่างแนบเนียน ไฟเบรกดังกล่าวจะไม่ทำงานเมื่อสปอยเลอร์หลังตั้งขึ้นโดยจะมีชุดไฟเบรกอีกชุดที่ติดตั้งอยู่กับตัวสปอยเลอร์รับหน้าที่แทน อีกหนึ่งจุดที่สร้างความแตกต่างคือครีบดักอากาศในรุ่นขับเคลื่อนล้อหลังเป็นวัสดุสีดำ

            เสริมความเท่ยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียคู่ Sports Exhaust ปรับความดังของเสียงได้ 2 ระดับ สุ้มเสียงโหดดุดันพอสมควร ทุกส่วนประกอบของชิ้นงานตัวถังภายนอกล้วนแล้วแต่ได้รับการผลิตขึ้นด้วยอะลูมิเนียมที่แข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบา รถทดสอบของเราติดตั้งล้ออัลลอยลาย 5 ก้านคู่สีเงินอะลูมิเนียม ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว หุ้มยาง Pirelli P Zero ขนาด 245/35 ZR20 ที่ด้านหน้า ล้อหลังขาด 21 นิ้ว หุ้มยาง Pirelli P Zero 305/30 ZR21

เรื่องราวของภายใน         

            ภายในห้องโดยสารของ 911 Carrera S ให้อารมณ์สปอร์ตและดูไฮเทคกว่ารุ่นก่อนหน้าพอสมควร ตกแต่งด้วยซอฟต์ทัชตัดกับชิ้นส่วนอะลูมิเนียมและวัสดุมันเงา ดูเรียบหรูไฮโซมากขึ้น แดชบอร์ดและแผงหน้าปัทม์ออกแบบเป็นแนวเส้นตรงทำให้รู้สึกปลอดโปร่งไม่อึดอัด ดานบนของแดชบอร์ดเป็นนาฬิกา Sport Chrono ที่สืบทอดมาตั้งแต่ 911 รุ่นคลาสสิก คุณภาพวัสดุและการประกอบต่างๆ เนี๊ยบและแน่นหนา เบาะนั่งเป็นแบบสปอร์ตให้ความโอบกระชับเวลานั่ง ที่สำคัญปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทางพร้อมฟังก์ชันจดจำตำแหน่งทั้งเบาะคนขับและผู้โดยสาร

            พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ตให้อารมณ์ร่วมต่อการขับขี่อย่างมาก ดีไซน์ของมันชวนให้น่าสัมผัส ก้านพวงมาลัยหนาจับแล้วกระชับถนัดมือ มีร่องนิ้วสำหรับเพิ่มความมั่นคงในความเร็วสูง มีปุ่มสำหรับควบคุมเครื่องเสียง แพดเดิลชิฟท์ และปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ซึ่งใช้งานสะดวกมากเพียงแค่บิด ครูสคอนโทรลเป็นก้านปรับที่คอพวงมาลัยด้านซ้าย

            จุดที่เราชอบคือหน้าปัดอนาล็อกผสมดิจิตอลวงกลม 5 วง มันให้อารมณ์ดิบแบบรถสปอร์ตดั้งเดิมจริงๆ ตัวเลขและกราฟิกดูทันสมัยขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ชุดหน้าปัดบอกข้อมูลการขับขี่ครบทั้งวัดรอบ, วัดความเร็ว, อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, น้ำมันเครื่อง, ความร้อน, ตำแหน่งเกียร์, แรง G, จับเวลาต่อรอบ, ความดันลมยาง รวมถึงแผนที่นำทาง

            911 Carrera S ได้รับการอัพเกรดระบบสาระบันเทิง Porsche Communication Managemant เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดแสดงผลบนหน้าจอสัมผัสขนาด 10.9 นิ้ว จอมีความคมชัดสูง หน้าตาเมนูเรียบๆ ไม่ค่อยมีสีสันแค่ดูดีและใช้งานง่าย ฟังก์ชันเด็ดๆ มาครบทั้งระบบแผนที่นำทางที่ใช้งานง่าย ฟังก์ชันค้นหาเส้นทางแบบออนไลน์ รองรับการสั่งการด้วยเสียง และรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay จากการใช้งานพบว่าระบบลื่นไหลดีมากแถมตอบสนองได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีสวิทช์สไตล์คลาสสิกที่วางตัวอยู่ด้านล่างของหน้าจอสำหรับอำนวยความสะดวกในกรณีที่ผู้ขับขี่ต้องการเข้าถึงฟังก์ชันหลักของตัวรถโดยตรง ระบบเสียงเป็นของ BOSE คุณภาพดีงามตามราคา ฟังสนุกทุกบทเพลง

