For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

[Road Test] Nissan X-Trail Hybrid เอสยูวีที่นุ่มสบายและปลอดภัย แต่สนุกได้เมื่อต้องการ

4 / 5

Overview Of Car

ครอสโอเวอร์เอสยูวีขุมพลังไฮบริดหนึ่งเดียวของนิสสันได้รับการปรับโฉมให้ดูสดใหม่และทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมด้วยออปชั่นความปลอดภัยที่ครบครัน ทั้งแรง ทั้งประหยัด ขับดีสมราคาค่าตัว
ราคา 1,617,000 บาท

Body Style:Crossover SUV
Description:เอสยูวีขนาดกลาง 5 ที่นั่ง เครื่องยนต์ไฮบริด
Engine:เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Consumption:15 กม.ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Nissan
Max Power:179 แรงม้า
Max Torque:200 นิวตันเมตร
Model:Nissan X-Trail 2.0VL 4WD Hybrid
Price Guide:1,617,000 บาท
Release Date:กุมภาพันธ์ 2019
0-100 km/h:10.4 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ XTRONIC CVT 7 สปีด
Like

จุดเด่น

  • ระบบไฮบริดที่ทำให้การขับขี่สนุกและประหยัดมากขึ้น
  • การบังคับควบคุมดี ช่วงล่างนุ่มหนึบ เกาะถนน ขับเร็วแล้วมั่นใจ
  • ห้องโดยสารกว้างขวาง โปร่ง นั่งสบายทุกตำแหน่ง
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีเยอะ
  • ระบบความปลอดภัยเยอะ
Dislike

จุดด้อย

  • การตอบสนองของหน้าจอสัมผัสกลางแดชบอร์ดมีหน่วงเล็กน้อย
  • การตกแต่งภายในยังดูไม่พรีเมี่ยมเท่าคู่แข่ง
  • ล้ออัลลอยดูธรรมดา

            Nissan X-Trail โฉมปัจจุบันวางขายมายาวนานกว่า 4 ปีแล้ว การปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2019 ที่ผ่านมาโดยเน้นที่การปรับรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูสดใหม่ยิ่งขึ้น พร้อมอัพเกรดระบบความปลอดภัยใหม่ให้เท่าทันกับยุคสมัย จากหน้าตาเดิมที่ดูเรียบง่ายธรรมดาๆ การปรับใหม่ทำให้รถดูมีความเฉียบคมน่าดึงดูดใจมากขึ้น ในแง่การขับขี่นั้น X-Trail Hybrid ถือเป็นครอสโอเวอร์ที่มีพละกำลังมากพอตัว แรง และตอบสนองดีอยู่แล้ว ทำให้มันเป็นรถที่ขายดีมากๆ อีกรุ่นหนึ่งของนิสสัน ดังนั้นในรุ่นใหม่นี้เราจึงคาดหวังว่ามันจะขับดีไม่ต่างจากเดิม

            ดีไซน์ด้านหน้าของ X-Trail Hybrid ถูกแต่งเติมด้วยกระจังหน้า V-motion ดีไซน์ใหม่พร้อมกับขลิบสีฟ้าเพื่อสื่อให้รู้ว่านี่คือรถไฮบริดนะจ๊ะ กันชนหน้าปรับใหม่ดูทันสมัยยิ่งขึ้นพร้อมด้วยไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ลงตัวกับกันชน ไฟหน้า LED Projector Lens มาพร้อมกับไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ ดีไซน์ใหม่ที่ดูโฉบเฉี่ยวกว่าที่เคย

            หันมาดูท้ายรถก็จะพบกัยไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่แบบบูมเมอแรงที่ทั้งสวยและดูทันสมัยกว่าไฟท้ายรุ่นเก่ามากมาย กันชนท้ายก็ปรับใหม่ให้ดูสปอร์ตขึ้นด้วยเช่นกัน พร้อมด้วยแถบสีฟ้าที่ชายล่างของประตูท้ายที่แสดงตัวตนว่าฉันนคือรถไฮบริดนะเธอ สิงที่ยังขัดใจเราเล็กๆ เห็นจะเป็นดีไซน์ของล้ออัลลอย 17 นิ้วที่ดูจืดชืดธรรมดาไปนิด น่าจะใส่ล้อที่ดูมีราศีกว่านี้สักหน่อย

