For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Nissan Kicks e-POWER รุ่นท็อป VL

4 / 5

Overview Of Car

ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าจริง ขึ้นแท่นด้านประหยัดน้ำมัน ไม่ผิดหวังด้านการขับขี่

Body Style:Cross Over SUV
Description:ครอสโอเวอร์เอสยูวี 5 ประตู 5 ที่นั่ง
Engine:เบนซิน 1.2 ลิตร + มอเตอร์ไฟฟ้า
Fuel Type:เบนซิน
Make:Nissan
Max Power:129 แรงม้า
Max Torque:260 นิวตันเมตร ที่ 500 – 3,008 รอบต่อนาที
Model:Nissan Kicks e-POWER
Price Guide:1,049,000 บาท
Release Date:6 มกราคม 2564
0-100 km/h:9.33 วินาที
Transmission:เกียร์อัตโนมัติ 1 สปีด
Like

จุดเด่น

  • เทคโนโลยี One Pedal
  • ประหยัดน้ำมัน
  • กระจกมองหลังติดตั้งกล้องเพื่อความปลอดภัยขณะถอยหลัง
  • สวยงามตามฉบับตัว Nissan Kicks e-POWER โดยเฉพาะ
  • มีฟังก์ชั่น Adaptive Cruise Control
  • ตอบโจทย์ความเรียบง่าย
Dislike

จุดด้อย

  • ช่วงล่างยังไม่เฟิร์มมาก
  • คันเร่งตอบสนองช้าไปแค่นิดเดียว
  • ไม่มีฟังก์ชัน Lane Keep Assits

หนึ่งยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีจากนิสสัน สมรรถนะเหนือความคาดหวังขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100% ขับสนุกส่งกำลังดี หน้าตาล้ำสมัยแถมประหยัดเงินในกระเป๋าตอบโจทย์คนมองหาเทคโนโลยีเพราะใส่มารอบคัน

                กระแสความนิยมในตลาดรถยนต์กำลังจะเปลี่ยนไปแบบพลิกผันด้วยนโยบายจากรัฐบาลที่กำหนดให้มีการใช้งานรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานมอเตอร์ไฟฟ้าภายในประเทศไทยเรานี้ถึง 30% เพื่อลดมลพิษต่าง ๆ ซึ่งนิสสัน ผู้มาก่อนกาลสร้างความสะเทือนกับวงการรถยนต์ไปไม่น้อยด้วยการเปิดตัว Nissan Kicks e-POWER ยานยนต์ที่มาพร้อมการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ มันไม่ใช่รถพลังงานไฟฟ้าซะเต็มตัวแต่เป็นเพียงไฮบริดชนิดหนึ่งเท่านั้นเอง

                หลังจากการเปิดตัวอาจจะมีการส่งมอบหรือปล่อยสู่ท้องถนนช้าประมาณนึงด้วยความผิดพลาดบางประการของทางค่ายแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบใด ๆ เพราะทุกคน ต่างรอคอยจะพบเจอและได้ยลโฉมสุดยอดยานยนต์ที่มาเป็นอันดับต้น ๆ ของตลาดในไทย

                ปัจจุบันนี้เทรนด์โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไม่เพียงแค่ผู้คนเริ่มหันมาสนใจรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวแต่นั่นรวมถึงการที่มีรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์เอสยูวีโลดแล่นอยู่บนถนนและพร้อมจะเข้าแย่งชิงบัลลังก์จากเก๋งซีดานทั้งหลายเน้นการใช้งานอเนกประสงค์พร้อมรองรับสมาชิกในครอบครัวหรือจุสัมภาระเดินทางไปที่ต่าง ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้นซะมากกว่า ไม่เพียงเท่านี้การออกแบบภายนอกที่เริ่มใส่ความสปอร์ตเข้ามาเพิ่มความหรูขึ้นอีกนิดพร้อมลุยอีกหน่อยแถมภายในยังนั่งสบายนี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมรถทรงครอสโอเวอร์เอสยูวีเริ่มเข้ามามีบทบาทกับสังคมมากขึ้น