            ใน 911 รุ่นก่อนหน้าเรามองว่าหน้าจอกลางแดชบอร์ดอยู่ต่ำไปหน่อย พอมาในรุ่นใหม่นี้ดูเหมือนว่าจะมีการปรับให้สูงใกล้เคียงกับระดับสายตามากขึ้น แผงควบคุมเครื่องปรับอากาศจากเดิมที่ดูรกก็ปรับใหม่ให้ดูทันสมัยและใช้งานง่ายขึ้น หัวเกียร์แบบใหม่เท่สุดๆ ไปเลย เล็ก กระชับ ประหยัดพื้นที่ เกียร์ P และ M ใช้การกดปุ่มเอา ปุ่มรอบฐานเกียร์จากเดิมที่วางเรียงรายติดๆ กันก็เปลี่ยนใหม่เป็นแบบสัมผัสทั้งหมด มีที่วางแก้วน้ำดีไซน์ล้ำๆ อีก 1 อัน โดยรวมแล้วคอนโซลกลางมีความทันสมัยขึ้นมากแต่มีปัญหาเล็กน้อยตรงที่มันเป็นวัสดุมันเงาจึงสะท้อนแสงแดดในเวลากลางวันทำให้บางทีอาจมองลำบาก

            เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งพบว่าเบาะจะต่ำตามสไตล์รถสปอร์ต คอนโซลกลางสูง คันเกียร์อยู่ใกล้มือ พวงมาลัยและแดชบอร์ดหน้าอยู่สูง ลองปรับตำแหน่งเบาะจนเข้าที่พบว่าทัศนวิสัยรอบเป็นแบบสปอร์ตขนานแท้ พื้นที่รอบตัวไม่น่าอึดอัด คนตัวสูงนั่งได้ศีรษะไม่ติดเพดาน ด้านหลังมีเบาะนั่งได้ 2 คนแต่มันเหมาะสำหรับวางของมากกว่า

            ด้วยความเป็นรถสปอร์ตที่มีความเตี้ยเรี่ยดิน เมื่อเทียบกับรถบ้านทั่วไปแล้วการเข้า-ออกรถจะค่อนข้างลำบากกว่า ต้องก้มหัวย่อตัวสอดเข้าไปนั่ง ถ้าเป็นคนขนาดตัวปกติก็จะเข้า-ออกได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ถ้าเป็นคนตัวใหญ่อาจจะทุลักทุเลหน่อย

ขุมพลัง Turbo รุ่นใหม่

            911 Carrera S รุ่นใหม่พร้อมระเบิดพลังความแรงด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน BOXER 3.0 ลิตร เทอร์โบ เครื่องยนต์มีการปรับปรุงใหม่ผลที่ได้คือพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 450 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดเพิ่มขึ้นเป็น 530 นิวตันเมตร ที่ 2,300 – 5,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังมีการอัพเกรดใหม่เป็น PDK 8 สปีด สามารถกระโดดจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดแตะที่ 308 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 11.24 กม./ลิตร ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 169 กรัม/กิโลเมตร

            แพ็คเสริม Sport Chrono Package ถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน มาพร้อมกับสวิตช์ปรับโหมดการขับขี่บนพวงมาลัย นอกจากนี้ยังมีโหมด Sport Response เครื่องยนต์และเกียร์จะตอบสนองเร็วขึ้น หากกดปุ่มนี้จะทำให้ระบบขับเคลื่อนเร่งเครื่องยนต์ได้มากสุด 20 วินาที หรือเปรียบเหมือนเป็นการเรียกพลังเสริมสำหรับออกตัวในการแข่งขันทางตรงหรือการเร่งแซง

            ทีเด็ดของ 911 Carrera S รุ่นใหม่อยู่ที่ Wet mode ระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำที่ถูกติดตั้งเข้ามาเป็นครั้งแรกของโลก ระบบดังกล่าวจะรับหน้าที่ตรวจจับปริมาณน้ำที่ขังอยู่บนพื้นผิวเส้นทาง ปรับแต่งระบบควบคุมอื่นๆ และส่งสัญญาณ เตือนไปยังผู้ขับขี่ เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้าให้แก่รถยนต์ทั้งคัน ตอบสนองต่อความปลอดภัยสูงสุดในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงเพียงกดปุ่มสั่งการทำงานหรือปรับตั้งผ่านชุดสวิทช์เลือกโปรแกรมการขับขี่บนพวงมาลัย นอกจากนี้ ระบบ Warning and Brake Assist ซึ่งได้รับการติดตั้ง เป็นมาตรฐานเช่นเดียวกัน จะรับบทบาทในการตรวจสอบอัตราเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดการเฉี่ยวชนจากวัตถุเคลื่อนไหวอื่นๆ และสั่งการเบรกฉุกเฉินล่วงหน้าในกรณีที่จำเป็น

