For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Honda City Hatchback 1.0 Turbo RS ขับง่าย เหยียบเพลิน โดนใจวัยโจ๋

4 / 5

Overview Of Car

แฮทช์แบ็กใหม่จากฮอนด้า ภายในกว้างขวางการใช้งานสุดอเนกประสงค์ ภายนอกหล่อเหลาหุ่นเฟิร์มกำลังดี ขับสนุกวัยรุ่นชอบแน่นอน ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท

Body Style:Hatchback
Description:รถยนต์นั่งขนาดเล็ก 5 ประตู
Engine:เบนซิน 1.0 เทอร์โบ
Fuel Consumption:23.3 กม./ลิตร (ประมาณ)
Fuel Type:เบนซิน
Make:Honda
Max Power:122 แรงม้า
Max Torque:173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที
Model:Honda City Hatchback 1.0 Turbo RS
Price Guide:749,000 บาท
Release Date:18 ธันวาคม 2563
0-100 km/h:11.6 วินาที
Transmission:อัตโนมัติ E-CVT
Like

จุดเด่น

  • ใช้งานอเนกประสงค์
  • เบาะใช้งานได้หลากหลาย
  • ขับสนุก แซงมันส์ ลุยดี
  • นั่งสบายขึ้น
  • พวงมาลัยน้ำหนักพอเหมาะ หักเลี้ยวเฉียบคม
  • ระบบความปลอดภัยค่อนข้างครบ
Dislike

จุดด้อย

  • ขับสนุกจริงแต่ยังไม่คล่องตัวมากขณะเข้าโค้ง
  • หน้าปัดแสดงข้อมูลค่อนข้างล้าสมัย
  • คันเร่งตอบสนองช้า
  • ภายนอกยังคงดีไซน์เดิม ๆ 

สัมผัสแรกหลังจากได้แค่มองเจ้า ซิตี้ ซีดานที่ดันตัวเองให้สง่าน่ามองมากขึ้นจากท้ายรถที่เพิ่มประตูที่ 5 ช่วงล่างเฟิร์มแข็ง เข้าโค้งสวย ซิกเนเจอร์เรื่องของการขับสนุกยังคงอยู่ในดีเอ็นเอ ภายในกว้างขึ้นเบาะพับได้ 4 โหมด สร้างพื้นที่ใช้สอย ภายนอกแต่งด้วยชุดสปอร์ต RS และยังติดตั้ง Honda CONNECT ความปลอดภัยจัดเต็ม

                หลังจากมีการเปิดตัวฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ได้รับเสียงฮือฮากลับมาไม่น้อยด้วยความที่เป็นครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้แถมยังถูกเปิดตัวในประเทศไทยเราเองอีกนอกจากจะกลับมาในฐานะกลุ่มซิตี้ คาร์ แล้วยังแบ่งแยกหน้าตาคาแรคเตอร์เป็นแฝดคนละฝางานนี้สปอร์ตไลท์ส่องลงมาอย่างชัดเจนจากล้านสายตาของทั้งแฟน ๆ วงการรถยนต์หรือคนที่กำลังสนใจมองหารถสักคันเพื่อนำมาเป็นรถคันแรก

                หลายคนสงสัย หลายคนได้ยินข่าวลือข่าวรั่วไหลมาว่า Honda City Hatchback ตัวนี้จะมาเป็นตัวแทน Jazz หรือเปล่าด้วยมิติถัง ฐานล้อ ทรวดทรง ที่กว้างกว่าใหญ่กว่า แถมยังมีคำถามเกี่ยวกับการเลิกผลิตหรือปลดระวางจากตลาดด้วยเลยไหม ? ในส่วนหลังนี้ยังพอมีคำตอบยืนยันจากทางผู้บริหารโดยตรงเลยว่า ยังยืนยันที่จะวางจำหน่ายอยู่แถมยอดขายกลับสวนกระแสเอาดื้อ ๆ หลังจากฮอนด้าเปิดตัวซิตี้ แฮทช์แบ็กไป แจ๊ซกลับว่ายน้ำทวนมัดใจผู้บริโภคไว้ได้เฉย แต่สำหรับคำถามในช่วงแรกเราจะมาช่วยไขข้อสงสัยกัน เพราะทางฮอนด้าได้จัดทริปยกทัพสื่อมวลชนร่วมเดินทางทดสอบสมรรถนะพิสูจน์ตัวตนของกลุ่มซิตี้ คาร์ ใหม่นี้

