For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
ขับเคลื่อนสังคมสู่ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้ “New Generation of Automotive” โดย MG

ขับเคลื่อนสังคมสู่ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้ “New Generation of Automotive” โดย MG

      การดำเนินงานนี้ถูกจัดขึ้นจาก “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV” โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งในปัจจุบันมียอดการขายรถยนต์เป็นจำนวนกว่า 1,200 คันในทั่วโลก จึงเกิดการพัฒนายานยนต์ต่างๆให้เป็น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle : HEV) ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV) รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) 

      สำหรับในประเทศไทยเราถือเป็นฐานการผลิตรถยนต์อยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก จึงจัดตั้งการประชุมครั้งที่ 1 ได้มีการเห็นชอบ แผน 30@30 โดยปี ค.ศ. 2030 จะผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ของการผลิตรถยนต์ในไทย ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้าโครงการมาตรการยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) โดยการนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี มาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมตลาดและการจัดการซากยานยนต์ให้มีระบบ ลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ เข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

      ในด้านโครงสร้างพื้นฐานได้รองรับการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยใช้อัตราค่าไฟฟ้าเพียง 2.63 บาท ต่อหน่วย จัดตั้งบนพื้นที่สาธารณะให้ตั้งภายในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางระยะไกล

      การสัมนา“New Generation of Automotive” โดยตัวแทนจากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจาก 

  • มร. จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปีนี้เอ็มจีได้เดินหน้าสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยการลงทุนติดตั้งจุดชาร์จในรูปแบบ DC โดยภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ จะมีจุดชาร์จจำนวน 100 แห่งในโชว์รูม ศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ และจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ เช่น ศูนย์การค้า ออฟฟิศ หมู่บ้าน ที่พักอาศัย

  • นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มองว่า เราต้องมีขีดความสามารถในการสร้างการรับรู้เรื่องนวัตกรรม ต่อยอดสู่การพัฒนาให้ได้ศึกษาเพื่อจะผันตัวเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า เราต้องปรับตัวให้ได้ ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Supply) และการขยายตลาด (Demand) ต้องดูเรื่องผู้ผลิต  ผู้ใช้งานมีความพร้อมหรือไม่ เราต้องคิดกลยุทธ์เพื่อให้เกิดการลงทุนที่มากขึ้น อาทิ การผลิตรถบัสพลังงานไฟฟ้า เพื่อการใช้งานขนส่งสาธารณะ ซึ่งถือเป็นจำนวนการผลิตที่ค่อนข้างสูง
  • นายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) รับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 74 จังหวัด ในปัจจุบันมีสถานี้อัดประจุไฟฟ้าทั้งหมด 11 แห่ง และยังมีแผนในการทำสถานีร่วมกับบางจาก เพิ่มอีก 62 จุด แบ่งเป็นสถานีปั๊มน้ำมันบางจาก 56 จุด และส่วนพื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีก 6 จุด 

  • นายพรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ครอบคลุมพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ในปัจจุบัน เรามีสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 จุด จำนวน 15 แท่นชาร์จ โดยมีแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพิ่มขึ้นอีก 118 จุด รวมเป็น 128 จุด ภายในปี พ.ศ. 2565

  • นายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ สนับสนุนให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมศึกษาวิจัยในด้านเทคโนโลยียานยนต์ พัฒนาบุคลากร ฝึกอบรม ศูนย์ทดสอบ ตามมาตรฐาน มอก. และตามมาตรฐานต่างประเทศ
  • ดร. ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะเป็นฝ่ายดูแล ควบคุมเรื่องแบตเตอรี่ผ่านขั้นตอนการทำ Lab Test ที่เป็นมาตรฐานบังคับ รวมไปถึงการนำ Cell Battery ที่มีโมดูล วงจรควบคุมแบตเตอรี่ (Battery Management System) และการระบายความร้อนของแบตเตอรี่

      จะเห็นได้ว่าภาครัฐได้ให้ความสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า เป็นส่วนที่จะลดมลภาวะทางอากาศในระยะยาว เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงนั้นปล่อยค่าไอเสียที่เยอะและทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก จึงถือเป็นการเร่งให้เกิดการพัฒนายานยนต์ให้เป็นทางเลือกใหม่ พร้อมออกกฏควบคุมมลพิษที่เกิดจากรถยนต์ 

Top