            ระบบ PASM ถูกติดตั้งมาเป็นมาตรฐานเช่นกัน ระบบนี้จะทำงานด้วยการตรวจจับอาการของตัวรถทั้งแรงเหวี่ยงออกด้านข้าง องศาของพวงมาลัย แรงดันของเบรก แรงบิดเครื่องยนต์และความเร็วที่ใช้อยู่ จากเซ็นเซอร์รอบคันรถ มาประมวลผลที่สมองกลของระบบในเสี้ยววินาที เพื่อปรับความหนืดของโช้คอัพให้เหมาะสมกับการขับขี่ในตอนนั้นและยังสามารถเลือกปรับโหมดสปอร์ตได้จากสวิตช์ควบคุมที่อยู่หลังคันเกียร์ นอกจากนี้ยังช่วยลดความสูงของรถลง 10 มม. เพื่อช่วยให้รถมีเสถียรภาพขณะเข้าโค้งความเร็วสูงมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Porsche Torque Vectoring Plus และระบบ Power Steering Plus ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน ระบบเหล่านี้ช่วยเสริมให้ 911 Carrera S รุ่นใหม่มีการขับขี่ยอดเยี่ยมกว่ารุ่นก่อนหน้า

การขับขี่

            หากเปรียบเป็นคน 911 Carrera S น่าจะเป็นคนที่นิสัยภายนอกสุภาพเรียบร้อยแต่เบื้องลึกภายในมีความดิบห้าวแฝงอยู่ เริ่มต้นเราลองขับด้วยโหมด Normal กับการจราจรในเมือง เครื่องยนต์ตอบสนองได้นุ่มนวลดี แต่ฟีลรถสปอร์ตยังไงมันก็คือรถสปอร์ต ทันทีที่กดคันเร่งพลังของรถจะอุบัติขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับดึงให้หลังติดเบาะในทันที ความปราดเปรียว ความกระฉับกระเฉง ทำให้การขับในเมืองไม่น่าเบื่อเลย บวกกับสุ้มเสียงจากท่อที่ดังพอไพเราะ ไม่ลั่นเกินจนไปเตะหูเจ้าหน้าที่

            เกียร์ PDK ส่งต่อกำลังได้อย่างราบรื่นนุ่มนวลแม้จะไม่เรียบสนิทแบบ CVT แต่เรามองว่าให้มันมีจังหวะเล็กๆ เร้าอารมณ์แบบนี้ดีกว่าราบเรียบจืดชืดจนอยากจะหลับ อย่าลืมว่านี่มันสปอร์ต 450 แรงม้า จะให้มันเรียบร้อยดุจซาลูนหรูก็คงไม่ใช่แนว

            เช่นเดียวกับเกียร์ PDK ช่วงล่างของรถสปอร์ตยังไงก็ไม่นุ่มสบายเท่าซาลูนหรู เราพบว่ารถสามารถป้องกันแรงสะเทือนจากถนนได้ดีในระดับนึงแต่ก็ยังรับรู้ได้ถึงทุกสัมผัสของผิวถนน ยิ่งเป็นผิวคอนกรีตจะยิ่งชัดกว่ายางมะตอย ความแข็ง ความกระด้าง มีให้เห็นแน่นอน แต่เป็นความกระด้างที่พอรับได้

            เรามุ่งหน้าสู่ถนนนอกเมืองที่สามารถทำความเร็วได้แล้วเปลี่ยนเป็นโหมด Sport สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองเร็วขึ้น รอบมาไวขึ้น เหยียบติดเท้าขึ้น พุ่งขึ้น ดึงหนักกว่าเดิมเล็กน้อย เสียงท่อดังกระหึ่มเร้าอารมณ์มากๆ

            เกียร์ PDK มาพร้อมกับโหมดแมนวลให้คุณสับเกียร์ได้เองตามต้องการด้วยการตะปบแป้นแพดเดิลชิฟท์หลังพวงมาลัย โหมดแมนวลนี้หากขับในเมืองเราแนะนำว่าอย่าไปปวดหัวกับมันเลยดีกว่า แต่ถ้าขับนอกเมืองแล้วเจอระยะทางที่พอให้ลองเล่นได้ คุณจะพบกับความดุที่แท้จริงของเจ้าชายกบคันนี้

