For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Mazda 3 2.0 SP ซีดานหัวใจสปอร์ต ขับสนุก พร้อมด้วยอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

5 / 5

Overview Of Car

ซีดานหัวใจสปอร์ต ขับสนุก การควบคุมดีเยี่ยม รูปลักษณ์ทันสมัย พร้อมด้วยอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน
ราคา 1,198,000 บาท

Body Style:Sedan
Description:ซีดานขนาดคอมแพ็ค คลาส C-Segment 4 ประตู 4 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร
Fuel Consumption:14 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Mazda
Max Power:165 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
Max Torque:213 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที
Model:Mazda 3 2.0 SP
Price Guide:1,198,000 บาท
Release Date:สิงหาคม 2019
0-100 km/h:9.3 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
Like

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์ดีไซน์สวยหรูดูพรีเมียม
  • เครื่องยนต์สมูธนุ่มนวล
  • ช่วงล่างและการควบคุมสุดเพอร์เฟกต์
  • ภายในออกแบบสวยงามและมีคุณภาพสูง
  • ระบบสาระบันเทิงลื่นไหล ใช้งานง่ายผ่านปุ่ม Center Commander 
  • เครื่องเสียง Bose ลำโพง 12 ตำแหน่ง
  • มีอุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน
Dislike

จุดด้อย

  • พื้นที่เบาะหลังยังไม่โดดเด่น
  • อัตราเร่งยังเป็นรองคู่แข่ง

           แม้ว่าความนิยมรถเก๋งซีดาน 4 ประตู จะดูลดน้อยลงไป แต่รถรูปทรงนี้ก็ยังมีเสน่ห์และไม่ตกยุค เนื่องด้วยความเรียบง่าย ความดั้งเดิม การขับขี่ที่มั่นคง เกาะถนน และนุ่มสบาย ทำให้ยังมีคนจำนวนไม่น้อยชื่นชอบรถทรงนี้อยู่ เช่นเดียวกับ WHATCAR? Thailand ที่เชื่อว่ารถเก๋งซีดานยังไงก็ไม่ตาย

            Mazda 3 Sedan เป็นรถซีดานที่มีรูปทรงดั้งเดิมแบบ 3-box design แท้ๆ ไม่ถูกกลายพันธุ์ไปเป็นซีดานท้ายลาดแบบที่รถรุ่นใหม่พยายามจะทำกัน โดดเด่นด้วยปรัชญาการออกแบบ Kodo design เน้นเรียบง่าย ลดทอนเส้นสายที่ไม่จำเป็น ภาพลักษณ์โดยรวมของรถจึงดูกลมกลืน มันจึงมีความพรีเมี่ยม สวยสง่าแบบคลาสสิก และยังแผงความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว

            นอกจากรูปลักษณ์ดีไซน์ที่ชวนมองแล้ว Mazda 3 Sedan ยังมาพร้อมกับการขับขี่และการควบคุมที่ยอดเยี่ยมจากการออกแบบทางวิศวกรรมขั้นสูง พร้อมกับเครื่องยนต์ที่ทรงพลัง มันจึงเป็นรถที่เหมาะกับคนชอบการขับขี่โดยแท้ และวันนี้เราอยู่กับ Mazda 3 2.0 SP รุ่นท็อป สีเทา Machine grey ราคา 1.198 ล้านบาท จากที่เคยลองตัวถังแฮทช์แบ็กมาแล้ว มันขับสนุกมาก มาดูกันว่าตัวถังซีดานจะทำได้ดีแค่ไหน

การขับขี่

            ขุมพลังของ Mazda 3 คือเครื่องยนต์เบนซิน SKYACTIV-G 4 สูบ 2.0 ลิตร 165 แรงม้า แรงบิด 213 นิวตันเมตร เครื่องยนต์มีความสมูธนุ่มนวลดีมากทั้งรอบเดินเบาและรอบต่ำ เสียงเงียบ การขับคลานที่ความเร็วต่ำจึงให้ความรู้สึกไม่ต่างจากรถหรูราคาแพง

