For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Road Test – BMW M2 ตัวแรงเล็กพริกขี้หนู กับความโหดดิบที่สาวกถวิลหา

5 / 5

Overview Of Car

คูเป้ร่างเล็กซ่อนความโหดร้ายไว้ภายใต้รูปลักษณ์ที่ยากจะละสายตา ดิบได้อารมณ์ พร้อมสมรรถนะอันเผ็ดร้อนจนสปอร์ตรุ่นใหญ่ต้องอาย
ราคา 5,899,000 บาท

Body Style:Coupé
Description:2 ประตู 2+2 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร TwinPower Turbo
Fuel Consumption:12 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:BMW
Max Power:370 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที
Max Torque:500 นิวตันเมตร ที่ 1,450-4,750 รอบต่อนาที
Model:BMW M2 Coupé
Price Guide:5,899,000 บาท
Release Date:มีนาคม 2016
0-100 km/h:4.3 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ M DCT 7 สปีด
Like

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์สปอร์ตดุดัน ไม่ต้องไปตกแต่งเพิ่มเติม
  • ให้อารมณ์การขับขี่แบบสปอร์ตขนานแท้
  • ช่วงล่างหนึบแน่น เกาะถนนดีมาก
  • พวงมาลัยเฉียบคมและว่องไว
  • เครื่องยนต์ให้อัตราเร่งที่จัดจ้าน
  • เสียงท่อกระหึ่มแบบสปอร์ต
Dislike

จุดด้อย

  • ช่วงล่างแข็ง ขับปกติไม่นุ่มสบาย
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารมีน้อย
  • อุปกรณ์ความปลอดภัยมีน้อย
  • ระบบเกียร์ต้องทำความเข้าใจถึงจะใช้คล่อง
  • เบาะหลังไม่เหมาะกับการนั่งทางไกล

             M เป็นแค่ตัวอักษรภาษาอังกฤษธรรมดาๆ ตัวหนึ่งที่ไม่มีความหมายอะไร แต่ถ้า M ตัวนี้ไปประทับตราอยู่บนรถยนต์ BMW เมื่อไร มันจะมีความหมายขึ้นมาทันที เมื่อคุณนึกถึงรถสมรรถนะสูงที่อัพเกรดประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นมาจากรถยนต์นั่งปกติ ชื่อของ BMW M จะต้องแล่นเข้ามาปรากฏอยู่ในหัวอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงและเกียรติประวัติที่สร้างสมจากรุ่นสู่รุ่น ประกอบกับอัตลักษณ์และจิตวิญญาณที่ดึงดูดใจขาซิ่งทั่วโลก การได้ครอบครองยนตรกรรม M สักรุ่นน่าจะเป็นความปรารถนาสูงสุดของใครหลายๆ คน

            ครอบครัว M ที่ประจำการในประเทศไทยประกอบด้วยสมาชิก M5, M4 และน้องเล็กสุด M2 ที่เราจะมาทดสอบกันในวันนี้ แม้ M2 จะเป็นน้องเล็กแต่ก็เป็นรถเป็นรถตระกูล M ที่ขายดีที่สุดของ BMW แน่นอนว่าดีกรีไม่ธรรมดาแบบนี้ย่อมต้องมีทีเด็ดอะไรซ่อนไว้แน่ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา รัดเข็มขัด สตาร์ทเครื่อง เข้าเกียร์ แล้วเหยียบคันเร้งให้ล้อฟรีไปเลย

ดีไซน์ที่ยากจะละสายตา

            ความโดดเด่นของ M2 พุ่งเข้าเตะตาอย่างจังกับรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามและเซ็กซี่สุดๆ ทรวดทรงของรถถูกจัดท่าทางมาอย่างลงตัวพร้อมแก้มหน้าและโป่งล้อหลังที่เพิ่มมิติความดุดันในสไตล์รถ GT พร้อมกับชุดล้อสุดอลังเต็มซุ้มล้อแบบพอดีเป๊ะๆ  ลวดลาย M light alloy wheels Double-spoke style 437 M ขนาด 19 นิ้ว รัดด้วยยาง Michelin Pilot Super Sport ล้อหน้า 245/35 R19 ล้อหลัง 265/35R 19 เรียกได้ว่าสวยงามลงตัวไม่ต้องไปแต่งอะไรเพิ่มเติมแล้ว

