For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Road Test – BMW 330e M Sport หล่อ แรง ประหยัด และยังไม่ตกรุ่น

5 / 5

Overview Of Car

ซีดานหรูหัวใจไฮบริดมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกแบบสปอร์ต พละกำลังเหลือเฟือชวนให้ขับสนุก สะดวกสบายด้วยอุปกรณ์ที่ครบครัน ทั้งยังประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ราคา 2,759,000 บาท

Body Style:Sedan
Description:ซีดาน 4 ประตู 5 ที่นั่ง, ปลั๊กอินไฮบริด
Engine:เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ + มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Consumption:40.8 กม./ลิตร (ค่าโรงงาน)
Fuel Type:เบนซิน
Make:ฺBMW
Max Power:252 แรงม้า ที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที
Max Torque:420 นิวตันเมตร
Model:BMW 330e M Sport
Price Guide:2,759,000 บาท
Release Date:ตุลาคม 2018
0-100 km/h:6.1 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
Like

จุดเด่น

  • รูปลักษณ์สปอร์ตตั้งแต่เกิด
  • เครื่องยนต์ทรงพลัง อัตราเร่งทันใจ 
  • มีโหมดการขับขี่ให้เลือกหลากหลาย รวมถึงโหมด e-Drive จัดการการทำงานของระบบไฮบริด
  • ไดนามิกการขับขี่ยอดเยี่ยม
  • ภายในกว้างขวาง ระบบ iDrive ไร้ที่ติ
Dislike

จุดด้อย

  • ระบบช่วยขับและระบบความปลอดภัยมีน้อยไปนิด
  • อาจจะดูเก่าตกรุ่นไปแล้วเพราะ 3 Series โฉมใหม่เพิ่งเปิดตัว 
  • การชาร์จไฟไม่เร็ว

          แม้ BMW 3 Series จะเปิดตัวรุ่นใหม่โมเดลเชนจ์ไปแล้ว แต่รถยนต์เจ้าของรหัส G20 ก็ยังไม่มีทายาทในสายปลั๊กอินไฮบริดมาแทนที่ 330e ตัวปัจจุบัน เราไม่ได้เอารถเก่ามารีวิวหรอกนะแต่ว่า 330e M Sport ที่คุณเห็นนี้มันน่าสนใจจริงๆ หนึ่งคือพละกำลังเครื่องยนต์ที่ยังสร้างความว๊าวให้กับผู้ที่นั่งขับได้อยู่ อีกส่วนคือรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อสปอร์ตมาตั้งแต่โรงงาน ถึงขับไปตีคู่ G20 โฉมใหม่ก็ยังดูไม่ตกรุ่น

            330e M Sport เป็นหนึ่งในสมาชิกตระกูล BMW iPerformance Plug-in Hybrid ที่สืบทอดเชื้อสายความรักษ์โลก บวกความสนุกในการขับขี่ที่ไม่ละทิ้งเอกลักษณ์ของความเป็น BMW พื้นฐานเดิมมาจาก 3 Series รหัสตัวถัง F30 มิติตัวถังของ 330e M Sport ยาว 4,633 มม. กว้าง 1,811 มม. สูง 1,429 มม. ระยะฐานล้อ 2,810 มม. ระยะห่างจากพื้นถนนถึงใต้ท้อง 140 มม. น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,735 กก.

หล่อเข้มสะกดตา

            จะมีใครเถียงไหมว่าดีไซน์ของรถ BMW ไม่ต้องแต่งเพิ่มก็สวยแล้ว ไม่ว่าจะซีรีส์ไหน ไม่ว่าหน้าตารุ่นพี่รุ่นน้องจะคล้ายกันเพียงใด แต่ดีไซน์แบบนี้ก็ยากที่ใครจะเลียนแบบ ภายนอกของ 330e M Sport ไม่ต่างจาก 3 Series รุ่นปกติทั่วไป สิ่งที่บ่งบอกว่าเจ้านี่เป็นรถไฮบริกก็คือตรา e-Drive ที่เสาหลังและช่องเสียบชาร์จไฟที่หน้าตาคล้ายฝาถังน้ำมันที่แก้มหน้ารถด้านซ้าย แต่ด้วยชื่อที่มี M Sport ต่อท้ายเท่ากับว่ามันมาพร้อมกับชุดแต่ง M Sport รอบคัน ตั้งแต่กระจังหน้าไตคู่ซี่ตะแกรงสีดำเงา กันชนหน้าแบบสปอร์ต กรอบกระจกสีดำเงา ชายล่างกันชนท้ายสีดำเงาลงตัวกับปลายท่อคู่ และล้ออัลลอย M Sport ลาย Double-spoke สีเทาขนาด 18 นิ้ว