                ถ้ามองมาที่ Nissan Kicks e-POWER อาจจะไม่เจอความสปอร์ตอะไรขนาดนั้นแต่จะพบกับหน้าตาที่พอจะเดาออกได้เลยว่าเป็นรถอะไรสักอย่างที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีหรือการใช้ไฟฟ้าสักรูปแบบ ซึ่งต้องขอย้ำเตือนความทรงจำทุกคนก่อนว่า  Kicks e-POWER ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าแต่มันคือรถยนต์ไฮบริดประเภทหนึ่งมาพร้อมการขับเคลื่อนแบบใหม่โดยนิสสันทำการตั้งชื่อให้โดยเฉพาะด้วยคำว่า e-POWER มีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 5 ส่วน คือ เครื่องยนต์เบนซิน, เครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator), อินเวอร์เตอร์, มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

                ตอนนี้หลายท่านอาจจะกำลังสงสัย ไหนว่าเป็นการขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าทำไมมีเครื่องยนต์เบนซินเข้ามาเกี่ยว เราจะอธิบายให้ทราบว่า ระบบขับเคลื่อน e-POWER ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าในการส่งกำลังไปที่ล้อรถ 100% เต็ม ส่วนเครื่องยนต์เบนซินจะทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนเข้าไปยังแบตเตอรี่และอินเวอร์เตอร์โดยเครื่องยนต์นี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการส่งกำลังไปที่ล้อเลยและถ้าได้ลองมองอีกมุม Kicks ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อนจริงแต่นิยามของรถยนต์ไฟฟ้า EV นั้นต้องไม่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในเป็นส่วนประกอบเลย ซึ่ง Kicks ยังต้องใช้น้ำมันเบนซินเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เหมือนกับทุกรถยนต์ทั่วไปอยู่ดี

                จากที่ทางทีม What Car ? Thailand ได้เคยเข้าร่วมทดสอบสมรรถนะรถยนต์พลังงานไฟฟ้า Nissan Kicks e-POWER ณ สนามทดสอบรถแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี ไปแล้วแต่มันเป็นเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้ใช้เวลาสัมผัสเจ้าคิกส์ และนี่จึงเป็นสาเหตุที่เราจะปล่อยให้รถคันนี้ได้พิสูจน์ตัวตนอีกครั้งทั้งบนถนนในเมืองที่มีการจราจรแน่นหนาและเส้นทางระยะยาว

สนองไวฉบับรถยนต์ไฟฟ้า

                ก่อนหน้านี้เราได้ลองขับ Nissan Kicks e-POWER มันตอบสนองได้เร็วอยู่เหมือนกันขับสนุก คล่องแคล่ว ว่องไว และมีเทคโนโลยีควบคุมการขับขี่ที่ค่อนข้างอัจฉริยะอยู่พอสมควร ตามสไตล์ครอสโอเวอร์เอสยูวีและรถยนต์ประเภทขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%

                ใต้ฝากระโปรงซ่อนเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร 3 แถวเรียงแบบ DOHC 12 วาล์ว 3 สูบ รับบทกำเนิดพลังงานไฟฟ้า มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ EM57 ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (PS) มอบแรงบิดอยู่ที่ 260 นิวตันเมตร พ่วงด้วยแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ขนาด 1.57 kWh จำนวน 4 โมดูล ทั้งหมดนี้เป็นส่วนประกอบสำคัญต่อการขับเคลื่อนและยังส่งผลให้การขับขี่ค่อนข้างเงียบรวมถึงความประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยมแต่รถคันนี้ไม่มีระบบเกียร์จึงส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 1 สปีด ถือเป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