             เราเริ่มขับในโหมดปกติ ทันทีที่กดคันเร่งรถพุ่งทะยานออกตัวด้วยความกระฉับกระเฉง แรงดึงที่สัมผัสได้มีพอให้รู้สึกสนุก รอบเครื่องดีดขึ้นสูงก่อนจะตัดเข้าเกียร์ 2 อย่างนิ่มนวล หน้าปัดความเร็วค่อยๆ ไต่ขึ้น เพียงครู่เดียวก็ถึงความเร็ว 100 กม./ชม. แล้ว จากความรู้สึก Mazda 3 ไม่ได้อืดอาด แต่ถ้าเทียบกับ Civic 1.5 Turbo แล้ว รายนั้นจะได้เปรียบในเรื่องอัตราเร่งอยู่นิดหน่อย อย่างไรก็ตาม Mazda3 ก็สามารถตอบสนองต่อการกดคันเร่งได้ฉับไว กดเป็นมา เหยียบติดเท่าดี พอกดโหมด SPORT รถจะตอบสนองได้กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น แต่ละเกียร์ลากรอบสูงขึ้น คันเร่งไวขึ้นเล็กน้อย ให้อารมณ์ขับขี่ที่เร้าใจมากขึ้นกว่าโหมดปกติ

             เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดทำงานได้ดีในทุกย่านความเร็ว มีโหมดแมนวลมาให้เล่นเกียร์ด้วยตัวเองพร้อมกับแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย จังหวะการเปลี่ยนเกียร์มีความฉับไวและนุ่มนวล เกียร์มีความฉลาดเลือกตำแหน่งได้สัมพันธ์กับความเร็วที่ขับได้ดี ขณะขึ้นเนินถ้ารู้สึกว่ากำลังของรถเริ่มตกเกียร์จะชิฟท์ดาวน์ลงด้วยความรวดเร็วเพื่อเรียกกำลังแรงบิด อัตราทดในเกียร์ต่ำค่อนข้างชิดกันเพื่อความต่อเนื่องนุ่มนวลและจะค่อยๆ ห่างขึ้นเมื่ออยู่ในเกียร์สูง

             เราลองคิ๊กดาวน์ที่ความเร็ว 60 กม./ชม. เพื่อเร่งแซงรถช้าพบว่าต้องกดคันเร่งลงไปลึกพอสมควร กำลังที่ได้มีมากพอให้แซงโดยไม่ต้องลุ้น การตอบสนองต่อการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองค่อนข้างฉับไวทั้งการโยกที่คันเกียร์และตบแป้นแพดเดิลชิฟท์ หากคุณเล่นเกียร์แมนวลได้อย่างชำนาญแล้ว การขับลัดเลาะไปตามโค้งและขึ้น-ลงเนินจะเต็มไปด้วยความสนุกสนาน

            ที่ความเร็วต่ำพวงมาลัยของ Mazda 3 มีน้ำหนักเบาสบายแต่ยังมีแรงขืนพร้อมดีดกลับแฝงอยู่ ระยะฟรีมีไม่เยอะทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยนั้นค่อนข้างไว แม่นยำ และเป็นธรรมชาติ พอใช้ความเร็วสูงขึ้นพวงมาลัยจะหนืดขึ้น นิ่ง แน่น ขับแล้วรู้สึกมั่นใจ ระยะฟรีมีพอเหมาะ การหักเข้าโค้งหน้ารถตอบสนองอย่างเป็นธรรมชาติ คาดเดาอาการได้ง่าย คม และแม่นยำ นี่คือพวงมาลัยที่ขับแล้วรู้สึกชอบ มันเหมาะกับการขับลัดเลาะไปตามโค้งซ้าย-ขวา ขับช้าๆ ในเมืองอาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่พอเอามาเล่นโค้งแล้วรู้สึกสนุกและมั่นใจขึ้นเยอะเลย