            ดีไซน์ด้านหน้ามาพร้อมกับความหล่อเข้มดูเอาจริงเอาจังตั้งแต่กระจังหน้าไตคู่สีดำเงา ไฟหน้า LED พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบวงแหวนดีไซน์เฉียบคม กันชนหน้าเป็นช่องรับอากาศขนาดใหญ่สำหรับระบายความร้อนให้กับชุดเบรก รวมถึงเส้นสายบนฝากระโปรงที่แสดงถึงความดุดันขั้นสุด

            M2 เป็นรถสปอร์ตที่มีขนาดกะทัดรัด มิติตัวถังกว้าง 1,854 มม. ยาว 4,475 มม. สูง 1,410 มม. ข้อดีคือได้ความคล่องตัวและกระฉับกระเฉงสำหรับการมุดพื้นที่แคบๆ ระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 122 มม.ทำให้คนขับต้องคอยระวังกันพอสมควร แต่ก็ไม่ได้เตี้ยมากจนขับยาก ความยาวฐานล้อ 2,692 มม. น้ำหนัก 1,565 กิโลกรัม

            ทรงด้านข้างดูสั้นและตันจากแนวโค้งของหลังคา ทีเด็ดอยู่ที่ประตูเป็นแบบไร้ขอบหน้าต่างและจะเลื่อนกระจกลงเล็กน้อยเมื่อเปิด มีซันรูฟไฟฟ้าเพิ่มความหรู บั้นท้ายอันอวบอั๋นของ M2 มาพร้อมไฟท้าย LED ลิปสปอยเลอร์ขนาดเล็กที่ดูดีเอามากๆ กันชนท้ายแบบสปอร์ตผนวกเข้ากับชุดท่อไอเสียออก 4 ท่อสุดงามได้อย่างลงตัว สัญลักษณ์ M ที่ปรากฏอยู่รอบคันบ่งบอกว่ามันไม่ใช่ 2 Series Coupe ธรรมดา

            อลังการกันต่อกับระบบเบรกประสิทธิภาพสูง M Compound จานหน้าขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 380 มม. จานหลัง 370 มิลลิเมตร ตัวจานเป็นวัสดุพิเศษทนความร้อนสูงและน้ำหนักเบา มีการเจาะรูและใส่ครีบระบายความร้อน ประกบด้วยคาลิปเปอร์ M สีน้ำเงิน หน้า 4 POT หลัง 2 POT

ภายในอารมณ์ดิบ

            เราขอให้คุณเปลี่ยนความคิดใหม่ จากเดิมคุณอาจคิดว่ารถราคา 5 ล้านกว่าจะต้องมาพร้อมกับความหรูหรา และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารครับครัน แต่นี่คือ M และ M ที่แท้ทรูจะไม่พร่ำเพ้อกับความหรูแต่จะมาพร้อมกับความดิบ เพราะฉะนั้นอุปกรณ์บางอย่างที่รถราคาต่ำกว่านี้มีคุณอาจจะไม่ได้เห็นใน M2 คันนี้

            เรายอมรับเลยว่าดีไซน์ภายในของ M2 มีความเรียบง่ายแต่ให้อารมณ์สปอร์ตได้แบบเต็มๆ ปุ่มและสวิตช์ต่างๆ มีเท่าที่จำเป็น แดชบอร์ดและแผงประตูเป็นหนังบุนุ่ม ตกแต่งด้วยด้วยลวดลายคาร์บอนไฟเบอร์และแทบพลาสติกสีอะลูมิเนียม ตะเข็บเบาะเป็นด้ายสีฟ้า ตะเข็บหนังหุ้มพวงมาลัยเป็นสีประจำโลโก้ M

            เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตหุ้มหนัง Dakota ประทับตรา M ปรับไฟฟ้าพร้อมกลไกพับและเลื่อนเบาะให้ผู้โดยสารเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง, พวงมาลัย M ทรงสปอร์ต 3 ก้านพร้อมแพดเดิลชิฟท์, มาตรวัด M แบบเข็มอนาล็อกให้อารมณ์ดิบ, เข็มขัดนิรภัยแถบสีประจำแผนก M, กาบบันไดประตู M, หัวเกียร์ M เหล่านี้คือสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องโดยสาร