                ถึงแม้เราจะเคยลอง Nissan Kicks e-POWER มาแล้วแต่มันกลับสร้างความประทับใจให้เราไม่หยุดไม่หย่อนเกินความคาดหวังไปมาก เราเริ่มกันจากถนนที่การจราจรหนาแน่นจึงเปิดฉากด้วยการใช้โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันและลดทอนการทำงานของเครื่องยนต์เราอยากบอกว่า สำหรับโหมดนี้แล้วเมื่อวางเท้าบนแป้นคันเร่งกดตามแรงที่ส่งไปมันแสดงออกมาให้รู้เลยว่านี่ไม่ใช่รถแต่เป็นสล็อต ซึ่งแน่นอนว่ารถมันหน่วงและหนืดแบบชัดเจนมากหลายคนอาจจะสับสนได้ถ้าหากขับแล้วไม่ได้ดูว่ากำลังอยู่ในโหมดไหนด้วยสมองกลไกของระบบนี้มันจะยื้อคันเร่งไว้สั่งให้ลดการใช้ไฟฟ้าเพราะฉะนั้นต้องออกแรงกดให้ลึกกว่าเดิมรถถึงจะพุ่งทะยานออกไปตามแรง ความพิเศษของโหมดนี้คือการเปิดระบบ One Pedal ให้อัตโนมัติ

                ความเจ๋งของ Kicks e-POWER อยู่ตรง One Pedal นี่แหละเพราะมันคือแป้นคันเร่งที่สุดแสนจะอัจฉริยะช่วยเร่งหรือชะลอความเร็วโดยใช้เพียงเท้าขวาข้างเดียวไม่ต้องสลับยกเท้าขึ้นไปมาให้เมื่อยล้ากล้ามเนื้อ เราจะรู้สึกถึงความหน่วงได้เลยเมื่อทำการถอนเท้าออกจากคันเร่งและมีแรงหน่วงที่พอเหมาะสมบนจราจรแน่นหนาแบบกรุงเทพมหานคร หากเป็นมือใหม่หัดเล่นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอาจจะใช้ยากนิดหน่อยแต่สักพักก็จะปรับตัวและหลงรักระบบนี้ไปในที่สุด

                หลังจากหลงอยู่ในวังวนจราจรติดขัดไปชั่วครู่หนึ่งเรามุ่งหน้าสู่เส้น By Pass แห่งหนึ่งด้วยถนนและระยะทางที่ยาวไกลจึงทำให้เราได้กลับเข้าสู่โหมด Normal ลองเหยียบไปอาจจะมีชะงักงงเล็กน้อยแต่หลังจากนั้นเจ้ารถคันนี้โชว์พลังออกมาสุดความสามารถนำกำลังทั้งหมดที่มีขับเคลื่อนรถไปตามคันเร่งพร้อมกับแรงดึงที่อยากจะปรบมือให้เครื่องยนต์เงียบกริบและได้ลองจับเวลาที่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ปรากฏอยู่ราว 9 วินาทีต้น ๆ แต่ก็ไม่ถือว่าน้อยหน้าไปกว่าคู่แข่งในคลาสเดียวกันอย่าง Toyota C-HR หรือ Mazda CX-30 สักเท่าไหร่

                การขับขี่ของ Nissan Kicks e-POWER จะมีอยู่ด้วยกัน 3 โหมด ซึ่งทางเราได้ลองใช้ไปแล้ว 2 โหมดจนมาถึงคิวสุดท้ายอย่าง S Mode หรือ Smart Mode นั่นเอง ไม่รอช้าเรารีบกดใช้จะได้รู้ว่าเขามีมาให้เพื่ออะไรเหยียบไปได้ไม่นานพอถึงจังหวะที่ต้องชะลอตัวตอนมีแยกไฟแดงจากสัญชาตญาณเราต้องยกเท้าเปลี่ยนแป้นและมันทำให้เราจับสังเกตได้เลยว่า โหมดนี้มันทำงานแบบลูกผสมระหว่าง Normal กับ Eco คันเร่งเบาตอบสนองดีพร้อมเปิดโหมด One Pedal ให้อัตโนมัติเช่นกัน ระหว่าง Smart กับ Normal นั้นความรู้สึกไม่ได้ต่างกันมากแต่จะต่างกันตอนจังหวะชะลอความเร็ว Smart ให้ความหน่วงมากกว่าฟีลลิ่งแบบ Engine brake มันดีมากเมื่อสไลด์เข้าโค้ง

