For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
NEW MG HS PHEV ยกระดับ SUV ให้เป็นเทคโนโลยี Plug-in Hybrid

NEW MG HS PHEV ยกระดับ SUV ให้เป็นเทคโนโลยี Plug-in Hybrid

เอ็มจี เปิดตัว ‘NEW MG HS PHEV’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ประเภท SUV สะท้อนทุกความเหนือระดับ ไลฟ์สไตล์ความหรูหรา ผสานสุดยอดพลังการขับเคลื่อนเสริมสมรรถนะทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

     การเปิดตัวในครั้งนี้มาพร้อมกับแนวคิดREFINEMENT” พร้อมขับเคลื่อนทุกคุณค่าของชีวิต พัฒนาปรับเสริมเติมแต่งกันมาอย่างต่อเนื่องให้เป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภคมากขึ้นโดยยึดมั่นใน 3 องค์ประกอบหลักสำคัญ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology) แฟชั่น (Fashion) และความคุ้มค่า (Value for money) พร้อมยกระดับบริการอยู่ตลอดเวลา

ขุมพลังการขับเคลื่อนที่สมบูรณ์แบบ

     NEW MG HS PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ให้พละกำลังสูงสุด 284 แรงม้า แรงบิด 480 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถทำงานสลับกับเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มอบกำลังแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 230 นิวตันเมตร

     ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ EDU II – 10 สปีดใช้เวลาเปลี่ยนเกียร์เพียง 0.2 วินาทีรวดเร็วทันใจ ทำอัตราเร่ง  0-100 ภายในเวลา 7.5 วินาที สามารถปรับโหมดการขับขี่ได้ถึง 5 โหมด Normal, Eco, EV และโหมด Sport เสริมด้วยปุ่ม Super Sport

     พร้อมแบตเตอรี่ Lithium-Ion แบบ โมดูล 16.6 kWh ที่มีการใช้งานและสะสมพลังงานให้ทำระยะทางได้ไกลขึ้นสามารถขับขี่ด้วย EV Mode เพียงอย่างเดียวถึง 67 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง มีการใช้ Hairpin Design ที่มอเตอร์สามารถดึงสมรรถนะของการส่งกำลังและลดอัตราการสูญเสียพลังงานได้และมีการระบายความร้อนแบบ Coolant

การทำงาน

     ระบบ KERS (Kinetic Energy Recovery System) ที่สามารถชาร์จพลังงาน ในระหว่างการขับขี่กลับเข้าแบตเตอรี่ มี 3 ระดับการชาร์จพลังงานกลับให้เลือกและด้วยเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ทำให้มีอัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดอยู่ที่  65 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 36 กรัมต่อกิโลเมตร

     เพิ่มการขับขี่ให้นุ่มนวลขึ้นด้วยระบบกันสะเทือนของช่วงล่างแบบ Euro Tuning Suspension เสริมด้วยระบบช่วงล่างหน้าแบบ MacPherson Strut และช่วงล่างหลังแบบ Multi-link ที่มาพร้อมเหล็กกันโคลงทั้งด้านหน้าและด้านหลังพร้อมลุยทุกท้องถนน

สไตล์ที่โดดเด่น

     นำดีไซน์จากรถยนต์ MG HS มาผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัวด้วยเส้นสายตัวถังที่โค้งมน ในรูปแบบ British Shoulder Line กระจังหน้าแบบ Stellar Magnetic Field

     ไฟหน้า LED Projector พร้อมระบบเปิดปิดไฟสูงอัตโนมัติ ไฟสำหรับขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้าย LED Space Light Field ที่มีความโฉบเฉี่ยวและไฟเลี้ยวแบบ Sequential ที่แสดงผลแบบไล่ระดับทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมล้ออัลลอยด์ดีไซน์ใหม่ในสไตล์ Thunder Wing Blade ขนาด 18 นิ้ว

ภายในให้ความผ่อนคลาย

     ตกแต่งห้องโดยสารภายในด้วยสี 2-Tone Monaco Blue ด้วย วัสดุ Soft Touch เบาะหนังคู่หน้าแบบ Sport Bucket Seat ตกแต่งด้วยวัสดุ Alcantara เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยด้านหน้าปรับไฟฟ้า ทิศทาง

     เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยNVH Luxury Silence Space เพิ่มฟิล์มกันเสียงและแผ่นซับเสียงภายในห้องโดยสารที่จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกพร้อมหลังคาซันรูฟที่เปิดกว้างแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) บนพื้นที่เกือบ 90%

     จอแสดงผลอัจฉริยะ Full Virtual Dashboard ขนาด 12 นิ้ว จอควบคุมกลางแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว ระบบเสียง BOSE 8.1 Sound System สามารถปรับเฉดสีได้มากถึง 64 เฉดสีกับ Interactive Ambient Light

     ติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกฝั่ง Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ ระบบกรองอากาศ PM 2.5 ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Key พร้อมปุ่ม Push Start และฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้า

สุดยอดเทคโนโลยี

ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ iSMART ด้วย AI ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น

  • Smart Command สามารถสั่งการระบบผ่านคำสั่งเสียงภาษาไทยหรือควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนเพิ่มความปลอดภัยด้วย Emergency Call โทรหาคนสำคัญอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉินเมื่อถุงลมนิรภัยทำงาน
  • Smart Connect ช่องทางออนไลน์เลือกฟังเพลงได้ทั้งรูปแบบออนไลน์และสตรีมมิ่ง ระบบค้นหาร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว พร้อมนำทางและรายงานการจราจรแบบ Real Time
  • Smart Check สามารถตรวจสอบสถานะแบตเตอรี่และการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้า

ปลอดภัยรอบคันด้วยระบบระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System กว่า 25 ระบบ อาทิ ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา RDA (Rear Drive Assist) , ระบบเตือนและควบคุมให้รถอยู่ในเลน LAS (Lane Assist System) , ระบบที่ช่วยในการขับขี่ FDA (Front Drive Assist)

     นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยเพิ่ม จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Speed Sensing Door Lock) เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ ถุงลมนิรภัย จุด กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ มิติ (3D Around View Monitor) และระบบกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ MG

 

 

Top