การขับขี่

            ด้วยขุมพลังไฮบริด 2.0 ลิตรที่ให้กำลังรวมกว่า 179 แรงม้า ทำให้ X-Trail Hybrid มีสมรรถนะที่น่าตื่นตาตื่นใจ การเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งทำได้อย่างกระฉับกระเฉงพร้อมกับแรงดึงที่มีมากพอให้รู้สึกสนุก นิสสันเคลมว่าอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ของ X-Trail Hybrid อยู่ที่ 10.4 วินาที พร้อมกับความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. การขับขี่บนถนนจริงหาที่ลองได้ยากมากแต่เท่าที่สัมผัสได้คือรถคันนี้เร่งดีจริงและไหลปลาย เมื่อจับคู่กับเกียร์ XTRONIC CVT 7 สปีด ทุกครั้งที่กดคันเร่งรถจะทะยานขึ้นไปอย่างนุ่มนวล เช่นเดียวกับจังหวะลดเกียร์ที่แทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อระหว่างเกียร์ เกียร์ลูกนี้ยังมีโหมดแมนวล +/- การใช้งานก็เพียงแค่ดึงคันเกียร์เข้าหาตัวแล้วควบคุมการใช้เกียร์ด้วยตัวเอง มันให้ความรู้สึกสนุกและเข้ามือ การตอบสนองของเกียร์ในโหมดแมนวลนี้ก็ไม่ได้ชักช้าแต่อย่างใด

            หากสตาร์ทเครื่องพร้อมกับแบตเตอรี่เต็มความจุ คุณสามารถขับเจ้า X-Trail Hybrid อย่างเงียบเชียบและไร้ซึ่งมลพิษได้ในระยะเวลาหนึ่ง การเคลื่อนที่ของรถจะเป็นไปอย่างนุ่มนวล พอเครื่องยนต์สตาร์ท คุณจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ซึ่งเสียงของเครื่องยนต์ก็ค่อนข้างจะเงียบและนุ่มนวล

            ระบบขับเคลื่อนไฮบริดของ X-Trail มีการทำงานที่เนียนกริบและนุ่มนวล ในช่วงเร่งเครื่อง ทั้งมอเตอร์และเครื่องยนต์จะช่วยกันทำงานเพื่อสร้างกำลังขับมาสู่ล้อ ในการขับขี่ลอยตัวที่ความเร็วสูงเครื่องยนต์จะทำหน้าสร้างกำลังขับเคลื่อนส่วนมอเตอร์จะทำหน้าชาร์จไฟเข้าไปเก็บที่แบตเตอรี่ ในจังหวะยกคันเร่งชะลอความเร็วและจังหวะเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นเป็นกระแสไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าที่แบตเตอรี่ การสลับการทำงานระหว่างมอเตอร์และเครื่องยนต์ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตามเราแทบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงเลย

            การขับขี่ในเมือง X-Trail Hybrid มอบความนุ่มสบาย เงียบ และคล่องตัว พวงมาลัยปรับเซ็ตน้ำหนักมาเอาใจคนขับทุกเพศทุกวัย เบาสบาย หมุนควงง่ายไม่ต้องออกแรงเยอะ แต่ในความเบานั้นก็ยังมีอัตราทดที่เหมาะสม ระยะฟรีไม่เยอะเกินไป มันจึงมีความแม่นยำและเฉียบคมให้กะระยะเลี้ยวต่างๆ ได้ง่าย ระบบกันสะเทือนก็ยังเน้นความนุ่มนวลพร้อมกับการดูดซับแรงสะเทือนจากอุปสรรคบนพื้นผิวถนนที่ดี

            ที่ความเร็วสูง X-Trail Hybrid ยังไม่ทิ้งตัวตนความนุ่มสบาย แต่สิ่งที่เข้ามาคือความหนึบแน่นมั่นคงของช่วงล่างที่เกาะถนนหนึบเป็นตุ๊กแก วิ่งเร็วแล้วรถยังนิ่งสนิท ไม่ส่าย ไม่โคลง การเข้าโค้งทำได้อย่างแนบเนียนจากระบบบังคับเลี้ยวและช่วงล่างที่ไว้ใจได้ ไม่ยวบ ไม่ย้วย อาการโยนมีไม่มาก เสถียรภาพการทรงตัวอยู่ในระดับที่ดี ทำให้การขับขี่บนเส้นทางไหนๆ ก็อุ่นใจ

            การขับขี่ด้วยความเร็วคงที่เครื่องยนต์จะไม่ต้องรับภาระหนักและทำงานอย่างราบรื่นสบายๆ ดังนั้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองจึงดีมาก นี่ถือเป็นจุดเด่นของรถไฮบริดเลยก็ว่าได้ พอกดคันเร่งเพื่อคิ๊กดาวน์ จากความที่เป็นเกียร์ CVT ใช้สายพาน การตอบสนองจึงต้องรอจังหวะสักเล็กน้อยก่อนที่รอบเครื่องจะดีดขึ้นสูงและดึงให้แซงพ้นรถขับช้าได้อย่างว่องไว