            ชุดไฟหน้า LED ล้อมรอบด้วยไฟ Daytime Running Light แบบวงแหวน มีไฟตัดหมอก LED ติดมาให้ด้วย เมื่อมองหน้าตรงเหมือนว่ารถดูมีหน้าตาจริงจังตลอดเวลา ไฟท้าย LED สวยทันสมัย ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ที่ขาดไม่ได้ก็คือเสาอากาศแบบครีบฉลาม

            ภายในของ 330e M Sport ให้อารมณ์สปอร์ตสมชื่อ ตกแต่งด้วยโทนสีดำตัดกับเบาะนั่งและแผงประตูสีแดง และชิ้นส่วนสีเงินอะลูมิเนียม การออกให้คำนึงถึงการขับขี่ด้วยการเยื้องแผงควบคุมกลางแดชบอร์ดหน้าเข้าหาตัวคนขับเล็กน้อย จัดวางปุ่มต่างๆ ให้อยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ง่าย เครื่องปรับอากาศแยกปรับซ้าย-ขวาชัดเจน แอบเท่ด้วยพวงมาลัย M แบบสามก้านพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและครูสคอนโทรล ด้านหลังเป็นแพดเดิลชิฟท์ให้ตะปบเข้าเกียร์

            วัดสุและการประกอบไม่ทำให้เราผิดหวัง จอสัมผัส 8.8 นิ้วของระบบสาระบันเทิง iDrive แสดงผลคมชัด กราฟิกสวย ดูง่าย มีความลื่นไหลและตอบสนองดีมาก ควบคุมการทำงานได้ง่ายผ่านแป้นหมุนที่คอนโซลกลาง นี่คือระบบที่น่าใช้งานที่สุดแล้วในกลุ่มรถหรู ข้างแป้นหมุนเป็นคันเกียร์รูปทรงจอยสติ๊กที่สับมันมือดีเหลือเกิน มีปุ่ม e-Drive สำหรับขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าล้วนเพีนงอย่างเดียวอยู่ใกล้ๆ และปุ่มปรับโหมดการขับขี่ ECO-PRO / Comfort / Sport / Sport+

การผสานที่กลมกลืน

            ใต้ฝากระโปรงของ 330e M Sport เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร TwinPower Turbo ให้กำลัง 184 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร ผสานการทำงานร่วมกับระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 88 แรงม้า พร้อมแรงบิดที่มากถึง 250 นิวตันเมตร เมื่อรวมพลังของทั้งสองระบบเข้าไว้ด้วยกันจะมีกำลังมากถึง 252 แรงม้า พร้อมแรงบิดแบบจัดเต็มถึง 420 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 สปีด ตัวเลขสมรรถนะจากโรงงาน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. แบตเตอรี่ Lithium-ion มีความจุ 7.6 kWh ระยะทางขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว 41 กม. รองรับการชาร์จแรงดันสูง 16 แอมแปร์ ชาร์จแบตเตอรี่เต็ม 100% ในเวลา 3 ชม.

            ปุ่ม e-Drive เล็กๆ ข้างคันเกียร์เป็นโหมดควบคุมการทำงานของระบบไฮบริด แบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ AUTO eDRIVE เป็นค่ามาตรฐานตั้งแต่เริ่มสตาร์ทรถ โหมดนี้ระบบไฮบริดจะจัดสรรการใช้พลังงานเองโดยอัตโนมัติ พูดง่ายๆ คือรถจะสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าตามลักษณะการขับขี่ ปริมาณไฟในแบตเตอรี่ และความเร็วที่ใช้ โหมดต่อมาคือ MAX eDRIVE โหมดนี้ไฟฟ้าในการขับเคลื่อนเพียงอย่างเดียวไม่ว่าจะเหยียบเท่าไรก็ตาม ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ เหมาะกับการขับใกล้ๆ ในเมืองเป็นหลัก โหมดสุดท้าย SAVE Battery โหมดนี้จะเป็นการขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียวพร้อมกับชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ไปในตัว ไฟจะวิ่งเข้าแบตฯ ตลอดเวลาทั้งตอนขับปกติและตอนเบรก

