For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Road Test – Honda HR-V EL สปอร์ตน้อยลงแต่ได้ความพรีเมียมและความคุ้มค่ามากขึ้น

4 / 5

Overview Of Car

คอมแพ็คเอสยูวีรุ่นรองท็อปของไลน์อัพ ความสปอร์ตอาจไม่เท่ารุ่น RS แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มค่า ออปชันให้มาใกล้เคียงกัน การขับขี่ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย ไม่ต่างกันมาก เพราะความสปอร์ตไม่ใช่ทุกสิ่ง แค่การใช้งานที่ครบครันก็เพียงพอแล้ว
ราคา 1,059,000 บาท

Body Style:Compact SUV
Description:5 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร i-VTEC
Fuel Consumption:12 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Honda
Max Power:141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที
Max Torque:172 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที
Model:Honda HR-V 1.8 EL CVT
Price Guide:1,059,000 บาท
Release Date:มิถุนายน 2018
0-100 km/h:10.6 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ CVT 7 สปีด
Like

จุดเด่น

  • อุปกรณ์มาตรฐานไม่ต่างจากรุ่นท็อปมากนัก
  • เครื่องยนต์และเกียร์นุ่มนวล
  • ช่วงล่างและระบบกันสะเทือนดี
  • พื้นที่ภายในกว้างขวาง นั่งสบายทุกตำแหน่ง
  • ห้องเก็บสัมภาระปรับได้ 3 แบบ จุของได้เยอะ
Dislike

จุดด้อย

  • ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำถูกตัดออกไป
  • ดีไซน์ภายนอกไม่ดุดันเท่ารุ่น RS

           เราเคยขับ Honda HR-V ใหม่ไปแล้วครั้งหนึ่งกับทริปทดสอบที่จัดโดยฮอนด้า ออโตโมบิล ประเทศไทย ซึ่งรถที่ทดสอบคราวนั้นเป็นรุ่น RS ตัวท็อปดีไซน์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวที่มาพร้อมราคาค่าตัว 1.119 ล้านบาท หากมองที่ความคุ้มค่า คนที่ชอบรถดีไซน์สปอร์ตสวยจบมาตั้งแต่โรงงานน่าจะประทับใจกับ HR-V RS ได้ไม่ยากและคงไม่ลังเลที่จะเซ็นใบจอง แต่ถ้าคนที่มองถึงการใช้งานทั่วไปไม่เน้นรูปลักษณ์สปอร์ตสวยงาม HR-V RS อาจจะยังไม่ใช่ซะทีเดียว

            อย่าลืมว่า HR-V ใหม่ ปี 2018 มีการปรับรุ่นย่อยจาก 4 เหลือ 3 รุ่น โดยเปลี่ยนรุ่นเริ่มต้นจาก S เป็น E ไล่มาเป็น EL และ RS หากคุณตั้งงบไว้ไม่เกิน 1 ล้านบาท รุ่นเริ่มต้น E ราคา 9.49 แสนบาท ก็พร้อมที่จะเข้ามาจอดในโรงรถที่บ้านด้วยออปชันมาตรฐานที่ไม่น่าเกลียด แต่ถ้าต้องการความพรีเมียมที่มากขึ้นลองขยับมามองรุ่น EL ราคา 1.059 ล้านบาท ออปชันที่ได้ไม่ต่างจากรุ่นท็อป RS มากนัก ส่วนต่าง 60,000 บาท อาจไม่มากสำหรับบางคน แต่มันก็เป็นเงินจำนวนไม่น้อยที่สามารถนำไปใช้ในส่วนอื่นที่จำเป็นมากกว่าได้

ดีไซน์พรีเมียม

                รูปลักษณ์ภายนอกของ HR-V EL ลดความสปอร์ตดุดันแบบรุ่น RS ลง แทนที่ด้วยความเรียบหรูและพรีเมียม สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วเท่ากันแต่เป็นลวดลายมาตรฐาน หุ้มด้วยยาง 215/55 R17 ทั้ง 4 ล้อ ชิ้นส่วนตกแต่งต่างๆ อาทิ กระจกมองข้าง มือจับประตู กันชนหน้า-หลัง สเกิร์ตข้าง ใช้วัสดุหรือสีต่างกัน

