For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

[Road Test] Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้าของคนรักเทคโนโลยี การันตีคุณภาพระดับโลก

3 / 5

Overview Of Car

รถยนต์ไฟฟ้าที่เกิดมาเพื่อคนรักเทคโนโลยี ล้ำหน้ากว่าใครด้วย e-Pedal เงียบ นุ่ม ขับดี สะดวกสบาย ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ นี่คืออนาคตของวงการยานยนต์ที่จับต้องได้แล้วในวันนี้
ราคา 1,990,000 บาท

Body Style:Hatchback
Description:แฮทช์แบ็กขนาดเล็ก 5 ประตู 4 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
Engine:มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Consumption:-
Fuel Type:-
Make:Nissan
Max Power:150 แรงม้า
Max Torque:320 นิวตันเมตร
Model:Nissan Leaf
Price Guide:1,990,000 บาท
Release Date:พฤศจิกายน 2018
0-100 km/h:7.9 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ 1 สปีด
Like

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์ภายนอกมีความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว และทันสมัย
  • มีการบังคับควบคุมที่ยอดเยี่ยม
  • ระยะทางขับขี่เหมาะสมกับการใช้งานในเขตเมือง
  • อัตราเร่งตอนต้นดี 
  • ขับขี่นุ่มนวล เงียบ ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์
  • เทคโนโลยี e-Pedal
Dislike

จุดด้อย

  • การตกแต่งภายในยังดูธรรมดา
  • ราคาค่าตัวสูงไปนิด
  • ออปชั่นเด่นๆ มีน้อย

          Nissan Leaf รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก แต่เหตุไฉนบนท้องถนนเมืองไทยยังไม่ค่อยเห็นมีวิ่งแม้จะเปิดตัวมาพักใหญ่แล้วก็ตาม ด้วยราคาค่าตัว 1.99 ล้านบาท หลายคนบอกว่าแพง ใช่แล้วมันแพง แต่นี่คือนวัตกรรมใหม่ นี่คือสิ่งใหม่ นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่แห่งโลกยานยนต์ที่นิสสันนำเสนอสู่เมืองไทย ถ้าเอาราคามาเป็นตัวตั้งโดยที่ยังไม่ได้สัมผัสหรือลองขับ ร้อยทั้งร้อยต้องมองข้าม Leaf แน่ๆ พร้อมกับยกเหตุผลต่างๆ นาๆ มาเกทับ บ้างก็ว่าเมืองไทยยังไม่พร้อมด้านสถานีชาร์จ ระยะทางขับขี่ไม่ไกลมาก ใช้งานยุ่งยากกว่ารถน้ำมัน เราจึงบอกว่ารถคันนี้เหมาะกับคนรักเทคโนโลยีจริงๆ พร้อมที่จะลองอะไรใหม่ๆ และกล้าที่จะเป็นผู้บุกเบิกในการหันมาช่วยรักษ์โลกอย่างเป็นรูปธรรม

             ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานิสสันพยายามที่จะสร้างการรับรู้เกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการนำเสนอองค์ความรู้ สร้างสรรค์กิจกรรม ประชาสัมพันธ์ข้อมูลออกไปในวงกว้าง รวมถึงจัดการทดสอบขับขี่ให้กับผู้ที่สนใจแนะนำให้คนไทยได้รู้จัก Nissan Leaf มากขึ้น หากยังจำกันได้นิสสันเคยท้าพิสูจน์ให้สื่อมวลชนขับ Leaf ขึ้น-ลงจุดสูงสุดของประเทศไทยอย่างยอดดอยอินทนนท์มาแล้ว ผลลัพธ์คือ Leaf ทำหน้าที่ได้อย่างไร้ที่ติ พละกำลังมีเหลือเฟือ ขับขี่ขึ้นทางลาดชันได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย แถมแบตเตอรี่ยังมีปริมาณไฟเหลือพอที่จะขับกลับเข้าเมืองเชียงใหม่ได้ นับเป็นเครื่องยืนยันประสิทธิภาพของ Leaf ได้อย่างชัดเจน และวันนี้เราก็ได้มีโอกาสใกล้ชิดกับ Leaf อีกครั้ง