                ซึ่งสำหรับทริปในครั้งนี้มีการเปลี่ยนแผนกะทันหันนิดหน่อยเริ่มแรกจากการเดินทางกรุงเทพมหานครสู่เชียงรายเป็นอันต้องพับเก็บไปกลายมาเป็นกรุงเทพมหานครสู่เขาใหญ่กันแทนด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ที่ถูกตรวจพบในจังหวังเชียงรายเอาซะก่อน แต่ไม่เป็นไรไม่ว่าเส้นทางไหนเราลุยกันอย่างเต็มที่อยู่แล้วด้วยระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เหมาะกับการเป็นทดสอบอย่างยิ่งด้วยความที่ระหว่างทางต้องเจอกับรถบรรทุกเอย ถนนไม่เรียบเอย หลังเต่าเอย การหักหลบ เข้าโค้งต่าง ๆ แต่เราเชื่อว่า Honda City Hatchback 1.0 RS Turbo จะดึงศักยภาพออกมาโชว์เราได้อย่างเต็มที่ได้เหมือนกัน

มิติถังและความแตกต่าง

                ในส่วนนี้เราจะมาไขข้อข้องใจเรื่องของการมาแทนที่ระหว่าง Honda City Hatchback กับ Honda Jazz ซึ่งหากเปรียบเทียบจากภายนอกแล้วนั้นตัวถังของ Honda City Hatchback จะมีความยาวขึ้นกว่า 1 ฟุตหรือ 314 มิลลิเมตร ด้านกว้างก็กว้างขึ้น 53 มิลลิเมตร ฐานล้อมีความยาวกว่ากันอยู่ 59 มิลลิเมตร พอลองมามองที่ขนาดความเตี้ยสูงดูบ้างจะพบว่า Honda City Hatchback มีความน้องน้อยเตี้ยกว่า Honda Jazz 37 มิลลิเมตร รวมถึงน้ำหนักตัวที่ Jazz จะมีความเพรียวที่ 1,086 กิโลกรัม เบากว่า City Hatchback ถึง 93 กิโลกรัมตามขนาดตัวรถเลย

สมรรถนะและการขับขี่

            การขับเคลื่อนยังคงยกมาจากซีดานอยู่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 เทอร์โบ 3 สูบ รหัส P10A6 DOHC 12 วาล์ว 988 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharger ของ Borg-Warner ทั้งหมดนี้ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้า  ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ยังดีที่มีการติดตั้ง Paddle Shift มาให้กับรุ่น RS ใส่ความสปอร์ตให้เกือบเต็มตัวอยู่เหมือนกัน รองรับเชื้อเพลิง E20 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ CO2 ต่ำเพียง 100 กรัมต่อกิโลเมตร เพิ่มขึ้นมาจากตัวซีดาน 1 กรัม

                หลายคนมองว่าฮอนด้าทำรถมาให้วัยรุ่นขับ ซึ่งนั่นก็จริงเพราะถ้าเน้นขับสนุกถึงใจก็ต้องยกให้เขาแหละแต่การตอบสนองนั้นอาจจะงง ๆ นิดหน่อย จะบอกว่าช้าเหมือนสล็อตก็เกินไปต้องเทียบว่าเป็นการรู้ตัวช้ามากกว่าด้วยการลองกดคันเร่งออกตัวในโหมดเกียร์ D ความเร็วที่ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนั้น ทำตัวเลขไกลไปหน่อยอยู่ที่ 11.6 วินาที 