            ช่วงล่างของ Mazda 3 ให้อารมณ์สปอร์ตนิดๆ เรามีความรู้สึกว่ามันเฟิร์มแต่ไม่กระด้าง ที่ความเร็วต่ำช่วงล่างดูดซับแรงสะเทือนจากรอยปะ เส้นประ และร่องบนถนนได้ดี จังหวะตกหลุมและลงคอสะพานสะเทือนครั้งเดียวแล้วนิ่งเลย พอใช้ความเร็วสูงรถวิ่งได้นิ่งสนิท ไม่โคลงไม่ส่าย จังหวะสาดโค้งด้วยความเร็วเนียนมาก เกาะถนนดีมาก อาการโยนมีน้อย ตัวถังรักษาสมดุลและการทรงตัวในโค้งได้ดี

            อีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างสนุกและมั่นใจก็คือระบบ G-Vectoring Control PLUS แบบใหม่ จากเดิมที่ระบบ GVC จะควบคุมแค่กำลังเครื่องยนต์โดยการเพิ่ม/ลดแรงบิดสัมพันธ์ให้กับการหักเลี้ยว แต่ใน GVC PLUS นี้จะเพิ่มการเบรกหน้าซ้าย/ขวาเพื่อดึงหน้ารถให้เข้าทิศทางได้เร็วขึ้นด้วย เอาเป็นว่าถ้าใครเป็นนักขับสายบู๊ ถ้าได้มาลองเล่นโค้งด้วย Mazda 3 รับรองว่าคุณจะติดใจจนไม่อยากปล่อยมือจากพวงมาลัยเลยล่ะ แต่ถ้าคุณต้องการรถที่ขับนุ่ม ขับสบาย คุณอาจรู้สึกว่า Mazda 3 ใหม่กระด้างเกินไป ในกลุ่มรถ C-Segment มีตัวเลือกอื่นที่นุ่มกว่า

            แป้นเบรกมีระยะเหยียบที่ค่อนข้างตื้น คือไม่ต้องเหยียบลึกรถก็เริ่มหน่วงแล้ว แรงหน่วงที่เกิดขึ้นมีความนุ่มนวลไม่ทำให้หน้าทิ่มแน่นอน แรงต้านเท้าที่แป้นเบรกค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับรถบ้านทั่วไป การตอบสนองของเบรกมีความเป็นธรรมชาติ ควบคุมกะระยะเบรกได้ง่าย เมื่อเบรกหนักก็สามารถหยุดยั้งความเร็วของรถได้อยู่หมัดโดยไม่เสียการควบคุม

              ด้านการป้องกันเสียงรบกวน Mazda 3 ทำได้ดีมากๆ เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของรถญี่ปุ่น C-Segment ได้เลย เสียงลม เสียงยาง เสียงช่วงล่าง ถูกป้องกันเอาไว้เป็นอย่างดี คุณต้องขับเกิน 110 กม./ชม. แล้วตั้งใจฟังถึงจะได้ยินเสียงลมที่เล็ดลอดเข้ามาตามซอกหน้าต่าง สำหรับยางติดรถ Yokohama Advan Decibel ก็น่าจะมีส่วนช่วยในเรื่องเสียงยางที่เบาลงด้วย

            ด้านความประหยัดก็ทำได้น่าพอใจเช่นกัน ตลอดการทดลองขับของเราทั้งวิ่งในเมือง มอเตอร์เวย์ และถนนต่างจังหวัด ตัวเลขที่แสดงออกมาบนหน้าปัดอยู่ที่ราว 13-14 กม./ลิตร แสดงให้เห็นว่าเครื่อง 2.0 ลิตรนี้ยังประหยัดพอตัวถ้าขับแบบปกติ แต่ถ้าบู๊หนักก็ซดหนักตามน้ำหนักการเหยียบคันเร่ง

            และไม่ต้องห่วงเรื่องความสบายเมื่อเดินทางไกลเพราะ Mazda 3 ของเรามีระบบช่วยขับขี่มากมาย เราได้ลองใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันตามรถคันหน้า MRCC การทำงานของมันถือว่าดีใช้ได้เลย มันเบรกและเร่งตามรถข้างหน้าได้นุ่มนวล อีกระบบที่ได้ลองคือระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS ถ้าหากเผลอขับเบี่ยงไปใกล้เส้นจราจร พวงมาลัยจะสั่นเตือนและช่วยรั้งไว้ไม่ให้รถออกนอกเลน แต่ทั้งสองระบบจะทำงานได้ดีในทางตรงยาวๆ มากกว่า