                ความเรียบง่ายของรถยนต์ประเภทนี้ค่อนข้างมีเสน่ห์ห้องเครื่องไม่เสียงดังโวยวาย ตลอดการทดสอบเครื่องยนต์จะสลับการทำงานกันอยู่ตลอดและเราจะบอกอีกจุดที่สายเหยียบควรต้องระวังหากคุณเป็นคนชอบอัดความเร็วมากเท่าไหร่เครื่องยนต์ยิ่งต้องทำงานรอบสูงเพื่อรีบเร่งปั่นกำลังไฟเราจะได้ยินเสียงคำรามจากห้องเครื่องก็ตอนนี้แหละมันค่อนข้างดังและที่สำคัญคือกระหายน้ำมันแน่นอน

การควบคุมที่เหนือความคาดหมาย

                เส้นทางที่เราใช้ทดสอบไม่ได้มีเพียงแค่ทางตรงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะเราจะไม่สามารถจับอาการของรถได้เลยว่า ช่วงล่างดีมากน้อยเพียงใดพอจะวัดกับคู่แข่งทางการตลาดได้หรือเปล่า ทางโค้งต่าง ๆ ที่เราต้องสไลด์รถตามไป ครั้งนี้ Nissan Kicks e-POWER ชวนให้งงอีกครั้งกับความประทับในอีกหนึ่งระดับช่วงล่างยังไม่ถึงกับนุ่มขนาดนั้นแต่ไม่แข็งกระด้างก็แล้วกัน การตอบสนองระหว่างพวงมาลัยกับช่วงล่างรับส่งกันได้ดีแถมเกาะถนนและรักษาเสถียรภาพการทรงตัวได้ดีอีกเช่นกัน

                กดโหมด Normal แล้วเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงรถค่อนข้างเกาะถนนได้ดีพอสมควรตัวถังไม่โยนผู้ขับขี่และผู้โดยสารเกินไปสำหรับอาการหน้ารถกับท้ายรถที่ไม่ค่อยรับส่งกันดีเท่าไหร่ถูกปรับจูนให้แสดงอาการน้อยที่สุดจึงทำให้ง่ายขึ้นต่อการควบคุมทิศทางรถไม่ว่าจะโค้งมุมแคบหรือโค้งต่อเนื่องหักซ้ายทีขวาทีก็ยังตอบสนองได้คมอยู่เหมือนกัน

                การควบคุมพวงมาลัยมือจับกระชับมากขึ้นจากการปรับเซ็ตให้มีน้ำหนักเหมาะสมหากวิ่งด้วยความเร็วต่ำนั้นจะเบาและหมุนควงง่ายแต่ถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูง ๆ  แน่นอนว่ามันจะมีสะบัดสั่นสู้มือกันบ้างเพื่อเพิ่มน้ำหนักให้มีความมั่นคงระยะฟรีกำลังพอดีลดการเกินอุบัติเหตุ ถึงแม้การตอบสนองขณะที่หักหวงมาลัยมันจะไม่ได้เร็วสู้รถสปอร์ตแต่ก็ไม่เอื่อยเฉื่อยเกินไป

                สำหรับการตอบสนองของเบรกค่อนข้างมีความนุ่มนวลรวมถึงระยะฟรีที่เหมาะสมเหยียบแล้วไม่กระชาก หัวไม่ทิ่ม ส่งแรงต้านเท้าได้เป็นอย่างดีทำให้การควบคุมน้ำหนักนั้นง่ายขึ้น

หน้าตาล้ำสมัย

                การออกแบบของ Nissan Kicks e-POWER มีความลงตัวและภายนอกบ่งบอกอนาคตที่กำลังจะมาถึงมองยังไงก็ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่กำลังมองหารถสักคันเน้นเทคโนโลยีเป็นหลักรวมถึงการใช้งานจริงอย่างลงตัว ตัวถังถูกออกแบบใหม่ให้มีความกว้างและยาวขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่มากจนเปลี่ยนไปเลยด้วยขนาดตัวถังที่ยาว 4,290 มม. กว้าง 1,760 มม. สูง 1,615 มม. ระยะฐานล้อ 2,615 มม. น้ำหนัก 1,350 กก. ความจุของถังน้ำมันอยู่ที่ 41 ลิตร