                ช่วงออกตัวตรง ๆ อาจจะอืดแค่ในตอนแรกไปหน่อยแต่พอมาทำอัตราเร่งในช่วงของการแซง ตบเข่าฉาดเลย มันส์เหลือหลายยิ่งเหยียบยิ่งขึ้นไม่อืด ไม่แผ่ว ทะยานขึ้นเรื่อย ๆ 140 ไม่มีผล ยิ่งทางถนนโล่ง ๆ 180-190 พี่แกก็แตะมาแล้วแต่พลังที่เหลือล้นของมันกลับไม่สมดุลกับช่วงล่างและช่วงเบรกสักเท่าไหร่และอีกหนึ่งเรื่องดี ๆ ที่รถทุกคันควรมีคือ เมื่อวิ่งอยู่บนความเร็วสูงรถไม่สั่นไม่ส่ายสะบัดทรงตัวได้ดี ข้อนี้แฮทช์แบ็กผ่านฉลุย

                ในส่วนของช่วงล่างนั้นด้านหน้าและด้านหลังเขาติดตั้งมาไม่เหมือนกัน ซึ่งด้านหน้าจะเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังเป็นแบบคานบิด ทอร์ชั่นบีมธรรมดา จากการเปิดตัวของ City ที่ผ่านมาในปี 2019 นี้ ฮอนด้าได้ทำการลดแรงเสียดทานการทำงานของระบบช่วงล่างลงเพื่อลดเสียงรบกวนด้านหน้าจากเดิม 50% มีการใช้ยางแท่นเครื่อง Resin แบบใหม่ ที่ช่วยลดความสะเทือนจากการทำงานของเครื่องยนต์ คราวนี้มันกลายเป็นด้านหน้านุ่มนวลบนความเร็วสูงหรือการผ่านเนินหลังเต่าแต่ด้านหลังอาจจะถูกโยนตัวไปบ้างนิดหน่อยเพราะยังไม่ได้ถูกปรับจูนสักเท่าไหร่รวมถึงฮอนด้านที่เขาติดตั้งแผ่นซับเสียงมาให้อีกระดับนึงแต่เสียงจากลมตีเข้ามายิ่งขับแรงยิ่งดังแต่จะได้ยินก็ต่อเมื่อเราเหยียบความเร็วไปเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนะ ไม่ใช่จู่ ๆ ขับช้า ๆ ก็ได้ยิน

                ฮอนด้าติดตั้งเบรกมาให้กับรุ่นแฮทช์แบ็กเหมือนรุ่นซีดาน 1.0 ด้านหน้าติดตั้งดิสก์เบรก มีร่องระบายความร้อนขอบจาน ส่วนด้านหลัง เป็นดรัมเบรก ถึงอย่างไรก็ตามซิตี้ คาร์ ใหม่ ทุกคันนี้ได้มอบระบบเบรก ABS/EBD ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและควบคุมการหมุนฟรีของล้อ (VSA) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และระบบกระพริบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกอย่างรุนแรงมาช่วยในเรื่องการขับขี่ ซึ่งมันหักลบกันได้และเบรกที่บอกว่ายังไม่สมดุลก็เหมือนถูกลืมไปเลย

                มาพูดถึงการควบคุมทิศทางต่าง ๆ บ้าง ไม่ไวเกินไปแต่กลับตอบสนองได้ดีและเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูงมันจะหน่วงด้วยน้ำหนักที่พอดีกับมือเรา คล่องตัวอยู่ทุกการเข้าโค้ง เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา มุดแซงต่าง ๆ ทำได้เฉียบคมอยู่พอสมควรแต่อย่าเผลอไปกดคันเร่งเข้าโค้งด้วยความแรงล่ะ มันก็คงรับน้ำหนักเบี่ยงตัวได้ไม่ดีเท่าไหร่นักด้วยตัวถังและการเซ็ตอัพปรับจูนของวิศวกรที่เน้นการใช้งานด้านความอเนกประสงค์ประเภทครอบครัวมากกว่า