           Nissan Leaf ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาดความจุ 40kWh ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Single Speed ขับเคลื่อนล้อหน้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 7.9 วินาที เมื่อชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC

เงียบ นุ่ม สุขุม ขับดี

            สิ่งแรกที่ Nissan Leaf แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปทั่วไปคือความเงียบไร้ซึ่งการสั่นสะเทือนใดๆ หลังจากกดปุ่มสตาร์ทเครื่อง ข้อได้เปรียบต่อมาของรถยนต์ไฟฟ้าคืออัตราเร่งที่น่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อกดคันเร่งพละกำลังจากมอเตอร์จะถ่ายลงสู่ล้อคู่หน้าในทันทีโดยไม่มีการรอรอบเหมือนรถเครื่องยนต์เบนซินหรือดีเซล ดังนั้นเมื่อกดคันเร่งปุ๊ป Leaf จึงพุ่งออกตัวได้เร็วพอๆ กับรถสมรรถนะสูงราคาแพง อัตราเร่งมาแบบนุ่มๆ ไม่มีสะดุดชะงึกชะงักให้น่ารำคาญใจ เสียงวี๊ดของมอเตอร์ดังแผ่วๆ ให้รู้ว่ารถกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า

            แป้นเกียร์ของ Leaf เป็นระบบไฟฟ้า การใช้งานคือโยกเข้าหาตัวแล้วดึงลงจะเป็นเกียร์ D ดันไปข้างหน้าเป็นเกียร์ R จะจอดก็กดปุ่ม P ตรงกลาง ใช้งานง่าย มีปุ่ม ECO เพื่อเพิ่มความประหยัดพลังงานให้มากขึ้น เกียร์เดินหน้ามีจังหวะเดียวดังนั้นมันจึงปราศจากรอยต่อระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ อัตราเร่งและความเร็วค่อยๆ พุ่งขึ้นแบบต่อเนื่องและนิ่มนวล

            ในการขับขี่บนสภาพจราจรจริง Leaf เอาตัวรอดได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นการเร่งแซง หรือเร่งออกตัวจากสี่แยก กำลังของรถมีเหลือๆ และยังสามารถเรียกมาใช้ได้อย่างทันท่วงที กดคันเร่งปุ๊ป กำลังมาเต็ม ไม่มีรอจังหวะ ไม่มีคิ๊กดาวน์ คุณสามารถเพิ่มความเร็วได้สูงสุด 160 กม./ชม. ตามสเปกที่นิสสันระบุซึ่งเป็นขีดจำกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า

            ระบบกันสะเทือนของ Leaf ซับแรงกระแทกจากอุปสรรคบนผิวถนนได้ดีตามมาตรฐานรถแฮทช์แบ็ก มันไม่ได้นุ่มมากและก็ไม่แข็งเกินไป ออกแนวกลางๆ แต่เมื่อวิ่งความเร็วสูงเกิน 100 กม./ชม. ก็ยังนิ่งไม่มีส่าย ไม่มีโคลงเคลง สาดโค้งไม่ได้นิ่งสนิทแต่ยังพอคุมได้ง่าย อาการโยนมีบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ย้วย ทั้งนี้ นิสสันออกแบบให้แบตเตอรี่วางอยู่ที่พื้นห้องโดยสารเพื่อจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ ดังนั้นการทรงตัวและความสมดุลของรถจึงอยู่ในเกณฑ์ดีสำหรับรถรูปทรงแบบนี้