            กึ่งกลางแดชบอร์ดเป็นหน้าจอระบบ iDrive ขนาด 8 นิ้ว ควบคุมได้จากปุ่มหมุนที่คอนโซลกลางหรือปุ่มบนพวงมาลัย รองรับการเชื่อมต่อครบทั้งบลูทูธ, USB, AUX, CD, DVD มีระบบนำทางด้วยดาวเทียม แสดงผลกล้องมองภาพด้านหลัง จอภาพมีความคมชัด สีสันกราฟิกสวยงาม หน้าตาเมนูก็เหมือนกับระบบ iDrive ของรถ BMW รุ่นอื่น ระบบมีความลื่นไหล นอกจากนี้ยังแสดงผลการทำงานของระบบต่างๆ เช่นการปรับตั้งค่าโหมดการขับเคลื่อน รวมถึงยังสามารถแสดงผลแบบมาตรวัดทั้งแรงม้าและแรงบิดอย่างครบครัน ส่วนชุดลำโพงติดตั้ง Harman Kardon มาให้เป็นมาตรฐาน คุณภาพเสียงดีเลยทีเดียว

            M2 เป็นรถ 2+2 ที่นั่ง ผู้โดยสารสามารถเข้า-ออกเบาะหลังได้โดยไม่ลำบากจนเกิดไป เบาะหลังที่พื้นที่จำกัด คนที่ตัวสูงแขนขายาวอาจจะนั่งไม่สบาย ศีรษะอาจชนเพดาน เบาะแบบสปอร์ตโอบกระชับลำตัวดีมาก ช่วยล็อกตัวไม่ให้ไถลไปมาขณะสาดโค้ง ขณะที่ตำแหน่งนั่งขับมีความรู้สึกว่าใกล้เคียงกับรถซีดานมาตรฐานทั่วไป เข้า-ออกรถสะดวกไม่ต้องย่อต้องมุดมากนัก ด้วยความที่รถไม่ได้เตี้ยเรี่ยดินมุมมองด้านหน้ารถจึงดี เช่นเดียวกับมุมผ่านกระจกมองหลังที่ไม่ได้ถูกบดบังจนมิดมองไม่เห็น จุดที่ต้องร้างความเคยชินก็คือมุมมองผ่านกระจกมองข้าง เนื่องเพราะโป่งล้อหลังมีขนาดใหญ่คุณอาจจะรู้สึกว่าถูกบดบังมากกว่ารถปกติเล็กน้อย รวมถึงจังหวะการถอยเข้าซองที่อาจมองไม่สะดวก

            เรามองว่าการที่ M2 มีอุปกรณ์ภายใน ฟังก์ชั่น ลูกเล่นต่างๆ น้อยไม่ใช่ข้อเสีย มันคือเอกลักษณ์ของรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อการขับจริงๆ ซึ่งคุณควรจะซึมซับไปกับประสบการณ์การขับขี่ และสมรรถนะอันร้อนแรงของรถมากกว่า

ขุมพลังใต้ฝากระโปรง

                M2 ของเราขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ความจุ 3.0 ลิตร M TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 370 แรงม้า ที่ 6500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,450-4,750 รอบต่อนาที ชิ้นส่วนหลายอย่างของเครื่องยนต์บล็อกนี้แชร์มา M4 รุ่นพี่และมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบอัดอากาศ ระบบจ่ายเชื้อเพลิง ระบบระบายความร้อน ให้สามารถตอบสนองต่อการขับขี่อันหนักหน่วงบนแทร็กได้อย่างไร้ปัญหา ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ M DCT 7 สปีด พร้อม Drivelogic ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ใน 4.3 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 12.0 กม./ลิตร ปล่อย CO2 199 กรัม/กม.

            โหมดการขับขี่มีให้เลือก 3 แบบ ได้แก่ Comfort, Sport และ Sport+ เป็นปุ่มกดข้างคันเกียร์ อีกหนึ่งความยอดเยี่ยมที่มีใน M2 ก็คือระบบกลไกเพื่อการขับขี่ต่างๆ ที่จะมาช่วยเสริมสมรรถนะและไดนามิกของรถ อาทิ เฟืองท้าย Active M ที่จะกระจายแรงบิดระหว่างล้อหลังทั้งสองอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการลื่นไถลและสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ โหมด M Dynamic เพิ่มสมรรถนะให้ล้อหมุนฟรีได้มากขึ้นสำหรับการดริฟท์, พวงมาลัยไฟฟ้า M Servotronic ระบบควบคุมเสียงท่อ M รวมถึงระบบช่วงล่างและกันสะเทือนแบบสปอร์ต 

