For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
[First Drive] Suzuki Swift GL Max Edition ขับสนุกเต็มแม็กซ์ คล่องตัว รูปหล่อหน้าใช้ยิ่งขึ้น

[First Drive] Suzuki Swift GL Max Edition ขับสนุกเต็มแม็กซ์ คล่องตัว รูปหล่อหน้าใช้ยิ่งขึ้น

          ซูซูกิก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในด้านรถขนาดเล็กจากความสำเร็จของ Swift และ Celerio รวมถึง Ciaz และ Ertiga ใครที่กำลังจดๆ จ้องๆ อยากได้รถเล็กคุณภาพดีสักคัน เชื่อว่าแบรนด์ซูซูกิน่าจะเป็นแบรนด์ในใจที่ลูกค้าจำนวนไม่น้อยนึกถึง หลังการปรากฏตัวของ Swift เจนฯ ล่าสุดเมื่อต้นปี 2561 แฮทช์แบ็กรุ่นนี้ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าจำนวนมากไม่ว่าจะเป็นรุ่นย่อยไหนก็ตาม และวันนี้ซูซูกิก็เข้าใจความต้องการของลูกค้าที่อาจจะมีงบจำกัดแต่ต้องการรถที่แต่งสวยแบบครบๆ จากโชว์รูม ดังนั้น Swift GL Max Edition รุ่นอัพเกรดจาก GL จึงถือกำเนิดขึ้น

            Swift GL Max Edition เป็นรุ่นตกแต่งพิเศษ นำเสนอตัวตนที่สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้นเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ไม่ชอบอะไรเดิมๆ ในเมื่อรถรุ่น GL มันดูเรียบโล้นเกินไปแต่รุ่นย่อยนี้กลับขายดีไม่แพ้รุ่น GLX ที่มีอุปกรณ์ครบกว่า อีกทั้งราคาค่าตัวก็เข้าถึงได้ง่าย และความสำเร็จที่ได้รับจาก Ciaz GL Plus ทั้งหมดเป็นแรงกระตุ้นให้ซูซูกิตัดสินใจส่ง Swift GL Max Edition ลงสู่สมรภูมิรถเล็กอีโค่คาร์

สปอร์ตเต็มแม็กซ์

            จุดเด่นที่เห็นได้ชัดของ Swift GL Max Edition ก็คือรูปลักษณ์หน้าตาภายนอกที่ได้รับการตกแต่งเพิ่มความหล่อเหลารอบคัน จากเดิมรุ่น GL ดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรเด่นมากนัก พอมาเป็น Swift GL Max Edition เลยดูน่าสนใจขึ้นเป็นกอง มองมุมไหนก็สปอร์ต ดูดีขึ้น

            ดีไซน์หน้ารถโดยรวมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนสำคัญ กันชนหน้า กระจังหน้า ไฟหน้า ฝากระโปรง ยังคงของเดิมไว้ สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือชุดสเกิร์ตล่างดีไซน์สปอร์ตที่มาพร้อมช่อง Air duct 2 แบบหลอกๆ 2 ช่อง แต่สวยลงตัวดีทีเดียว วัสดุของชิ้นสเกิร์ตนี้เป็นพลาสติกเนื้อดีที่ดูแข็งแรงแน่นหนาใช้ได้

            ชุดสเกิร์ตหน้าเชื่อมต่อเป็นส่วนเดียวกับคิ้วล้อพลาสติกสีดำ ทำให้รถดูมีมิติกว้างขึ้น สปอร์ตขึ้น คิ้วล้อตัวนี้ก็เชื่อมต่อกับชุดสเกิร์ตข้างอย่างแนบเนียน โดยสเกิร์ตข้างชิ้นนี้เสริมจุดเด่นด้วยแถบชิ้นส่วนสีเงินอะลูมิเนียมช่วยทำให้ดูสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเป็นสีดำล้วนๆ และส่งผลให้ภาพลักษณ์โดยรวมของรถดูดีขึ้นด้วย

            หันมามองท้ายรถ ไฟท้าย LED และกันชนท้าย ยังคงใช้ของเดิม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือสปอยเลอร์หลังคา จากเดิมรุ่น GL จะโล้นๆ ไม่มีอะไรเลย พอมีสปอยเลอร์เพิ่มเข้ามาทำให้รถดูสปอร์ตโฉบเฉี่ยวขึ้นแบบทันตาเห็น ชายล่างของกันชนท้ายก็มาพร้อมกับชุดสเกิร์ตดีไซน์สปอร์ตแบบซี่รังผึ้งพร้อมปลายท่อหลอกแบบ 4 ท่อ ช่วยทำให้ภาพลักษณ์โดยรวมของบั้นท้ายสวยดุดันขึ้นมากๆ