            พวงมาลัยของ Leaf เป็นระบบไฟฟ้า แน่นอนว่ามันเบาหวิวมากที่ความเร็วต่ำ ทำให้ใช้แรงน้อยมากในหมุน ใช้นิ้วเดียวควงยังได้ จุดนี้คุณผู้หญิงน่าจะกดไลก์เลยล่ะ พอเพิ่มความเร็วพวงมาลัยก็เริ่มหนืดขึ้น แต่เรามองว่าที่ความเร็วสูงๆ พวงมาลัยยังคงเบาไปนิด ถ้าหนักกว่านี้อีกหน่อยจะดีมาก ความคมและแม่นยำอยู่ในระดับดี ระยะฟรีมีน้อยทำให้กะระยะเลี้ยวได้ง่าย การตอบสนองไวพอประมาณ หักเปลี่ยนเลนได้ไว

e-Pedal ก้าวล้ำกว่าใครๆ

          Nissan Leaf มาพร้อมกับเทคโนโลยีสุดล้ำที่นิสสันป่าวประกาศไปทั่วหล้าอย่าง e-Pedal ชื่อภาษาไทยคือเทคโนโลยีคันเร่งอัจฉริยะ หลักการทำงานของมันก็คือ เร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และหยุดรถด้วยการใช้แป้นคันเร่งเพียงอย่างเดียวโดยไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรก นิสสันเคลมว่ามันมีอัตราการชะลอความเร็วที่สูงถึง 0.2G ผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องขยับเท้าออกจากคันเร่งไปยังแป้นเบรกเพื่อชะลอหรือหยุดรถ ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความเหนื่อยล้าและความเครียดจากการขับขี่ในแต่ละวัน ช่วยให้ผู้ขับขี่ใช้แป้นเบรกน้อยกว่าการขับขี่รถยนต์ทั่วไปถึง 90%

            แล้วถ้ามีรถตัดหน้าจะเบรกทันมั้ย? ในขณะที่ใช้งานระบบ e-Pedal แป้นเบรกก็ยังใช้งานได้ปกติ สามารถเหยียบได้เลย รถก็จะหยุดเหมือนปกติ e-Pedal เป็นแค่เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพิ่มความสบายขณะขับขี่เท่านั้น นอกจากนี้ e-Pedal ยังช่วยได้มากเมื่อต้องขับขึ้นหรือลงทางลาดชัน หลักการเดียวกันเลยคือยกคันเร่งรถก็จะค่อยๆ ชะลอจนหยุดนิ่ง ดังนั้นจึงหมดปัญหารถไหลไม่ว่าจะจอดค้างติดอยู่บนสะพานหรือทางขึ้นลานจอดรถ เมื่อต้องการเดินหน้าต่อก็แค่เหยียบคันเร่งต่อเท่านั้นเอง

            เมื่อตัดระบบ e-Pedal ออกไป ระบบเบรกแบบดิสก์เบรก 4 ล้อของ Leaf มีคุณภาพตามมาตรฐานรถบ้านทั่วไป แป้นเบรกตอบสนองดี ระยะฟรีมีไม่มาก มีแรงต้านการเหยียบที่เหมาะสมทำให้กะน้ำหนักการเบรกได้ง่าย อัดมาทางตรงก็ยังเอาอยู่ในระยะที่กำหนด

            อีก 1 สิ่งที่มาคู่กับระบบเบรกก็คือระบบฟื้นฟูพลังงานขณะเบรกและชะลอความเร็วหรือที่เรียกว่า Regenerative braking system ระบบนี้จะช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่เมื่อชะลอความเร็ว โดยมอเตอร์ไฟฟ้าจะเปลี่ยนพลังงานที่สูญเสียจากการเบรกกลับมาเป็นพลังงานไฟฟ้าชาร์จกลับเข้าไปที่แบตเตอรี่ในทุกครั้งที่ยกคันเร่ง เอาเข้าจริงมันก็สามารถช่วยให้ปริมาณไฟในแบตเตอรี่หมดช้าลงได้ ขับทางราบอาจเห็นผลน้อย แต่ขับลงเขาจะเห็นผลได้ชัดเจนกว่า