            HR-V EL ติดตั้งไฟหน้าแบบ Full LED ไฟเดย์ไทม์ รันนิ่งไลท์ LED และ ไฟท้าย LED Tube เหมือนรุ่น RS ต่างเพียงไฟตัดหมอกที่เป็นหลอดฮาโลเจน ส่วนรุ่น RS เป็นหลอด LED กระจังหน้าโครเมียมรมดำและสปอยเลอร์หลังมีเหมือนกัน แต่ไม่มีหลังคาซันรูฟไฟฟ้ามาให้ ซึ่งต้องยอมรับว่าการขับขี่ใช้งานทั่วไปกับสภาพอากาศแบบไทยๆ หลังคาซันรูฟแทบไม่ได้ใช้เลย ดังนั้นการไม่มีมันอาจจะทำให้รถคุณดูไม่เก๋ไก๋แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาต่อการขับขี่ซะหน่อย

             ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) ที่เป็นจุดขายหลักของ HR-V รุ่นใหม่ถูกตัดออกไป แต่ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจออกห่างตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ยังมีอยู่ ระบบดังกล่าวอาจช่วยอำนวยความสะดวกขณะขับขี่ความเร็วต่ำภายในเมืองได้ก็จริง แต่ถ้าไม่มีมาให้คุณก็ยังขับรถได้อยู่เพียงแค่อาจจะเหนื่อยล้ามากหน่อยเมื่อเจอสภาพการจราจรของ กทม. ช่วงเวลาเลิกงาน

 ภายในสะดวกสบาย

            รถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นขึ้นชื่อในเรื่องความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารอยู่แล้ว ภายในของ HR-V EL ไม่แตกต่างจากรุ่น RS มากนัก มีเพียงแป้นเหยียบอะลูมิเนียมแบบสปอร์ต ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า LED และไฟอ่านหนังสือด้านหลัง LED เท่านั้นที่ไม่ได้ติดตั้งมาให้ นอกนั้นเหมือนกันทุกประการ

            ระบบเครื่องเสียงของ HR-V EL เหมือนกันกับรุ่น RS เป็นหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อครบครันทั้ง Bluetooth, AUX, HDMI และ USB มีลำโพง 6 ตัว คุณภาพเสียงอยู่ในเกณฑ์ดี

            ความละเอียด หน้าตาเมนู และสีสันของหน้าจออยู่ในระดับดี ตอบสนองไวพอสมควร จอนี้จะแสดงภาพจากระบบ Honda LaneWatch ทุกครั้งที่ยกไฟเลี้ยวเมื่อเปลี่ยนเลน ถ้ารำคาญสามารถปิดระบบได้ด้วยปุ่มกดที่ปลายก้านไฟเลี้ยว

            การตกแต่งภายในมีความเรียบร้อยและดูแน่นหนาตามมาตรฐาน แดชบอร์ดเยื้องเข้าหาผู้ขับเล็กน้อยทำให้เข้าถึงได้สะดวกมากขึ้นในขณะขับขี่

            เบาะหน้ามีพื้นที่กว้างขวาง คนตัวสูง 180 ซม. สามารถขึ้น-ลงรถได้อย่างสะดวก เบาะหลังกว้างขวางนั่งสบาย มีการเพิ่มพนักพิงศีรษะตรงกลางเข้ามา สามารถปรับเอนพนังพิงหลังได้เล็กน้อย เบาะมีความนุ่มสบายกำลังดี จุดที่ชอบคือความโปร่งของห้องโดยสาร แม้จะไม่มีหลังคาซันรูฟและมีแนวหลังคาที่ลาดลงด้านท้ายแต่เราก็ไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อนั่งเบาะหลัง

            HR-V EL มอบความอเนกประสงค์ที่ดีเยี่ยมด้วยห้องเก็บสัมภาระขนาดใหญ่ขนาด 565 ลิตร พนักพิงเบาะหลังพับได้ในอัตราส่วน 60:40 สามารถปรับพับที่นั่งได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการขนสัมภาระได้หลากหลายรูปแบบ

            ด้านออปชันอื่นๆ ก็ใส่มาให้ครบเทียบเท่ากับรุ่น RS อาทิ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน, ครูส คอนโทรล, เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ, หน้าปัดแบบเข็มพร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID, ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ รวมถึงปุ่ม ECON สำหรับประหยัดพลังงาน

การขับขี่

            HR-V EL ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 1.8 ลิตร SOHC i-VTEC ให้กำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิด 172 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติ CVT มีแป้นแพดเดิลชิฟท์สำหรับตบเกียร์เองที่พวงมาลัย

            เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งที่เบาะคนขับพบว่าตำแหน่งนั่งขับสูงกว่ารถเก๋งซีดานไม่มากนักแต่ก็ให้มุมมองด้านหน้าที่กว้างไกล มุมมองผ่านไหล่ไปยังกระจกหลังไม่คับแคบจนเกินไป เบาะนั่งปรับไฟฟ้าใช้งานสะดวกรวดเร็วแถมยังให้ความรู้สึกโอบกระชับกำลังดี พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง

            การขับขี่โดยรวม เครื่องยนต์และเกียร์ชุดนี้ให้การตอบสนองที่ดีไม่ต่างจากรุ่น RS อัตราเร่งในช่วงต้นไม่อืดอาด มีความกระฉับกระเฉงเหยียบแล้วพุ่งติดเท้า ขับขี่ในเมืองคล่องตัว การเร่งแซงในช่วงความเร็วปานกลางทำได้ลื่นไหล ขับความเร็วสูงเครื่องยนต์ก็ยังทำงานอย่างนิ่งสงบ

            เกียร์ CVT เด่นในเรื่องความต่อเนื่องนุ่มนวลอยู่แล้วซึ่งมันทำให้เราเหยียบเพลินจนแตะ 110 กม./ชม. ได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าความสนุกและความดิบจะไม่สู้เกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์แต่สิ่งที่ HR-V EL มอบให้ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป ใครที่ชอบขับในสไตล์นุ่มนวล ขับง่ายขับสบาย น่าจะถูกอกถูกใจอย่างแน่นอน

            การคิ๊กดาวน์เพิ่อเร่งแซงทำได้รวดเร็วดี เพิ่มน้ำหนักเหยียบคันเร่งอีกนิดเกียร์ก็จะลดลงต่ำอย่างนุ่มนวลพร้อมกับเรี่ยวแรงที่เพิ่มขึ้นสำหรับขับเร่งแซง ข้อดีคือเราสามารถใช้แพดเดิลชิฟท์ตบเกียร์ลง 1-2 จังหวะเพื่อเร่งแซงได้ในทันที ซึ่งวิธีนี้จะรวดเร็วทันใจและได้อารมณ์กว่าการคิ๊กดาวน์ปกติ ขณะที่เกียร์ S รู้สึกว่ารถจะตอบสนองเร็วขึ้นเล็กน้อย รอบมาไวขึ้น ให้เรี่ยวแรงในช่วงต้นดีขึ้น ออกตัวเร็วขึ้น

            ระบบกันสะเทือนขอบ HR-V EL มอบความนุ่มนวลพร้อมกับแน่นหนึบกำลังดี ด้านหน้าเป็นแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท อิสระ พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape ขับขี่ทั่วไปได้อย่างสบายอารมณ์เพราะมันป้องกันแรงสะเทือนจากรอยต่อหรือรอยปะบนพื้นถนนได้ดี การขับขี่ในเมืองมอบความนุ่มนวลที่น่าประทับใจ ทั้งยังเงียบเมื่อตกหลุมหรือขึ้นลูกระนาด ขณะที่ความเร็วสูงก็ยังนิ่ง มั่นคง ไม่โคลงเคลง

            เมื่อเจอโค้งเราลองใส่ด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. พบว่ายังทรงตัวได้ดีอยู่ รถยังอยู่ในการควบคุม ตัวถังไม่โยนมากจนน่ากลัว และยังรู้สึกว่าเกาะโค้งได้หนึบแน่นพอสมควร ทั้งนี้ต้องขอบคุณระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA ที่ทำให้การขับขี่บนทางโค้งกลายเป็นเรื่องสนุก

            พวงมาลัยของ HR-V EL มอบการควบคุมที่ไว้ใจได้ ที่ความเร็วต่ำมีความหนืดพอเหมาะพอดีทำให้หมุนควงเพื่อหักเลี้ยวหรือเปลี่ยนเลนได้อย่างสะดวก มีความแม่นยำ มีระยะฟรีที่เหมาะสมไม่มากไม่น้อยเกิดไปทำให้กะจังหวะได้ง่าย ขณะที่ความเร็วสูงพวงมาลัยจะหนืดขึ้น มีการตอบสนองที่ไวพอประมาณและนิ่ง โดยรวมเป็นการเซ็ตมาเพื่อเน้นความสบาย เอาใจผู้ใช้ที่ชอบความพอดีหรือสุภาพสตรีที่ขับขี่ในเมืองเป็นหลัก

            ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรก 4 ล้อ การตอบสนองทำได้ดี เบรกไม่ลึกทำให้ไม่ต้องออกแรงเหยียบมาก การหน่วงความเร็วเป็นไปตามน้ำหนักเท้าที่เหยียบทำให้กะระยะง่าย ไม่ต้องทำความคุ้นชินอะไรมากก็สามารถขับได้อย่างสบายใจ มีฟังก์ชัน Brake Hold มาช่วยผ่อนคลายขณะติดไฟแดง

            สิ่งที่เราสัมผัสได้คือขณะขับขี่ความเร็วเดินทางคือเสียงรบกวนไม่น่ารำคาญจนเกินไป การป้องกันเสียงลมและเสียงยางบดถนนทำได้น่าพอใจ แต่ตำแหน่งเบาะหลังจะมีเสียงภายนอกเล็ดลอดเข้ามามากกว่าเล็กน้อย

            ด้านความประหยัด HR-V EL น้ำหนักตัว 1,259 กก. กับเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ขับใช้งานทั่วไปบนสภาพการจราจรปกติทั้งในเมืองและนอกเมือง ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองแสดงบนจอ MID ที่ราว 12 กม./ลิตร บ่งบอกว่ารถคันนี้กินไม่จุ อย่างไรก็ตามการขับขี่ของเราไม่ได้เน้นเรื่องความประหยัดสูงสุด ดังนั้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน่าจะดีกว่านี้หากทดสอบความประหยัดเต็มรูปแบบ

สรุปความน่าใช้

            สำหรับเรา HR-V EL คือรถที่เหมาะสมสำหรับใช้งานทั่วไปจริงๆ ด้วยรายละเอียดอุปกรณ์ที่แตกต่างจากรุ่นท็อป RS ไม่มาก กับส่วนต่างราคา 60,000 บาท คุณสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปเพิ่มเติมในส่วนที่จำเป็นกว่าอย่างเช่นเงินดาวน์ ประกัน หรือแพ็คเกจบำรุงรักษารถยนต์ได้ ดังนั้นหากคุณไม่ใช้ผู้ขับที่ชื่นชอบความสปอร์ต เน้นการใช้งานทั่วไป นี่คือตัวเลือกที่คุ้มค่าในเรทราคา 1 ล้านบาท

            ความโดดเด่นของ HR-V EL คือบุคลิกของรถที่ถูกออกแบบมาเพื่อเน้นขับขี่ง่าย สะดวกสบาย มีความความประหยัดที่น่าพอใจ อัตราเร่งอาจจะไม่โหดดุดันแต่ก็มีพละกำลังเหลือๆ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือท่องเที่ยววันหยุด ขณะที่ช่วงล่างก็ให้ความนุ่มหนึบที่ไว้ใจได้ อีกทั้งมีห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสบาย พร้อมกับห้องเก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่โตกว่าคู่แข่งร่วมเซกเมนต์

            แน่นอนว่าปัจจุบันกลุ่มรถคอมแพ็คเอสยูวีเริ่มมีตัวเลือกให้พิจารณามากขึ้น คู่แข่งอย่าง Toyota C-HR, Mazda CX-3, MG ZS และ Ford Ecosport ล้วนมีจุดเด่นในตัวของตัวเอง สิ่งสำคัญคือผู้บริโภคต้องตอบคำถามของตัวเองก่อนว่าต้องการรถแบบไหน ใช้งานอย่างไร ชอบคาแร็กเตอร์แบบไหน เปรียบเทียบออปชันที่ได้กับความจำเป็น รวมทั้งต้องดูราคาที่เหมาะสม หลังจากนั้นควรหมั่นหาข้อมูล อ่านรีวิว หรือไปลองขับดูก่อน เพราะการซื้อรถก็เหมือนการเลือกคนรักที่เราต้องใช้ชีวิตอยู่กับเขาให้ได้อย่างมีความสุขในทุกๆ วัน

Gallery

Video Review


การให้คะแนน

Driving
80%
Engine & Trans
80%
Fuel Consumption
85%
Practicality
90%
Price and Features
95%
Design
90%
Saftey
85%
Summary

ถ้าคุณมองหารถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีออปชันคุ้มๆ ในเรทราคา 1 ล้านต้นๆ Honda HR-V EL พร้อมสนองให้ทันที แม้รูปลักษณ์จะสปอร์ตน้อยกว่ารุ่นท็อป RS แต่คุณสมบัติด้านอื่นๆ อาทิ การขับขี่ ออปชัน การใช้งานจริง และความประหยัด แทบไม่ต่างกัน ส่วนต่างราคา 60,000 บาท ยังนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นได้อีกเยอะ

Top