            เสริมความเด่นขึ้นอีกขั้นด้วยสติกเตอร์ลวดลายกราฟิก MAX EDITION รอบคันรถตั้งแต่บนฝากระโปรงหน้า ข้างรถ และประตูท้าย สวยหรือไม่อยู่ที่จะมองละกัน ปิดท้ายความเท่ด้วยเสาอากาศครีบฉลามแทนที่เสาอากาศสั้นแบบเดิม

            ความหล่อที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดนี้มาพร้อมกับราคาค่าตัวที่เพิ่มขึ้นจากรุ่น GL เพียงแค่ 5,000 บาทเท่านั้น (จาก 5.36 แสนบาท เป็น 5.41 แสนบาท) สีตัวถังมีให้เลือก 6 สีเหมือนเดิม ได้แก่ สีแดง Ablaze Red Pearl, สีเงิน Star Silver Metallic, สีขาว Pure White Pearl, สีน้ำเงิน Speedy Blue Metallic, สีเทา Mineral Grey Metallic และสีดำ Super Black Pearl โดยสีขาวมุกเพิ่ม 5,000 บาท

            สิ่งหนึ่งที่ยังคาใจของเราก็คือทำไมซูซูกิไม่ใส่ล้ออัลลอยมาเป็นมาตรฐานไปเลย เพิ่มราคารถอีกหน่อยก็ได้ เพื่อที่ลูกค้าซื้อไปจะได้จบ ไหนๆ ก็แต่งมาครบขนาดนี้แล้ว ขาดเพียงล้อนี่แหละ ถ้ามีล้ออัลลอย 15 นิ้วมาให้ อย่างน้อยลูกค้าที่มีงบจำกัดก็ยังทนใช้งานในช่วงแรกๆ ไปก่อนได้โดยที่ไม่ต้องไปลงทุนหาล้อแม็กซ์มาใส่เพิ่มเพื่อให้รถดูว่าแต่งเต็ม แต่ Swift GL Max Edition แต่งมาเต็มแต่กลับเป็นล้อกระทะปิดฝาครอบ มันยังดูเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง

ขับสนุก ว่องไว คล่องตัว

            ข้อดีของรถเล็กก็คือความคล่องตัวซึ่ง Swift GL Max Edition ไม่ทำให้ผิดหวัง ในทางเทคนิคไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรุ่น GL ปกติ ใต้ฝากระโปรงยังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.2 ลิตร DUALJET ให้กำลังสูงสุด 83 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า

            แพล็ตฟอร์ม HEARTECT ช่วยให้รถมีความแข็งแกร่ง ปลอดภัย มีสมดุลที่ดี และมีน้ำหนักตัวที่เบาลง ส่งผลชัดเจนในตอนขับขี่ที่รถสามารถตอบสนองได้อย่างว่องไวทั้งการเร่งเครื่องและการหักเลี้ยวเข้าโค้งต่างๆ

            การทดสอบขับขี่ครั้งนี้เป็นการขับบนสนามในรูปแบบ Gymkhana 2 รอบ พร้อมจับเวลา จากเดิม Swift เป็นรถที่ขับมันส์อยู่แล้ว พอเจอสนามรูปแบบนี้เรียกว่าเข้าทาง เพราะได้ทดสอบทั้งอัตราเร่งทางตรง การเข้าโค้งซ้าย-ขวา การตอบสนองของช่วงล่าง พวงมาลัย และเบรก แบบเน้นๆ

            Swift GL Max Edition พุ่งทะยานออกจากจุดสตาร์ทด้วยความกระฉับกระเฉง อัตราเร่งมาแบบเรื่อยๆ นุ่มๆ เกียร์ CVT ดีดรอบเครื่องขึ้นสูงไปที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงดึงมีมากพอให้รู้สึกสนุกบนพื้นฐานรถเล็กกำลังไม่สูงซึ่งก็สามารถสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าได้ไม่ยาก

            การเข้าโค้งซ้าย-ขวาตามไลน์ที่ตั้งกรวยไว้เป็นการทดสอบการบังคับควบคุมของรถได้อย่างดี Swift GL Max Edition สามารถตอบสนองต่อการหักเลี้ยวได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยมีระยะฟรีที่เหมาะสมทำให้กะจังหวะเข้าโค้งได้ง่าย และหน้ารถก็หันไปตามสั่งได้อย่างว่องไว

            แต่ละโค้งตัวถังของ Swift GL Max Edition ไม่ยวบ ไม่ย้วย และไม่โยนมาก สมดุลตัวรถค่อนข้างดี ทำให้ควบคุมได้ง่ายในทุกท่วงท่า รถเกาะโค้งได้หนึบ สาดโค้งแรงๆ ยังมั่นใจว่าเอาอยู่ โค้งต่อเนื่องซ้าย-ขวาก็เคลื่อนไหลผ่านได้อย่างง่ายมือ

