For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Road Test – Nissan Terra 2.3 VL 2WD ทรงพลัง กว้างขวาง ออปชั่นครบ ราคาเร้าใจ

4 / 5

Overview Of Car

อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งน้องใหม่ในตลาดเมืองไทย ชูจุดเด่นที่ความกว้างขวางของห้องโดยสาร พร้อมด้วยเทคโนโลยีใหม่ และเครื่องยนต์ 2.3 ลิตรที่ทรงพลัง เพื่อสร้างสมดุลแห่งความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และการขับขี่ที่เหมาะสมกับครอบครัว
ราคาเริ่มต้น 1,316,000 บาท

Body Style:SUV แบบตัวถังวางบนแชสซี
Description:5 ประตู 7 ที่นั่ง
Engine:ดีเซล 4 สูบ 2.3 ลิตร เทอร์โบคู่แบบแปรผัน
Fuel Consumption:12 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:ดีเซล
Make:Nissan
Max Power:190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที
Max Torque:450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที
Model:Nissan Terra 2.3 VL 7AT 2WD
Price Guide:1,349,000 บาท
Release Date:สิงหาคม 2018
0-100 km/h:11.6 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด พร้อมโหมดแมนวล
Like

จุดเด่น

  • ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง
  • กระจกมองหลังอัจฉริยะ
  • เทคโนโลยีความปลอดภัยทันสมัย
  • มีจอทีวี 11 นิ้วสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง อัตราเร่งมีเหลือๆ
  • ระบบส่งกำลังมีความนุ่มนวล 
  • ช่วงล่างแน่น ซับแรงสะเทือนได้ดี
Dislike

จุดด้อย

  • ระบบบังคับเลี้ยวค่อนข้างหนักและตอบสนองไม่ไวเท่าที่ควร
  • การตกแต่งห้องโดยสารยังไม่โดดเด่น ใช้พลาสติกแข็งจำนวนมาก
  • จอเครื่องเสียงหน้าตาเมนูดูไม่ค่อยทันสมัย แต่มีฟังก์ชั่นครบ
  • เบาะแถว 3 เล็กเกินไปสำหรับผู้ใหญ่ 

            สำหรับประเทศไทย รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งน่าจะเป็นความฝันสูงสุดของครอบครัวหลายๆ ครอบครัว เพราะความสามารถอันรอบด้านของมันไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย ความปลอดภัย การขับขี่ รวมถึงเทคโนโลยีภายในรถ ทุกสิ่งล้วนน่าดึงดูด และการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งเดียวกับอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งคือจบครบทุกความต้องการ

            รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ขายในบ้านเรามีให้เลือกมากหน้าหลายตา เจ้าตลาดก็หนีไม่พ้น Toyota Fortuner ตามมาด้วยพระรองอย่าง Mitsubishi Pajero Sport, Isuzu Mu-X, Ford Everest และ Chevrolet Trailblazer เห็นได้ชัดว่า Nissan ยังไม่มีผู้ท้าชิงในกลุ่มนี้ ดังนั้นการมาของ Nissan Terra จึงเป็นการเติมเต็มในส่วนที่ขาด พร้อมกับนำเสนอจุดเด่นในด้านที่แตกต่างจากคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ บนพื้นฐานของ Nissan Intelligent Mobility รวมถึงความสะดวกสบายและความกว้างขวางตามแบบฉบับรถครอบครัวตัวจริง

            Nissan Terra วางขายในไทย 3 รุ่นย่อย แบ่งเป็นขับเคลื่อนล้อหลัง 2 รุ่น ได้แก่ 2.3 V 7AT และ 2.3 VL 7AT ขับเคลื่อนสี่ล้อ 1 รุ่น ได้แก่ 2.3 VL 7AT 4WD สเปคหลักๆ เหมือนกัน ต่างเพียงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สำหรับ Terra ที่เรานำมาทดสอบในวันนี้เป็นรุ่นกลาง 2.3 VL 7AT ที่เราคาดว่าน่าจะขายดีที่สุดกับราคาค่าตัว 1,349,000 บาท การขับขี่จะเป็นอย่างไร ไปหาคำตอบพร้อมกันเลย

ขุมพลังเพียงพอต่อการใช้งาน

            Nissan Terra ทุกรุ่นติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.3 ลิตร พ่วงเทอร์โบคู่แบบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ เครื่องยนต์นี้เป็นบล็อกใหม่คนละตัวกับที่ติดตั้งใน Navara ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 450 นิวตันเมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดลูกเดียวกับ Navara