สุทรียภาพแห่งการขับขี่

                ถ้าคุณติดตามอ่าน WHATCAR? บ่อยๆ คุณจะรู้ว่าภายในห้องโดยสารของบรรดารถยุโรปแบรนด์พรีเมี่ยมเป็นอย่างไร เรามองว่าห้องโดยสารของ Mazda 3 ใหม่มีบรรยากาศใกล้เคียงกับรถเหล่านั้นแล้วล่ะ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียด ความประณีต คุณภาพงานประกอบ รวมถึงวัสดุที่ใช้ล้วนมีคุณภาพสูง การออกแบบส่วนต่างๆ คำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เน้นรายละเอียดที่เรียบง่ายแต่ดูมีคุณค่า

            ตำแหน่งนั่งขับอยู่ค่อนข้างต่ำห้อมล้อมด้วยแดชบอร์ดและคอนโซลกลางที่สูง การลุกเข้า/ออกจากประตูคู่หน้าไม่ต้องก้มหรือย่อตัวมากนัก เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางพร้อมตัวดันหลังปรับไฟฟ้า มีระบบบันทึกตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง ตัวเบาะถูกคิดค้นมาอย่างดีตามหลักสรีระศาสตร์เพื่อชวยมอบความสบายสูงสุด มันนั่งสบายจริง มีความนุ่มและโอบกระชับลำตัว นั่งขับนานๆ แล้วไม่เมื่อย

            ทัศนวิสัยการมองรอบคันค่อนข้างดี มุมองเห็นหน้ารถกว้าง เสา A เอนมาด้านหลังโดยไม่บดบังการมองมุมรถมากเกินไป กระจกมองข้างไม่ใหญ่มากแต่ยังมีมุมมองที่ดี มุมมองผ่านกระจกมองหลังเคลียร์ชัด

           ความกว้างขวางของห้องโดยสารไม่ใช้จุดเด่นของมาสด้าอยู่แล้ว พื้นที่เบาะหน้ามีเพียงพอกับคนตัวสูง 180 ซม. แต่พื้นที่เบาะหลังรู้สึกได้เลยว่าแคบกว่าคู่แข่งร่วมเซกเมนต์ชัดเจน ถ้าคนตัวสูงมานั่งจะเหลือที่ว่างเหนือศีรษะและช่วงหัวเข่าไม่มากนัก นั่งนานแล้วอาจจะรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แต่เบาะก็ยังมีความนุ่ม พนักพิงเอนกำลังดี การเข้า-ออกรถที่เบาะหลังก็ไม่ได้รู้สึกลำบากแต่อย่างใด

            มาสด้าให้ความสำคัญกับบรรยากาศภายในห้องโดยสารมาก เห็นได้จากการออกแบบแดชบอร์ดให้ดูโล่ง ดูน้อย แต่แฝงด้วยความพรีเมี่ยมจากวัสดุซอฟต์ทัช หน้าจอกลางแบบลอยตัวขนาด 8.8 นิ้วตั้งอยู่ในระดับสายตา จอนี้แสดงภาพได้สวยงามคมชัด หน้าตาเมนูต่างๆ ดูง่ายแถมเป็นภาษาไทยด้วย ควบคุมการใช้งานผ่านปุ่มหมุน Center Commander ที่คอนโซลกลางซึ่งถือว่าสะดวกมากเมื่อใช้งานขณะกำลังขับรถไปด้วย

           การตอบสนองของระบบสาระบันเทิงค่อนข้างลื่นไหล ฟังก์ชั่นใช้งานต่างๆ ครบครันตามสมัยนิยม รองรับการเชื่อมบลูทูธ Apple Carplay ทีเด็ดคือระบบเสียง Bose ลำโพง 12 ตำแหน่งที่เรามองว่าคุณภาพเสียงดีที่สุดในบรรดารถญี่ปุ่นที่วางขายในเมืองไทย การฟังเพลงโปรดระหว่างขับรถด้วยชุดเครื่องเสียงดีๆ ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่ง มันทำให้คุณเพลิดเพลิน ใจเย็นลง อุบัติเหตุก็อาจจะลดลงตามไปด้วยก็เป็นได้