การขับขี่

                ความประทับใจแรกเกิดขึ้นทันทีที่สตาร์ทเครื่อง เสียงรอบเดินเบาคำรามออกมาจากปลายท่ออย่างน่าฟัง จุดต่อมาที่ต้องทำความเข้าใจก็คือเกียร์ ซึ่งเกียร์ DCT ลูกนี้ไม่มีเกียร์ P แม้ว่าตอนติดเครื่องจะขึ้นคำว่า P บนหน้าปัดก็ตาม การขับเดินหน้าหรือถอยหลังไม่น่าปวดหัวสักเท่าไรเพราะมีแผนผังบอกตำแหน่งอยู่ที่หัวเกียร์ แต่มันจะมีปัญหาตอนจอดเมื่อเราหาเกียร์ P ไม่เจอ วิธีก็คือโยกมาเกียร์ N และกดปุ่มดับเครื่องยนต์ ตอนนี้เรายังไม่สามารถลงจากรถแล้วล็อกรถได้ ให้คุณกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อีกครั้ง รถจะเข้าสู่เกียร์ P โดยอัตโนมัติ เชื่อไหมว่าเราทำความเข้าใจกับกระบวนการนี้นานมาก

            มาต่อกันที่การขับขี่ เมื่อเข้าเกียร์ D แล้วปล่อยเบรกรถจะออกตัวในทันทีเหมือนรถปกติทั่วไป คุณต้องแตะคันเร่งก่อนเล็กน้อยรถจึงจะเคลื่อน นั่นเท่ากับว่าเมื่อปล่อยเบรกบนทางชันรถจะไหล ต้องเติมคันเร่งส่งรถจึงจะเดินหน้าต่อไป การที่เกียร์เป็นแบบนี้ทำให้บางทีการขับ M2 บนการจราจรติดขัดก็ชวนให้น่าหงุดหงิดเพราะเบรกสนิททีไรต้องคอยแตะคันเร่งให้เดินหน้าต่อทุกที

            การขับ M2 ในเมืองอาจไม่สนุกนักเนื่องจากระบบเกียร์ที่ชวนงงดังที่ว่ามา ประกอบกับช่วงล่างที่แข็งกระด้าง คุณจะรู้สึกได้ถึงทุกสัมผัสบนผิวถนนที่ถูกส่งผ่านขึ้นมายังห้องโดยสาร แต่ตรงกันข้ามคุณจะได้ความหนึบแน่น และความเฉียบคมของพวงมาลัยในการซอกแซกเปลี่ยนเลนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการตอบสนองที่รวดเร็วจากเครื่องยนต์และเกียร์

            ความสนุกที่แท้จริงอยู่บนถนนไฮเวย์ M2 พุ่งทะยานจากแยกไฟแดงสู่ความเร็วสูงอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงคำรามจากเครื่องยนต์ที่หนักแน่น เราลืมบอกไปว่าการทดสอบครั้งนี้ใช้โหมด Comfort เป็นหลัก แต่แม้จะเป็น Comfort เครื่องยนต์และเกียร์ก็ยังตอบสนองได้รวดเร็ว เกียร์ DCT บ่งบอกถึงคาแร็กเตอร์ของตัวเองอย่างชัดเจนคือส่งต่อกำลังนุ่มนวล แต่เมื่อกดคันเร่งคิ๊กดาวน์รอบเครื่องจะดีดขึ้นสูงอย่างรวดเร็วพร้อมแรงดึงอันมหาศาลให้หลังติดเบา ยามถอนคันเร่งเกียร์จะคารอบเครื่องค้างไว้เพื่อเตรียมพร้อมสำให้กดคันเร่งอีกครั้งโดยไม่เสียกำลัง

            ช่วงล่างที่ตอนแรกขับในเมืองว่าแข็ง แต่พอได้ขับเร็วแล้วลืมความแข็งไปเลย มันทั้งหนึบ เกาะถนน ให้ทั้งความนิ่งและเสถียรภาพการทรงตัวที่ดีบนความเร็วสูง คุณสามารถยกคันเร่งแล้วสาดเข้าโค้งไปแบบเนียนๆ ได้เลยโดยไม่ต้องกลัวว่ารถจะโยน หน้าไม่ดื้อ ท้ายไม่ปัด อาการยวบย้วยไม่มี ด้วยความที่เป็นช่วงล่างแบบสปอร์ตที่ปรับระดับแข็ง-อ่อนของโช๊คอัพไม่ได้ ดังนั้นเมื่อเจออะไรบนผิวถนนมันจะรับไว้พิจารณาทั้งหมด ไม่มีความยืดหยุ่น แม้จะสร้างความพึงพอใจเมื่อขับเร็วๆ แต่ก็แลกด้วยอาการกระเด้งกระดอนเมื่อเจอกับถนนที่ไม่เรียบ