            X-Trail Hybrid มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ใช้งานได้ง่ายจากสวิตช์ควบคุมที่คอนโซลกลาง โดยมีให้เลือก 3 โหมด ได้แก่ ขับเคลื่อน 2 ล้อหน้า ขับเคลื่อนอัตโนมัติที่จะปรับการขับเคลื่อน 2 หรือ 4 ล้อเองโดยอัตโนมัติ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ การขับทางราบทั่วไปใช้เพียง 2WD ก็เพียงพอเลี้ยวเพราะให้ความประหยัดมากที่สุด อย่างไรก็ตามระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่ให้มานั้นเหมาะกับสภาพพื้นผิวที่เปียกลื่น มันจะช่วยเพิ่มการยึดเกาะ แต่อย่าเอาไปลุยออฟโรดล่ะ ไม่ไหว

            แป้นเบรกของ X-Trail Hybrid ปรับเซ็ตโดยเน้นความนุ่มนวล ระยะฟรีค่อนข้างเยอะ ต้องเหยียบลึกกว่าจะรู้สึกถึงแรงหน่วง และเป็นแรงหน่วงแบบค่อยๆ มา การใช้งานแรกต้องปรับจังหวะเบรกพอสมควรเพราะฟีลลิ่งของมันต่างจากเบรกของรถปกติเนื่องจากเป็นระบบเบรกแบบสะสมพลังงาน

            การป้องกันเสียงรบกวนถือว่าทำได้น่าพอใจเลย เสียงลมเริ่มเล็ดลอดเข้ามาที่ความเร็ว 100 กม./ชม. เสียงยางเริ่มดังจนรู้สึกได้ที่ความเร็ว 80 กม./ชม. เสียงตึงตังของช่วงล่างออกแนวแน่นๆ ตุบตับ แต่ไม่ดังจนรู้สึกว่ารบกวนต่อสมาธิการขับขี่

            ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่เราทำได้อยู่ที่ 15 กม./ลิตร จากการขับบนถนนจริง การจราจรจริง ทั้งในเมืองและถนนหลวงนอกเมือง เน้นพิสูจน์ดูสมรรถนะของรถไม่เน้นประหยัด และเปิดแอร์ 23 องศา ตัวเลขที่ได้กับครอสโอเวอร์เอสยูวีขนาดกลางน้ำหนัก 1.7 ตัน ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

ภายในห้องโดยสาร

            จุดเด่นภายในห้องโดยสารของ X-Trail ก็คือความกว้างขวางและโปร่งสบาย เมื่อเปิดประตูจะพบกับทางเข้าห้องโดยสารขนาดใหญ่ ไม่ว่าคุณจะตัวขนาดเท่าไรก็เข้าออกรถได้อย่างสะดวก ตำแหน่งนั่งขับค่อนข้างสูง เบาะนั่งปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางพร้อมตันดังหลัง พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง เข้า-ออก-ขึ้น-ลง ดังนั้นการปรับตำแหน่งเบาะจึงทำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

            ทัศนวิสัยการมองรอบคันดีเยี่ยมตามสไตล์รถยกสูง มุมผ่านไหล่ไปกระจกหลังไม่ถูกรบกวน กระจกข้างใหญ่มองชัดเต็มตาพร้อมระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาทำให้การเปลี่ยนเลนมั่นใจมากยิ่งขึ้น เสา A-pillar ขนาดกำลังดีไม่บังบริเวณมุมรถมากเกินไป

            พื้นที่เบาะตอนหน้ากว้างขวาง เมื่อเข้ามานั่งจะรู้สึกว่าโปร่งสบาย เมื่อเปิดหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟยิ่งช่วยให้บรรยากาศห้องโดยสารโปร่งโล่งขึ้นไปอีก แดชบอร์ดมาในดีไซน์เรียบง่ายแต่มีคุณภาพและแน่นหนา ปุ่มปรับต่างๆ จัดวางให้เข้าถึงได้ง่าย เราชอบพวงมาลัยฐานตัดที่ให้อารมณ์สปอร์ตได้พอสมควรพร้อมปึ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรลครบครัน ชุดหน้าปัดเรือนไมล์แบบเข็มอนาล็อกดูเชยไปนิดแต่ก็ได้ความง่ายในการอ่านค่าต่างๆ มาแทน หน้าจอสี MID ตรงกลางบอกข้อมูลการขับขี่ต่างๆ ครบครัน รวมถึงบอกสถานะการทำงานของระบบไฮบริดแบบเรียลไทม์

            หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้วมาพร้อมกับระบบความบันเทิงใหม่ A-IVI การตอบสนองแอบหน่วงนิดๆ หน้าตาเมนูยังสวยขึ้นจากรุ่นก่อน ความละเอียดของการแสดงผลยู่ในระดับดีแต่จอไม่ค่อยสู้แสงแดดสักเท่าไร สำหรับฟังชั่นที่บรรจุมาให้นั้นก็เรียกได้ว่าครบ ระบบนำทางเชื่อใจได้ ขณะที่การเชื่อมต่อก็รองรับหมดทั้ง AUX, USB, Bluetooth รวมถึงเครื่องเล่น DVD คุณภาพเสียงที่ได้ก็ตามมาตรฐาน คุณภาพกลางๆ ฟังสนุก มาพร้อมกับลำโพง 6 ตัว จอนี้ยังแสดงภาพจากกล้องรอบคันรถ 360 องศาด้วย ทำให้การจอดรถง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

            เบาะหลังมาพร้อมกับความกว้างขวางและนั่งสบาย ขึ้น-ลงสะดวก คนตัวสูงไม่เจอกับปัญหาในการนั่งโดยสารแน่นอน พนักพิงเบาะสามารถเอนได้และพับแยกได้แบบ 60/40 มีช่องแอร์ด้านหลัง เบาะตัวกลางดึงงมาเป็นที่วางแขนและแก้วน้ำได้ อุโมงค์กลางไม่ใหญ่มาก คนนั่งตรงกลางจะไม่รู้สึกเกะกะที่ขา

            ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดใหญ่พอสำหรับใส่ของไปเที่ยววันหยุดกับครอบครัว มีช่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้พื้น เมื่อพับเบาะหลังลงแล้วพื้นจะราบเสมอกันทำให้จัดสรรพื้นที่ใส่ของได้สะดวกยิ่งขึ้น และจะสะดวกยิ่งขึ้นด้วยประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เปิด-ปิด ง่ายเพียงสอดเท้าไปใต้กันชน (กุญแจรถต้องอยู่ที่ตัวไม่งั้นเปิดไม่ออก)

            X-Trail Hybrid รุ่นใหม่นี้ยังมาพร้อมกับออปชั่นความปลอดภัยที่นิสสันใส่เพิ่มมาให้แบบไม่ยั้ง อาทิ ระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ระบบเตือนจุดอับสายตา ระบบเตือนเมื่อมีวัตถุตัดผ่านขณะถอยรถ ระบบช่วยปรับไฟสูงอัตโนมัติ ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุรอบคัน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เป็นต้น เรียกได้ว่าครบถ้วนสะใจคนชอบออปชั่นเยอะๆ

สรุปความน่าใช้

            การปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ทำให้ X-Trail Hybrid น่าใช้ขึ้นมาอีกเท่าตัว นอกจากหน้าตาภายนอกจะดูดีขึ้นแล้ว คุณยังได้ออปชั่นใหม่ๆ มาเติมเต็มอีกหลายอย่างซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวก ช่วยเพิ่มความมั่นใจ และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ เจ้า X-Trail Hybrid จึงน่าจะเป็นเพื่อนเดินทางที่ดีของครอบครัวในช่วงวันหยุด

            ในแง่ของการขับขี่ X-Trail Hybrid ก็ยังมอบความมั่นใจได้ตลอด ระบบไฮบริดทั้งแรง ทั้งประหยัด และยังปล่อยมลพิษต่ำ สมรรถนะ การควบคุม ช่วงล่าง ให้ความมั่นใจได้ดีทั้งการขับขี่ในเมืองและเดินทางไกล อีกทั้งยังสามารถลุยได้พอหอมปากหอมคอ โดยรวมแล้วครอสโอเวอร์คันนี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าใช้ เพราะเขาก็มีจุดเด่นในตัวเอง ถ้าคุณชอบใจก็ไม่มีเหตุผลอันใดให้ปฏิเสธ

Gallery


การให้คะแนน

Driving
85%
Engine & Trans
85%
Fuel Consumption
80%
Practicality
85%
Price and Features
90%
Design
75%
Saftey
90%
Summary

Nissan X-Trail Hybrid เป็นเอสยูวีสำหรับครบครัวที่น่าใช้อีกหนึ่งรุ่น การอัพเกรดล่าสุดมาพร้อมอุปกรณ์ใหม่ๆ มากมาย และระบบความปลอดภัยที่ครบครันที่สุดรุ่นหนึ่งในคลาส

Top