            เครื่องดีเซล 2.3 ลิตรกับรถขนาดตัวมหึมาพร้อมน้ำหนักกว่า 2 ตันมอบอารมณ์การขับขี่แบบสุขุมนุ่มนวล อัตราเร่งเร่งดูเหมือนจะไม่โดดเด่นแต่เอาเข้าจริงก็แรงพอตัว เราทดลองกดคันเร่งจากสี่แยกไฟแดงพบว่าเพียงเวลาชั่วครู่เข็มบนหน้าปัดก็ตวัดไป 100 กม./ชม. แล้ว แต่ความรู้สึกเหมือนรถกำลังหลอกเราอยู่ คือมันนุ่มนวลแต่กำลังจากเครื่องยนต์มีมาเรื่อยๆ จนเราไม่รู้ตัว การเร่งออกตัวทำได้กระฉับกระเฉง แรงบิดดีตั้งแต่รอบต่ำ ขณะที่จังหวะเร่งแซงก็มีเรี่ยวแรงให้ใช้แบบเหลือๆ

            การทำงานของเกียร์จัดว่านุ่มนวลมาก มีความฉลาดและรวดเร็ว จังหวะเพิ่มเกียร์แทบไม่รู้สึกถึงรอยต่อแถมยังส่งกำลังได้อย่างลื่นไหล ลองคิ๊กดาวน์ดูพบว่ามีดีเลย์เล็กน้อยก่อนจะมอบแรงดึงที่มากพอสำหรับเร่งแซงรถช้า จังหวะลดเกียร์มีอาการกระตุกเล็กๆ มาให้สัมผัสได้อย่างชัดเจนในเกียร์ต่ำ 3-2-1 แต่ก็ส่งผลต่อการขับขี่แต่อย่างใด

            เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีดของ Terra มีปุ่ม +/- ให้เปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง เราลองใช้งานดูพบว่ามันตอบสนองได้ไวตามสมควร แต่น่าเสียดายที่ไม่มีแพดเดิลชิฟท์มาให้

นุ่มนวลชวนให้หลงรัก

            ระบบกันสะเทือนของ Terra ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่พร้อมคอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังแบบ 5 ลิ้งก์คอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง การขับขี่ในเมืองที่สภาพพื้นผิวไม่โสภานักทำได้ยอดเยี่ยม ช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนได้ดีตามมาตรฐานรถยกสูง ให้ความรู้สึกหนักแน่น ไม่มีอาการดีดเด้งมาให้รำคาญใจ ขับผ่านอุปสรรคอย่างรอยปะถนน ฝาท่อ และคอสะพานได้อย่างมั่นใจ ความรู้สึกคล้ายรถเก๋งโช๊คอัพแข็งๆ ที่ให้ความสบายมากกว่ารถกระบะช่วงล่างคานแหนบ

            การเปลี่ยนเลนกะทันหันหรือเข้าโค้งหักศอกที่ความเร็วต่ำรถก็ยังควบคุมอาการยวบได้ดี ขณะที่เมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงรถก็ยังนิ่งและมั่นคง เสถียรภาพการทรงตัวที่ความเร็วสูงทำได้ดี เมื่อเข้าโค้งก็มีอาการโยนบ้างตามสไตล์รถยกสูงแต่ก็ไม่น่าเกลียดจนเกินรับได้

การควบคุมยังดีไม่สุด

            พวงมาลัยของ Terra เป็นแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฮดรอลิก มาพร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร จากการขับขี่จริง ที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยค่อนข้างหนัก ประกอบกับระยะฟรีที่เผื่อมามากไปนิด ทำให้การบังคับควบคุมค่อนข้างช้า เมื่อเทียบกับคู่แข่งต้องหมุนพวงมาลัยมากขึ้นอีกนิดแล้วหน้ารถจึงหันตาม ข้อดีก็คือนุ่มนวล ควบคุมง่ายเมื่อขับขี่ช้าๆ แต่อาจไม่ถูกใจนักขับมากประสบการณ์สักเท่าไร

            เมื่อขับความเร็วสูง น้ำหนักพวงมาลัยจะเพิ่มขึ้นตามความเร็ว แต่ส่วนตัวแล้วเราอยากให้พวงมาลัยนิ่งและมั่นคงกว่านี้อีกเล็กน้อย ด้วยความที่พวงมาลัยยังไม่ไวเท่าที่ควรเมื่อต้องเจอโค้งจำนวนมากอาจทำให้เหนื่อยได้ เช่นเดียวกับการวนหาที่จอดรถให้ห้างสรรพสินค้าหรือโยกเข้าซองที่ต้องใช้แรงพอสมควร

            ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์ ด้านหลังเป็นดรัมเบรก พร้อมระบบป้องกันล้อล็อค ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบเพิ่มแรงเบรกในภาวะฉุกเฉิน BA ครบถ้วนตามสมัยนิยม เมื่อลองเหยียบเบรกดูพบว่าแป้นเบรกจะมีระยะฟรีช่วงแรกนิดหน่อย แต่พอกดไปสักพักแรงหน่วงจะเริ่มมา และมาแบบค่อยเป็นค่อยไป นุ่มนวล เบรกแล้วหัวไม่ทิ่ม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ ควบคุมและกะระยะเบรกได้ง่าย ส่งผงต่อความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

รถอเนกประสงค์ของครอบครัว

            สิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นจุดแข็งของ Terra คือความกว้างขวางของห้องโดยสาร เบาะหน้าและเบาะแถว 2 มีพื้นที่ว่างมากมาย ผู้ใหญ่ตัวสูงขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก ที่ว่างเหนือศีรษะและที่ว่างช่วงขามีเหลือเฟือ ทุกรุ่นย่อยจะได้เบาะปรับไฟฟ้าฝั่งคนขับ แต่ฝั่งผู้โดยสารยังเป็นแบบปรับมืออยู่ เบาะนั่งเป็นวัสดุหนังและมีขนาดใหญ่ นั่งสบายและโอบกระชับลำตัวดีมาก ตำแหน่งนั่งขับอยู่สูงทำให้ทัศนวิสัยรอบคันดีเยี่ยม กระจกมองข้างขนาดใหญ่ให้มุมมองด้านหลังชัดเจนพร้อมระบบเตือนจุดอับสายตา

            เบาะแถว 2 นั่งสบายมาก ปรับเลื่อนหน้า-หลังและปรับเอนพนักพิงได้ กึ่งกลางพนักพิงดึงลงมาเป็นที่วางแก้วได้ เพื่อความสะดวกสบาย Terra จึงใส่ปุ่มพับเบาะแถว 2 อัตโนมัติมาให้ซึ่งมีเป็นครั้งแรกในรถกลุ่มนี้โดยปุ่มจะอยู่แถวๆ เบรกมือ บอกเลยว่าพับได้รวดเร็วและสะดวกมากๆ แต่การดึงเบาะลงเข้าที่ต้องใช้แรงพอสมควร ส่วนเบาะแถว 3 เหมาะสำหรับเด็กๆ เพราะค่อนข้างแคบและขึ้น-ลงลำบาก

            นิสสันบอกว่าห้องเก็บสัมภาระท้ายมีขนาดใหญ่สุดในคลาสแต่ก็ไม่ได้เปิดเผยตัวเลขออกมา พื้นห้องสามารถดึงขึ้นมาเป็นกล่องเก็บของได้ พนักพิงของเบาะแถว 2 พับได้ในอัตราส่วน 60/40 เบาะแถว 3 พับได้แบบ 50/50 เมื่อพับแล้วจะราบเสมอกันทั้งหมด ทำให้ใส่ของได้อย่างเป็นระเบียบ

            แดชบอร์ดยกเอาของ Navara มาทั้งหมด สีเบาในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อจะเป็นสีดำ ส่วนรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อจะเป็นสีน้ำตาล ดีไซน์ดูเรียบๆ ธรรมดา แต่ก็มาพร้อมฟังก์ชั่นความสะดวกสบายครบครัน อาทิ ระบบปรับอากาศแยกอิสระซ้าย-ขวา ช่องแอร์ตอนหลังในทุกที่นั่ง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมครูสคอนโทรล รวมถึงหน้าปัดแบบเข็มพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ที่ดูง่ายแต่การปรับค่าบางอย่างจะทำได้เมื่อหยุดรถเท่านั้น

            ด้านความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอสัมผัสกลางแดชบอร์ดหน้าขนาด 7 นิ้วจาก Kenwood หน้าตาเมนู กราฟิกต่างๆ รวมถึงการตอบสนอง ชวนให้นึกถึงเครื่องเสียงติดรถยนต์เมื่อหลายปีก่อน แต่ก็มาพร้อมกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ครบครัน รองรับ CD/DVD, AUX, USB, Bluetooth มาพร้อมลำโพง 6 ตัว และระบบนำทางทางหน้าตาไม่ทันสมัยแต่ไว้ใจได้ ทัดมาที่เบาะแถว 2 เป็นจอทีวีขนาด 11 นิ้วแบบห้อยหลังคาสำหรับมอบความบันเทิงแก่ผู้โดยสารตอนหลัง