หลังพวงมาลัย

                สำหรับการออกแบบภายในของ Honda City Hatchback นั้นอยู่ภายใต้แนวคิด “Amtitious Beauty” เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และสวยประณีตทุกขั้นตอนไว้เป็นหลัก ใช้เส้นสายในแนวนอนเพื่อเพิ่มความรู้สึกโปร่งไม่รกตามากขึ้นขณะขับขี่หรือโดยสาร แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุแบบ Piano Black แอบผสมวัสดุที่มีพื้นที่สัมผัสนุ่มเข้ามาบ้าง

                ภายในกว้างอยู่พอสมควรคุมโทนการใข้สีดำและเสริมความสปอร์ตมากขึ้นด้วยการใช้เบาะหนังกลับสีดำและตกแต่งด้วยการเดินแถวสีแดงส่วนนี้จะมีเฉพาะในรุ่น RS เท่านั้น พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นควบคุมการทำงานต่าง ๆ อย่างการรับโทรศัพท์หรือด้านความบันเทิงผ่านพวงมาลัยได้เลย เบรกมือไม่ได้ติดตั้งแบบไฟฟ้าแต่เป็นการดึงทั่ว ๆ ไปตามประสารถสมัยก่อน

                มาดูด้านความบันเทิงกันบ้างแฮทช์แบ็กมีการติดตั้งช่องเชื่อมต่อ USB ที่บริเวณคอนโซลกลางห้องโดยสารด้านหน้าพร้อมกับช่องจ่ายไฟสำรองอีกหนึ่งช่อง ช่องชาร์จไฟ 12V 2 ตำแหน่ง สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง หน้าจออินโฟเทนเมนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว และรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay/Android Auto สั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri ได้แล้ว หน้าจอแสงข้อมูลมาตรวัดต่าง ๆ  อาจจะยังล้าหลังไปอีกนิดไม่ตอบโจทย์วัยรุ่นสักเท่าไหร่ 

               มีการติดตั้งระบบ Honda CONNECT ที่สามารถสั่งการล็อค-ปลดล็อค เครื่องยนต์ หรือจะสั่งสตาร์ทเครื่องยนต์อีกก็ยังได้ แถมยัง Find my car ได้อีกด้วยนะ

                จุดเด่นของรุ่นนี้คือการติดตั้งเบาะอัลตร้า ชีท (ULTR) ที่สามารถพับได้แบบ 60:40 ไม่เพียงแค่นี้ยังสามารถปรับได้อีก 4 โหมด 1. Utility Mode ซึ่งโหมดนี้จะเป็นการปรับพับเบาะด้านหลังเพื่อเพิ่มที่เก็บของบริเวณด้านหลังตั้งแต่ห้องจุสัมภาระมาจนถึงห้องโดยสารได้เลย 2. Long Mode เบาะด้านหน้าและด้านหลังสามารถปรับพับเพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาวได้เช่นกัน 3. Tall Mode สำหรับโหมดนี้ค่อนข้างดีหน่อยด้วยความที่มันสามารถยกสูงได้เพื่อวางของที่มีความสูงจนถึงหลังคาได้เลย 4. Refresh Mode เพิ่มพื้นที่ผ่อนคลายด้วยการพับเบาะหน้าเป็นแนวราบเชื่อมกับเบาะหลังตรงห้องผู้โดยสารได้เลย ความพิเศษมันอยู่ที่ตรงนี้แหละการปรับใช้งานก็ง่ายเพราะบริเวณเบาะจะติดตั้งแท่นสำหรับดึงไม่ต้องออกแรงมากเลย

                ขอกล่าวเสริมถึงบริเวณห้องจุสัมภาระที่เป็นจุดขายอีกนิดหนึ่งด้วยความที่แฮทช์แบ็กมันถูกตัดส่วนด้านท้ายให้สั้นลงทำให้ความจุบริเวณด้านหลังทำได้เพียง 288 ลิตร แต่มันยังดีตรงที่การพับเบาะนั้นค่อนข้างอิสระและทำให้จุสัมภาระได้เยอะขึ้นเป็น 820 ลิตร