ระยะทางขับขี่ที่น่าพอใจ

         หัวใจสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าทุกคันก็คือระยะทางขับขี่ นี่คือปัจจัยที่ชี้เป็นชี้ตายรถยนต์ไฟฟ้าคันนั้นๆ เลยว่าจะปังหรือจะดับ ระยะทางไฟฟ้ายังบอกถึงความเหมาะสมและวัตถุประสงค์ที่ผู้ผลิตสร้างรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนั้นๆ ขึ้น สำหรับ Nissan Leaf สามารถขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC แน่นอนว่านี่เป็นตัวเลขในห้องทดสอบ ระยะทางขับขี่จริงขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทาง น้ำหนักบรรทุก อุณหภูมิแวดล้อม และลักษณะการขับขี่

            เราทำการทดสอบด้วยการขับจากกรุงเทพฯ ไป-กลับอยุธยา ตระเวนเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ 1 วันเต็ม การจราจรปกติ เปิดแอร์ 20 องศา จากตอนเช้าปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ 100% ปรากฏว่าตอนค่ำหลังทดสอบเสร็จเราขับไปทั้งหมด 175 กม. ระดับไฟในแบตเตอรี่เหลืออยู่ประมาณ 35% ชัดเจนว่า Leaf สามารถขับไปเที่ยวแบบวันเดย์ทริปใกล้กรุงเทพฯ ได้อย่างสบาย เอาเข้าจริงถ้าคุณใช้งานในชีวิตประจำวัน เช้าขับไปทำงานในกรุงเทพ เย็นขับกลับบ้านแถวๆ ปริมณฑล ถึงบ้านเสียบปลั๊กชาร์จ เช้าก็ขับรถออกไปทำงานวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ คุณจะใช้งาน Leaf ได้อย่างไร้ปัญหา และไม่ต้องเข้าปั๊มน้ำมันอีกเลยก็ยังได้ Leaf จึงเหมาะมากที่จะเป็นรถสำหรับขับขี่ในเมืองหรือเดินทางออกนอกเมืองระยะใกล้ๆ

            Leaf รองรับการชาร์จไฟทั้งแบบไฟบ้านธรรมดา 3.6kW ชาร์จ 0-100% ใช้เวลา 12-15 ชม. เครื่องชาร์จ Wall box ขนาด 6.6kW ชาร์จ 0-100% ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง และระบบ Quick Charge มาตรฐาน CHAdeMO ที่สามารถชาร์จ 0-80% ได้ในเวลา 40-60 นาที สายชาร์จที่ติดมากับรถเป็นแบบ Type 1 มีสายแปลงจาก Type 1 เป็น Type 2 มาให้ นอกจากนี้ยังมีไฟบอกสถานการณ์ชาร์จบนฝากระโปรงหน้า รวมถึงระบบล็อกสายชาร์จเพื่อความปลอดภัย

เรียบง่ายแต่ครบครัน

          สิ่งที่เราเห็นจากภายนอกของ Leaf ก็คือรูปลักษณ์อันทันสมัยที่วิวัฒนาการจากเจนเนอเรชั่นแรกมาไกลมาก ดูสวยขึ้น สปอร์ตขึ้น สมส่วนลงตัวมากขึ้น โดดเด่นด้วยตัวถังสีทูโทนหลังคาดำ กระจังหน้า V-Motion ไฟหน้า LED Projector พร้อมไฟ DRL ทรงบูมเมอแรง และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ไซส์ของรถคือแฮทช์แบ็ก C-Segment ยาว 4,480 มม. กว้าง 1,790 มม. สูง 1,540 มม. ฐานล้อยาว 2,700 มม. นั่งได้ 5 คนสบายๆ

            ภายในของ Leaf กว้างขวางตามมาตรฐานรถ C-Segment มาในโทนสีดำตัดด้วยตะเข็บสีน้ำเงิน เบาะปรับมือทั้งหมด พวงมาลัยปรับได้แค่สูง-ต่ำ ทัศนวิสัยโดยรวมดี เสาหน้าหนาไปนิด มุมมองผ่านไหล่ไปด้านหลังไม่ถูกรบกวนมากนัก พื้นที่เบาะหน้ามีมากพอสำหรับคนตัวสูง 180 ซม. พื้นที่เบาะหลังกว้าง คนตัวสูงนั่งสบาย องศาพนักพิงกำลังดี ห้องเก็บสัมภาระจุ 435 ลิตร เบาะหลังพับแยกแบบ 60/40