                เอกลักษณ์เฉพาะตัวกับกระจังหน้าแบบ V-Motion ไฟหน้า LED แบบบูมเมอแรง LED Signature Light ติดตั้งไฟ LED Daytime Running Light สำหรับส่องกลางวัน ไฟท้ายรถเช่นเดียวกับด้านหน้าแบบบูมเมอแรงและ LED เช่นเดียวกัน ไม่เพียงแค่นี้มาที่ด้านบนหลังคาออกแบบมาให้มีความลอยตัวและดึงดูดสายตามากขึ้น เสาหลังคาด้านหลังถูกพรางสายตาด้วยการใช้สีดำผสานเข้ากับกระจกประตูท้าย

หลังพวงมาลัย

                จากภายนอกสู่ภายในไม่ได้ให้ความรู้สึกต่างกันมากนักเรียบง่ายจากการวางปุ่มหรือหน้าตาคันเกียร์ที่ดูยังไงก็เหมาะกับเป็นรถสัญชาติญี่ปุ่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นทรงสปอร์ตฐานตัดผิวสัมผัสนุ่มและขนาดกระชับมือ ด้านหลังเป็นหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ต่าง ๆ แบบดิจิตอล TFT ขนาด 7 นิ้ว

                ภายในใส่ลูกเล่นด้วยการใช้สีทูโทนดำ-ส้ม ตั้งแต่แดชบอร์ดไปจนถึงเบาะ สำหรับบริเวณแดชบอร์ดนั้นเป็นลวดลายเส้นของแนวปีกเครื่องร่อนที่ทันสมัยและเน้นความเรียบง่ายติดตั้งหน้าจอระบบสาระบันเทิงแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อม Nissan Connect รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay เพลิดเพลินกับเสียงคุณภาพด้วยลำโพง 6 ตำแหน่ง รวมถึงเบาะนั่งขนาดใหญ่แต่อาจจะยังไม่โอบและรองรับสรีระผู้โดยสารมากเท่าไหร่

สรุปความน่าใช้

            Nissan Kicks e-POWER เป็นรถยนต์คุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีคันหนึ่งประหยัดน้ำมันเพราะเป็นการขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้า วัยรุ่นขับได้ผู้ใหญ่ก็ขับดีเหมาะสมกับการใช้งานที่เน้นความเรียบง่าย หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดรถยนต์ประเภทเดียวกันอย่าง Toyota C-HR หรือ Mazda CX-30 ช่วงล่างอาจจะเป็นรองเพื่อน ๆ อยู่ แต่ในสองคันนั้นก็ยังคงสู้เรื่องอัตราสิ้นเปลืองของ Nissan Kicks e-POWER ไม่ได้อยู่ดี เข้าโค้งดี อัตราเร่งทำได้ค่อนข้างประทับใจรวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงกว่า Toyota C-HR รุ่นท็อป แม้จะไม่ใช่เครื่องยนต์ทรงพลังอัดแน่นไปด้วยสมรรถนะขนาดนั้น เชื่อว่ามันเรียบง่ายและจะตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคที่เน้นการใช้งานด้านเทคโนโลยีได้ไม่ใช่น้อย

เมื่อลองเทียบกับค่ายอื่นที่เป็นคู่แข่งอยู่ในขณะนี้อย่าง Mazda CX-30 หรือ Toyota C-HR ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกันของตัวท็อปในแต่ละรุ่น

  • Toyota C-HR 1,159,000 บาท
  • Mazda CX-30 1,199,000 บาท 
  • Nissan Kicks e-Power 1,049,000 บาท

Related Gallery


การให้คะแนน

Driving
75%
Engine & Trans
80%
Fuel Consumption
85%
Practicality
80%
Price and Features
75%
Design
85%
Saftey
85%
Summary

ขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากมอเตอร์ไฟฟ้าจริง 100% ไม่มีจกตา ชนะเลิศเรื่องของความประหยัดและรูปลักษณ์ที่ลงตัวกับยุคแห่งเทคโนโลยี

Top