            ช่วงล่างของ Swift GL Max Edition บนล้อกระทะขนาด 15 นิ้ว พร้อมยาง 175/65/R15 มอบความนุ่มสบายแบบกำลังดี ขับแล้วไม่แข็งกระด้างแต่ยังรองรับการเล่นโค้งได้ดีพอสมควร โช๊คอัพและชุดสปริงยุบและคืนตัวได้ไว ส่งผลถึงประสิทธิภาพการควบคุมรถที่กระชับ ฉับไว เฉียบคม การขับขี่โดยรวมจึงมอบอารมณ์สนุกสนานและตื่นเต้นเร้าใจได้อย่างดีเยี่ยม

            สำหรับระบบเบรกของ Swift GL Max Edition ยังคงไว้ใจได้ดี เบรกหนักทางตรงใช้ระยะทางไม่ยาวมาก การตอบสนองของแป้นเบรกมีระยะฟรีพอสมควร ต้องเหยียบแป้นเบรกค่อนข้างลึกจึงจะเริ่มหน่วง แต่ยังสามารถกะระยะเบรกได้ไวและแม่นยำดี

            ขับทดสอบรอบแรกเป็นการดูไลน์สนาม เราทำเวลาได้ไม่ดีเท่าไร แต่พอรอบสองเมื่อรู้จักสนามดีแล้วเจ้า Swift GL Max Edition ช่วยให้เราทำเวลาดีกว่ารอบแรกมากพอสมควร สำหรับคนที่ขับเก่ง มีทักษะขั้นสูงก็จะยิ่งสนุกไปกับ Swift GL Max Edition ได้เต็มที่กว่านี้

ภายในเหมือนเดิม

            ห้องโดยสารของ Swift GL Max Edition ไม่แตกต่างจากรุ่น GL มาในโทนสีดำ เบาะผ้ากำมะหยี่ พื้นที่ห้องโดยสารโปร่งโล่งทั้งตอนหน้าและตอนหลังจากแนวหลังที่สูง ทัศนวิสัยรอบคันก็ดีตามไปด้วย ยกเว้นเสา A-pillar ที่ใหญ่หนาไปหน่อย การเข้า-ออกรถสะดวกสบายทั้ง 4 ประตู แม้ตัวรถจะยาวไม่ถึง 4 เมตร แต่ก็ออกแบบให้มีพื้นที่ภายในที่กว้างขวางนั่ง 4 คนได้แบบสบายๆ

            เบาะนั่งปรับมือ พวงมาลัยปรับได้แค่สูง-ต่ำ มีกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า กระจกหน้าต่างปรับไฟฟ้า เซ็นทรัลล็อก พวงมาลัยทรงสปอร์ต 3 ก้านแบบฐานตัดพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง หน้าปัดเรือนไมล์เป็นแบบเข็มอนาล็อกพร้อมจอดิจิทัลแสดงข้อมูลการขับขี่

            อุปกรณ์อำนวยความสะดวกมีมาให้พอประมาณ เครื่องเสียงวิทยุแบบ 2-DIN รองรับ AUX, USB, CD, MP3 ไม่รองรับบลูทูธ ลำโพง 2 ตำแหน่ง เครื่องปรับอากาศเป็นแบบธรรมดา เบาะหลังพับแยกได้แบบ 60/40 ห้องเก็บสัมภาระขนาดมีขนาดกำลังดี ไม่มีล้ออะไหล่แต่มีเป็นชุดช่อมยางฉุกเฉินแทน โดยรวมออปชั่นภายในเหมาะสมกับราคา 5 แสนต้นๆ

รถเล็กขับดี แต่งครบ ราคาไม่แรง

            นอกจากจะหล่อขึ้นแล้ว Swift GL Max Edition ยังเป็นแฮทช์แบ็กที่ขับสนุก คล่องแคล่วว่องไว การบังคับควบคุมเฉียบคม และมีช่วงล่างที่หนึบแน่นมั่นใจได้ดี การทดสอบ Gymkhana ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำให้รู้ว่ารถเล็กหน้าตาน่ารักคันนี้เมื่อนำมาหวดบนแทร็กที่ท้าทายพร้อมแข่งจับเวลาก็ทำได้ดีไม่แพ้รถในพิกัดที่ใหญ่กว่า มันทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม คล่อง เร็ว เบา คุมง่าย ยึดเกาะดี ตอบสนองไว ทั้งหมดนี้คือคุณสมบัติที่รถเล็กชั้นดีควรจะมีติดตัวเพิ่มเติมจากความประหยัด ความคุ้มค่า และราคาที่สบายกระเป๋า แม้ว่าภายในจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจากรุ่น GL แต่ราคาที่เพิ่มมาเพียง 5,000 บาท กับของแต่งที่ได้ มันคุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มกับรถที่ขับสนุกแบบนี้

ขอบขอบคุณ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

Gallery

Top