            ระบบเครื่องเสียงเป็นจอสีขนาด 5 นิ้ว รองรับบลูทูธ AUX มีช่อง USB 1 ช่อง ช่องจ่ายไฟ 12V 1 ช่อง ลำโพง 4 ตัว มีระบบอุ่นเบาะ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงฐานตัดมีครูสคอนโทรลและปุ่มคุมเครื่องเสียง หน้าปัดแบบเข็มวัดความเร็วพร้อมจอ MID แสดงข้อมูลการขับขี่ครบครัน

            ที่จริงแล้ว Leaf ในเวอร์ชั่นต่างประเทศนั้นล้ำหน้ามากด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่ ProPilot แต่ถ้าใส่มาในเวอร์ชั่นไทยเกรงว่าราคาจะกระโดดขึ้นจนเกินรับไหว อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีที่นิสสันให้มาในตอนนี้ก็ไม่ได้ขี้เหร่อะไร โดยเฉพาะเทคโนโลยีเกี่ยวกับความปลอดภัยซึ่งจัดว่าแน่นคันมากๆ อาทิ ระบบเตือนการชนด้านหน้าขณะขับขี่ FCW, ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ FEB, ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง IAVM, ระบบตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน MOD, ระบบช่วยควบคุมสเถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ VDC และ ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS

ยานยนต์ของคนรักเทคโนโลยี

         แม้จะมาพร้อมราคาค่าตัว 1.99 ล้านบาทซึ่งคนทั่วไปเข้าถึงได้ยาก แต่ Leaf ก็เปรียบดั่งจุดเริ่มต้นของยานยนต์ยุคใหม่ เป็นผู้บุกเบิกวงการรถยนต์ไฟฟ้าในเมืองไทย ถ้าถามว่าราคานี้กับสิ่งที่ได้รับมันคุ้มมั้ย เราตอบเลยราคามันยังสูงเกินไป คนที่ซีเรียสเรื่องออปชั่นจริงๆ คงมองออกว่าราคากับค่าตัวเกือบ 2 ล้านมันต้องได้อะไรมากกว่านี้ แต่เราเชื่อว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะพัฒนาไปเรื่อยๆ แบตเตอรี่มีขนาดเล็กลง จุไฟได้มากขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น ราคาถูกลง เบาลง แล้วอะไรๆ ก็จะเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ความนิยมก็จะตามมา ถึงเวลานั้นราคารถยนต์ไฟฟ้าในคลาสนี้ก็จะถูกลงจนคนทั่วไปเข้าถึงได้

            อย่างที่บอกไป Leaf นั้นเป็นรถที่ขับชิลๆ ก็ได้ ขับให้สนุกก็ได้ ใช้งานจริงได้ดี มีความอเนกประสงค์ ถ้าคุณได้ครอบครอง Leaf คุณจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากยานยนต์ที่เรียกว่าเป็นรูปแบบใหม่ในเมืองไทยก่อนใคร ได้เป็นผู้นำในเทคโนโลยี ได้ความภูมิใจ ที่สำคัญได้ช่วยโลกอย่างเป็นรูปธรรมเพราะรถนี้ปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ อากาศจะสะอาดขึ้น มลพิษ ฝุ่น ควัน น้อยลง ลดการใช้น้ำมัน เพิ่มการใช้พลังงานสะอาด นี่แหละคือคุณค่าที่รถยนต์ไฟฟ้ามอบให้อย่างแท้จริง

Video Review

Related Gallery


การให้คะแนน

Driving
85%
Engine & Trans
90%
Fuel Consumption
100%
Practicality
75%
Price and Features
60%
Design
90%
Saftey
80%
Summary

เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าใช้ แต่ราคาค่าตัวเป็นกำแพงขวางกั้นผู้ซื้อรถส่วนใหญ่

Top