ภายนอก

                มองเผิน ๆ มันก็แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยโดยเฉพาะหน้าตาด้านหน้าของรถถ้าไม่เห็นว่าด้านหลังมีประตูที่ 5 เพิ่มเข้ามาอาจจะยังแยกไม่ออก แน่นอนว่าสำหรับรุ่น RS นั้นต้องถูกตกแต่งด้วยชุดสปอร์ต RS รอบคัน เริ่มด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมติดสัญลักษณ์ RS ที่กระจังหน้าและฝากระโปรงหลังเช่นกัน ไฟทั้งชุดติดตั้งมาเป็นแบบ LED รวมถึงไฟส่องกลางวัน DayLight กระจกมองข้างฉีกกฎด้วยการใช้สีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว บวกกับล้ออัลลอยสปอร์ต 16 นิ้ว

ระบบความปลอดภัยที่ฮอนด้ามอบให้

  • ระบบสัญญาณกันขโมย
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง 2 ตำแหน่ง
  • ม่านถุงลมนิรภัย 2 ตำแหน่ง
  • ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า
  • ระบบล็อกประตูรถอัตโนมัติ Auto Door Lock by Speed
  • ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer
  • กล้องมองภาพขณะถอยจอด ปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน ESS

สรุปความน่าใช้

            เรื่องของการขับสนุกนั้นถือว่าไม่ด้อยไปกว่าใคร สำหรับเรื่องเสียงรบกวนต่าง ๆ เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อคุณกดคันเร่งบนความเร็วสูง ยิ่งแซงยิ่งเหยียบและยังสบายอยู่ก็แทบไม่ต้องคิดอะไรมากอีกอย่างมันคือรถใช้งานอเนกประสงค์พื้นที่ใช้สอยโอเค ประโยชน์ของเบาะที่สามารถพับปรับได้หลายตำแหน่ง จะติดก็ตรงคันเร่งนิดหน่อยที่เรากดแล้วมันค่อนข้างที่จะตอบสนองช้าไปนิดนึงแต่หลังจากนั้นถือว่าผ่าน ถ้าพูดถึงเรื่องดีไซน์นั้นอาจจะยังเฉย ๆ อยู่บ้างด้วยความที่มันยกมาจากตัวซีดานบวกกับหน้าปัดที่ยังตามเพื่อนไม่ทันอยู่

            และถ้าแข่งในตระกูลเดียวกันแล้วอาจจะยังเป็นน้อง ๆ เขาอยู่บ้างด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างความนุ่มนวล ความเรียบหรูหรือภายในที่ออปชั่นค่อนข้างใหม่กว่า แต่เมื่อเทียบกับแจ๊ซแล้วถือว่าทำได้ดีสำหรับการเข้ามาแทรกแทนที่ ทั้งนี้ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความชอบและการใช้งานของแต่ละคนออกไปด้วย

Honda City Hatchback                  

  • 1.0 TURBO S+  599,000 บาท
  • 1.0 TURBO SV 675,000 บาท
  • 1.0 TURBO RS 749,000 บาท

Toyota Yaris

  • 1.2 Entry 549,000 บาท
  • 1.2 Sport 609,000 บาท
  • 1.2 Sport Premium 679,000 บาท

Mazda 2

      เบนซิน 1.3 Skyactiv-G

  • 1.3 E Sports ราคา 546,000 บาท
  • 1.3 C Sports ราคา 602,000 บาท
  • 1.3 S Sports ราคา 627,000 บาท
  • 1.3 S Sports Leather ราคา 648,000 บาท
  • 1.3 SP Sports ราคา 690,000 บาท

      ดีเซล 1.5 เทอร์โบ Skyactiv-D

  • 1.5 TURBO XD Sports ราคา 782,000 บาท
  • 1.5 TURBO XLD Sports ราคา 799,000 บาท

Related Gallery


80

Driving
90%
Engine & Trans
80%
Fuel Consumption
85%
Practicality
80%
Price and Features
80%
Design
70%
Saftey
80%
Summary

Honda City Hatchback 1.0 Turbo RS ตัวนี้ขับสนุกจริง แซงมันส์ ยิ่งเหยียบยิ่งเพลินมีการปรับช่วงล่างให้เฟิร์มกระชับขึ้นรวมถึงระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุม

Top