            ช่วงล่างในโหมดสปอร์ตความนุ่มสบายจะลดลงแล้วแทนที่ด้วยความแข็งกระด้างและหนึบแน่น ขับความเร็วสูงนิ่งสนิทดุจติดกาวไว้กับพื้นถนน ไม่มีอาการโคลงเคลงให้หวาดเสียว เข้าโค้งแทบไม่มีอาการโยนให้เห็น ล้อขนาดใหญ่ 20 และ 21 นิ้วทำให้เวลาเจอรอยปะหรือรอยต่อถนนจะส่งเสียงดังมากหน่อย เช่นเดียวกับยางแบบสปอร์ตที่ไม่ได้โดดเด่นเรื่องความเงียบอยู่แล้ว

            พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้ามีความนิ่ง คุมง่าย ระยะฟรีน้อย น้ำหนักพวงมาลัยสัมพันธ์กับความเร็ว ที่ความเร็วต่ำถ้าเทียบกับพวกรถหรูแล้วพวงมาลัยของ 911 Carrera S หนักกว่าพอสมควร ยิ่งขับเร็วพวงมาลัยก็ยิ่งหนักตามไปด้วย ทำให้การบังคับควบคุมบนความเร็วสูงให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี ระยะฟรีพวงมาลัยมีน้อยดังนั้นการหักเปลี่ยนทิศทางจึงทำได้เร็ว หน้ารถตอบสนองไว ขณะที่การเข้าโค้งก็ยังแม่นยำและไว้ใจได้

            ระบบเบรกให้การตอบสนองที่ดี เบรกหนักตามสไตล์รถสปอร์ต ระยะฟรีของแป้นเบรกมีน้อยทำให้เหยียบปุ๊ปรถก็เริ่มหน่วงในทันที คุณจึงสามารถกะระยะและน้ำหนักการเบรกได้ดั่งใจ ไม่มีอาการหัวคะมำแน่นอน เบรกแบบนี้แหละที่นักขับมืออาชีพต้องการ

            แน่นอนว่ารถสปอร์ตกับการป้องกันเสียงรบกวนเป็นสิ่งตรงกันข้าม แต่ 911 Carrera S ก็ค่อนข้างเงียบในการขับขี่ในเมืองไม่เกิน 90 กม./ชม. หลังจากนั้นแล้วยางสปอร์ตหน้ากว้าง 305 จะแผดเสียงเตือนสติเราอยู่ตลอดเวลา ขณะที่เสียงลมก็จะเริ่มดังขึ้นมาตามความเร็วที่ใช้พร้อมกับเสียงท่อที่ตอกย้ำอารมณ์สปอร์ตอยู่ด้านท้ายรถ

            อย่าไรก็ตามเราไม่ได้ลองในโหมด Sport Plus และโหมด Sport Response ซึ่งโดยทั่วไปแล้วทั้ง 2 โหมดนี้แทบไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวันเพราะมันเหมาะกับขับในสนามแข่งมากกว่า และการเปิดใช้งานสมรรถนะสูงสุดของรถก็ทำให้มันกินจุเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

สรุปความน่าใช้

            911 Carrera S เป็นรถสปอร์ตที่สามารถขับขี่ใช้งานได้ในทุกวัน มันขับง่าย ขับในเมืองไม่เหนื่อย พละกำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้คุณสามารถค้นพบความสนุกได้มากกว่า 911 รุ่นก่อนหน้า เครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง ระบบกันสะเทือน พวงมาลัย เบรก ทุกอย่างตอบโจทย์คนรักความเร็วหมด มันให้อารมณ์สปอร์ตได้ตามอุดมคติ และไม่มีอะไรให้ต้องกังขาในด้านประสิทธิภาพการขับขี่ มันเป็นรถที่เร็วมาก ปราดเปรียว คล่องตัว สนุกในทุกท่วงท่าการขับขี่ และมีไดนามิกที่ยอดเยี่ยม สิ่งที่คุณได้เพิ่มเติมคือเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ที่มีความทันสมัยและช่วยเพิ่มความสะดวกสบายเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในรถสปอร์ตคันนี้ รวมถึงระบบช่วยขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่ครบครัน

Gallery


การให้คะแนน

Driving
100%
Engine & Trans
100%
Fuel Consumption
70%
Practicality
70%
Price and Features
85%
Design
100%
Saftey
90%
Summary

Porsche 911 Carrera S (992) เป็นการต่อยอดในสิ่งที่ 911 รุ่นก่อนหน้าทำไว้ให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น ทรงพลังยิ่งขึ้น เร็วขึ้น ขับสนุกขึ้น มีเทคโนโลยีใหม่มากมาย และยังขับใช้ในชิวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย

Top