            ระบบพวงมาลัย M Servotronic ไม่ทำให้เราผิดหวัง มันถูกปรับเซ็ตมาแบบสปอร์ตคือค่อนข้างหนักแม้ว่าจะขับความเร็วไม่สูงมากก็ตาม แต่ที่ความเร็วสูงมันทั้งนิ่งและมั่นคงไม่ไหวติง สื่อสารกับคนขับได้อย่างตรงไปตรงมา ระยะฟรีมีน้อยทำให้ควบคุมหน้ารถได้ไว กะระยะได้ง่ายทั้งการเข้าโค้งและเลี้ยวมุมแคบ

            ระบบเบรกของ M2 ให้ความรู้สึกในแบบที่นักขับทั้งหลายต้องการ เมื่อกดแป้นลงไปนิดนึงประมาณ 10% คาลิปเปอร์จะเริ่มจับจานอย่างนุ่มนวล และจะเริ่มจับมากขึ้นตามน้ำหนักการเหยียบ คุณจึงสามารถควบคุมการหน่วงความเร็วของรถได้อย่างตรงไปตรงมาโดยอยู่บนพื้นฐานความนุ่มนวล และไม่ต้องกังวลเลยว่าเบรกชุดน้ำจะรองรับฝูงม้า 370 ตัวไม่ไหว 

            เมื่อยางติดรถเป็นยางสปอร์ตดังนั้นต้องทำใจว่าเสียงของมันต้องดังกว่ายางปกติทั่วไปแน่นอน ถ้าตัดเรื่องเสียงยางออกไป M2 ถือว่าเป็นรถที่ป้องกันเสียงรบกวนภายนอกได้ดีตามมาตรฐาน BMW เสียงลมจะเริ่มมาตอนความเร็วเกิน 100 กม./ชม. ไปแล้ว ส่วนความประหยัดคงไม่ใช่ประเด็นสำคัญของคูเป้ตัวแรงคันนี้ แต่เท่าที่สังเกตถ้าขับปกติทั่วไปตัวเลขบนหน้าปัดอยู่ที่ราว 12 กม./ลิตร กินพอๆ กับรถบ้านธรรมดาเลยนะเนี่ย

สรุปความน่าใช้

            M2 เป็นคอมแพ็คคูเป้ที่มีความสามารถเกินตัวจริงๆ มันถูกออกแบบมาเพื่อขับขี่ในชีวิตประจำวันก็ได้และพร้อมสำหรับลงหวดในแทร็กทันทีที่ถูกท้าทาย คุณจะได้รับฟีลลิ่งแบบรถสนามแท้ๆ ทั้งความดิบ ความสปอร์ต ประสบการณ์การขับขี่และการควบคุมที่สุดยอด เป็นรถที่ทำให้รู้สึกสนุกและตื่นเต้นตลอดเวลาที่ได้นั่งหลังพวงมาลัย แรงจริง เร็วจริง เรียบง่าย และตรงไปตรงมา โดยรวมนั้นสุดยอดมากๆ นี่คือรถในแบบที่สาวก M ต้องการจริงๆ

            อย่างไรก็ตามถ้าคุณยังเข้าไม่ถึงความเป็น M Car คุณอาจจะไม่ชอบรถคันนี้เลยก็ได้ เพราะมันไม่ได้มาพร้อมกับความสะดวกสบายหรือการขับขี่ที่นุ่มนวลชวนฝัน ออกจะขับยากด้วยซ้ำ ออปชั่นต่างๆ ก็น้อยไม่สมราคา แต่ถ้าคุณมีงบ 6 ล้านบาท แล้วต้องการรถที่ขับดีสุดๆ สักคันโดยไม่สนความสะดวกสบายอะไรทั้งสิ้น ขอแค่รถแรงๆ หล่อๆ จากโรงงานพอ โปรดมองมาที่ M2 Coupé เป็นอันดับแรก

Gallery

What Car? Team

Video Review


การให้คะแนน

Driving
95%
Engine & Trans
100%
Fuel Consumption
80%
Practicality
70%
Price and Features
85%
Design
95%
Saftey
70%
Summary

คอมแพ็คคูเป้คันนี้พร้อมจะมอบความบันเทิงให้กับคุณได้ทุกเมื่อ แค่รูปลักษณ์ก็โดดเด่นเตะตาผู้คนแล้ว นี่คือความสปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบ M อย่างแท้จริง แม้ว่าขับธรรมดาทั่วไปอาจจะไม่ค่อยนุ่มสบายสักเท่าไร แต่มันพร้อมที่จะแผลงฤทธิ์ทันทีตามคำบัญชาของคุณ

Top