            ทันทีที่กดปุ่มสตาร์ทเครื่อง ทุกอย่างนิ่งสนิท มีเพียงหน้าปัดบอกสถานะการทำงานของรถยนต์ว่าพร้อมขับแล้ว เครื่องปรับอากาศทำงานปกติ ชุดมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานอย่างเงียบเชียบ เราขับขี่ด้วยโหมด Comfort เมื่อเข้าเกียร์ D รถค่อยๆ ไหลออกไปพร้อมความเงียบและนิ่มนวล อย่างไรก็ตามเมื่อเพิ่มความเร็วขึ้นเครื่องยนต์จะเข้ามาช่วยทำงาน จังหวะนี้เราแทบไม่รู้สึกถึงแรงสั่นตอนสตาร์ทเลย ขณะที่การสลับการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอร์ขณะขับขี่ก็ไร้ซึ่งรอยต่อ ข้อดีของรถไฮบริดคือถ้าคุณชาร์จไฟมาเต็มแบตเตอรี่การเดินทางระยะใกล้ๆ จะไม่ทำให้คุณต้องควักเงินเติมน้ำมันเลย

            นอกเหนือจากความยอดเยี่ยมของการสลับการทำงานของเครื่องยนต์แล้ว เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเช่นกัน มันมีความกระฉับกระเฉงและนุ่มนวล ทำให้การไต่ระดับความเร็วเมื่อเครื่องยนต์ทำงานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ขึ้นสู่ความเร็วสูงได้ไว ขณะเดียวกันมันก็มีความฉลาดที่จะรักษารอบเครื่องไว้ในจุดที่ประหยัดเชื้อเพลิงที่สุด ไม่ลากรอบจนเกินไป ถ้าคุณเผลอกดคันเร่งฉับพลัน เกียร์จะลดสปีดลงมาพร้อมกับแรงดึงที่น่าตื่นเต้นจากการช่วยเหลือของมอเตอร์ไฟฟ้า

คุณภาพการขับขี่

            ช่วงล่างของ 330e M Sport ปรับเซ็ตมาได้อย่างแน่นเฟิร์ม เราขอเรียกว่าเป็นจุดกลางระหว่างความนุ่มสบายกับความหนึบละกัน คือถ้าคนชอบรถที่ช่วงล่างนุ่ม นั่งแล้วชวนฝัน เมื่อมานั่งรถคันนี้อาจบ่นว่ามันกระด้างไป แต่ถ้าเคยขับรถแข็งๆ มาก่อนก็น่าชอบใจได้ไม่ยาก โช๊คอัพดูดซับแรงสะเทือนได้ดีและคืนตัวได้เร็ว วิ่งผ่านหลุมบ่อก็ยังเก็บอาการได้ดี

            ความแน่นเฟิร์มของ 330e M Sport จะเห็นผลทันทีที่ควบมาด้วยความเร็วสูง รถเกาะถนนดีมาก นิ่งสนิทไม่มีโคลงเคลง การสาดโค้งให้ความรู้สึกมั่นใจ อาการโยนมีน้อย การทรงตัวและสมดุลของรถดีทั้งทางตรงและในโค้ง

            ระบบพวงมาลัยที่เชื่องมือทำให้ 330e M Sport เป็นรถที่บังคับง่าย พวงมาลัยมีระยะฟรีที่เหมาะสม คนที่เคยขับครั้งแรกน่าจะจับจังหวะการเลี้ยวได้ง่าย ประกอบกับความคมและแม่นยำที่ทำให้เราสามารถหันหน้ารถไปในทิศทางที่ต้องการได้ไวตามใจสั่ง นอกจากนี้พวงมาลัยยังแปรผันตามความเร็วที่ใช้ ขับเร็วก็จะหนืดขึ้นเพื่อให้ผู้ขับเกิดความมั่นใจ

            ระบบเบรกของ 330e M Sport ให้ฟีลแบบแข็งๆ คือเหยียบไม่ลึกก็จะเริ่มรู้สึกหน่วง เราชอบเบรกแบบนี้เพราะมันกะระยะเบรกได้ง่าย แรงหน่วงเที่ยงตรงกับแรงกดที่แป้นเบรก ใครที่เคยขับครั้งแรกอาจจะรู้สึกว่าเบรกมันตื้นไปหน่อย แต่รับรองเบรกแล้วหัวไม่ทิ่มแน่นอน ระบบเบรกนี้ให้ความมั่นใจในการหยุดรถจากความเร็วสูงได้เป็นอย่างดี

            330e M Sport ป้องกันเสียงลมได้ดีตามมาตรฐานรถหรู จะเริ่มได้ยินเบาๆ ก็ต่อเมื่อเกิน 110 กม./ชม. ไปแล้ว เสียงยางอยู่ในระดับมาตรฐาน เสียงเครื่องยนต์เงียบสนิท แรงสั่นเข้ามาในห้องโดยสารแทบไม่รู้สึก