            หน้าปัดเรือนไมล์ก็เป็นอีกจุดที่เราชื่นชอบ แม้ว่ามันจะไม่ค่อยมีสีสันสักเท่าไรแต่ดูๆ ไปแล้วลงตัว แผงหน้าปัดนี้เป็นแบบกึ่งดิจิตอล วงซ้ายวัดรอบ วงขวาวัดอุณหภูมิและระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ตรงกลางเป็นจอสีขนาด 7 นิ้วที่บอกครบทุกสิ่งอย่างที่ผู้ขับอยากรู้ตั้งแต่ความเร็ว อัตราสิ้นเปลือง ไปจนถึงระบบช่วยขับขี่ นอกจากนี้ยังมี Head-up display สะท้อนข้อมูลบนขึ้นกระจกหน้าผู้ขับขี่ทำให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน

            พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3 ก้านมีขนาดวงกำลังดี จับกระชับมือ ปรับระดับสูง-ต่ำและปรับเข้า-ออกได้ ขณะที่ตำแหน่งและขนาดของหัวเกียร์ก็ทำออกมาได้กระชับฝ่ามือ หน้าตาแผงควบคุมเครื่องปรับอากาศดูทันสมัยและก็ใช้งานง่ายเช่นกัน แป้นเหยียบต่างๆ อยู่ในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับเบาะนั่ง รายละเอียดทั้งหมดออกแบบโดยยึดหลักให้ผู้ขับเข้าถึงการควบคุมต่างๆ ได้ง่าย

           ห้องเก็บสัมภาระของ Mazda 3 มีขนาดพอเหมาะกับการใส่สัมภาระสำหรับไปเที่ยววันหยุดกับแฟน 2 คน รูปทรงของห้องค่อนข้างดี มีความกว้างและลึก แต่พื้นห้องอยู่ต่ำกว่าขอบกันชนค่อนข้างมาก ทำให้ต้องก้มเยอะเวลายกของหรือวางของ

สรุปความน่าใช้

                องค์ประกอบทุกอย่างของ Mazda 3 Sedan ถูกออกแบบและคิดค้นมาเป็นอย่างดีตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ห้องโดยสาร รวมถึงออปชั่นและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาครบครัน เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของรถ C-Segment ราคาล้านต้นๆ ก็ว่าได้ สิ่งที่เราสัมผัสได้คือฟีลลิ่งการขับขี่ที่มอบความมั่นใจได้ดีไม่ว่าจะทางตรงหรือเล่นโค้ง จุดอ่อนที่เจอในรุ่นก่อนอย่างเรื่องเสียงรบกวนถูกแก้ไขใหม่จนไม่มีที่ให้ติ โดยรวมแล้วนี่คือรถที่เหมาะสำหรับคนชอบการขับขี่ ชอบรถที่ขับสนุก มีสมรรถนะดี การควบคุมดี ช่วงล่างที่ดี ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วคิดว่าใช่ตัวเองก็จัดเลย

               อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดเดิมๆ ของรถมาสด้าอย่างเรื่องของพื้นที่ภายในก็ยังไม่ได้ถูกปรับปรุงอะไรมาก นี่อาจจะเป็นแนวทางของค่ายที่เน้นทำรถทรงประสิทธิภาพมากกว่าทำรถที่มีพื้นที่กว้างขวาง และถ้าคุณต้องการรถที่นุ่มแบบสุดๆ แล้วละก็ Mazda 3 อาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

Video Review

Related Gallery


การให้คะแนน

Driving
90%
Engine & Trans
90%
Fuel Consumption
80%
Practicality
80%
Price and Features
90%
Design
90%
Saftey
95%
Summary

Mazda 3 มาพร้อมการขับขี่ที่เฉียบคมและนุ่มสบาย ช่วงล่างและการบังคับควบคุมดีงามที่สุดจากตัวช่วยสุดเทพอย่างระบบ GVC Plus การออกแบบมีความประณีตทุกรายละเอียดทั้งภายนอกและถายใน รวมถึงออปชั่นและอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครอบคลุม

Top