            เทคโนโลยีที่บรรจุมาใน Terra น่าสนใจมาก ประกอบด้วย กล้องมองภาพรอบทิศทางอัจฉริยะ (IAVM) แสดงภาพจากกล้อง 4 จุดรอบตัวรถที่กระจกมองหลัง ช่วยอำนวยความสะดวกในการถอยจอด สามารถเปลี่ยนมุมมองของภาพได้ 3 รูปแบบ, กระจกมองหลังอัจฉริยะ (i-RVM) แสดงภาพจากกล้องที่ติดตั้งบริเวณประตูหลัง สามารถปรับลดแสงสะท้อนได้ การใช้งานจริงมุมมองจะไม่เป็นธรรมชาติเหมือนมองกระจกมองหลังปกติ ดังนั้นถ้าหากจะใช้งานมันยาวๆ ต้องสร้างความคุ้นเคยกับมัน, ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ส่งสัญญาณเตือนเมื่อขับคร่อมเส้นถนน, ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน และกระจกบังลมหน้าแบบป้องกันเสียงรบกวน

             ระบบแสดงภาพในกระจกมองหลังล้วนเป็นสิ่งที่ดีในแง่ความปลอดภัย แต่ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นต้องปรับปรุงให้มีความคมชัดที่มากขึ้นกว่านี้แล้วทุกอย่างจะเพอร์เฟกต์

สรุปความน่าใช้

            Nissan Terra เป็นรถอเนกประสงค์อีกหนึ่งรุ่นที่มีความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี สมรรถนะ และความปลอดภัย โดดเด่นที่ความกว้างขวางของห้องโดยสารที่ไม่ว่าคุณจะมีลูกกี่คนก็พาไปเที่ยวไปพร้อมกันทั้งหมด สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารก็ครบครัน ระบบความบันเทิงที่มาพร้อมกับจอทีวีขนาด 11 นิ้วเหนือเบาะแถว 2 น่าจะถูกใจเด็กๆ อย่างแน่นอน

            ด้านสมรรถนะก็มีเพียงพอกับความต้องการตามแบบรถครอบครัว เครื่องยนต์และเกียร์มีความสมูธนุ่มนวล ทั้งยังมอบพละกำลังที่เพียงพอสำหรับการขับขี่ทางไกลหรือขึ้นเขาลงห้วย ช่วงล่างแน่นซับแรงสะเทือนได้ดี ขับเร็วแล้วยังนิ่ง ทรงตัวดี เข้าโค้งหนักๆ ก็เอาอยู่ การป้องกันเสียงรบกวนที่ทำออกมาได้น่าชื่นชม ด้านความประหยัดทำได้ตามมาตรฐานรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง จากการขับขี่บนการจราจรปกติ เราทำตัวเลขได้ราว 14 กม./ลิตร

            Terra รุ่น 2.3 VL 7AT 2WD ที่เราทดสอบน่าจะเป็นรุ่นย่อยที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว คุณจะได้ออปชั่นหลักๆ เกือบเท่ารุ่นท็อป (อันที่จริงทั้ง 3 รุ่นย่อยก็ให้อุปกรณ์มาไม่หนีกันมาก) ราคาค่าตัว 1.349 ล้านบาทเมื่อเทียบอุปกรณ์ที่ได้แล้วถือว่าไม่แพง บวกกับรูปลักษณ์ภายนอกที่แข็งแกร่งบึกบึน มิติตัวรถใหญ่โต และอุปกรณ์มาตรฐานภายนอกครบตามสมัยนิยม นี่คือรถอเนกประสงค์ที่คนมีครอบครัวควรจะพิจารณา

Gallery

Related Gallery


Driving
80%
Engine & Trans
85%
Fuel Consumption
80%
Practicality
85%
Price and Features
75%
Design
75%
Saftey
80%
Summary

Terra เป็นอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งที่ทรงพลัง ขับสบาย และนุ่มนวล โดดเด่นที่ความกว้างขวาง เบาะแถว 2 นั่งสบายมาก รูปลักษณ์ดีไซน์แล้วแต่ความชอบ แต่อุปกรณ์ออปชั่นต่างๆ ของรุ่นรองท็อปตัวนี้มีเกือบเท่ารุ่นท็อป โดยรวมจัดเป็นเอสยูวีที่คุ้มค่าในราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท

Top