สะดวกสบายสไตล์ BMW

            ด้วยความที่ทรงของรถนั้นเป็นแบบสปอร์ซีดานมาแต่เกิด ตำแหน่งนั่งขับจึงอยู่ต่ำกว่ารถยนต์นั่งปกติเล็กน้อย เมื่อเปิดประตูเข้ามานั่งคุณจะพบกับเบาะอันนุ่มสบาย รองรับกับสรีระได้อย่างลงตัว ปรับตำแหน่งต่างๆ ได้ง่ายด้วยระบบไฟฟ้า มีตัวดันหลังให้รู้สึกกระชับ ตัวรองต้นขาต้องดึงออกเอง หากกลัวว่าใครจะมาเปลี่ยนตำแหน่งเบาะก็กดปุ่มเม็มโมรี่ไว้ได้ (เฉพาะฝั่งคนขับ)

            พื้นที่เบาะหน้าไม่มีปัญหาสำหรับคนตัวสูง พื้นที่วางเท้ามีมากมายเหลือเฟือ เบาะหลังมาพร้อมกับพื้นที่อันกว้างใหญ่ เข้า-ออกรถได้ง่าย องศาพนักพิงอยู่ในตำแหน่งที่กำลังสบาย พื้นที่เหนือศีรษะและพื้นที่ช่วงขามีพอสำหรับคนตัวสูง เบาะตัวกลางดึงลงมาเป็นที่วางแขนพร้อมช่องใส่ขวดน้ำ เพดานหลังคามีซันรูฟไฟฟ้าเอาใจคนโรแมนติก มีแอร์ตอนหลังให้เย็นฉ่ำในวันที่แดดร้อน เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60/40 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย

            ความพรีเมี่ยมยังไม่จบแค่นั้นเพราะ 330e M Sport มาพร้อมกับเครื่องเสียง Harman Kardon เป็นมาตรฐาน ปรับ EQ ได้ตามแนวการฟังเพลง ระบบสาระบันเทิงยังมาพร้อมระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุด มีระบบแผนที่นำทางที่ใช้งานได้จริง รวมถึงยังรองรับระบบเชื่อม BMW ConnectedDrive หน้าปัดวัดรอบวัดความเร็วแบบเข็มและคันเบรกมือที่คอนโซลกลางคือสิ่งที่ตกทอดมาจากรถในยุคก่อน บางคนชอบบางคนบอกเชย อันนี้แล้วแต่ทัศนคติ แต่ในเมื่อนี่คือ 330e M Sport ของพวกนี้คือไอเทมที่ให้อารมณ์สปอร์ตจริงๆ

            ข้อสังเกตของเราคือ 330e เคยเป็นรุ่นท็อปของไลน์อัพ 3 Series โฉม F30 มาก่อน ดังนั้นระบบช่วยขับหรือระบบความปลอดภัยน่าจะมีมาให้เล่นเท่าๆ กับคู่แข่งหน่อย ที่มีอยู่มันก็ใช้ได้ดีแต่คนที่ซีเรียสเรื่องออปชั่นก็มีไม่น้อยเช่นกัน

สรุปความน่าใช้

            BMW 330e M Sport เป็นซีดานไฮบริดที่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสปอร์ตเร้าใจแฝงด้วยสมรรถนะที่ร้อนแรงจนรถเบนซินหลายๆ รุ่นต้องสิโรราบ จากเดิมรถไฮบริดมุ่งเน้นไปที่ความประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอนนี้มันต้องทรงพลังและขับสนุกด้วย ซึ่ง 330e M Sport เป็นแบบนั้น

            แม้ว่า 3 Series โฉม F30 จะมีรุ่นใหม่มาแทนที่แล้ว แต่ตราบใดที่ยังไม่มีโมเดลปลั๊กอินไฮบริดของโฉม G20 เข้ามา 330e M Sport ก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าเล่นอยู่ มันยังไม่ตกรุ่น ราคาก็ปรับลงมาเยอะ ได้ของแต่ง M ตั้งหลายรายการ ความหล่อไม่แพ้กัน ถ้าคุณอยากยานยนต์ปลั๊กอินไฮบริดคุ้มๆ สักคัน หรือจะซื้อเป็นรถคันแรกให้กับสมาชิกในครับครัว ไม่ต้องมองไปไกลเพราะ 330e นี่แหละ ใช่เลย!

Gallery

Video Review

Related Gallery


การให้คะแนน

Driving
90%
Engine & Trans
90%
Fuel Consumption
85%
Practicality
80%
Price and Features
85%
Design
90%
Saftey
70%
Summary

BMW 330e M Sport หล่อตั้งแต่ออกจากโรงงาน ประกอบในประเทศ ราคาน่าซื้อมาก ขับสนุกได้ใจ แถมยังประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Top