For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
พานาเมร่า ใหม่ล่าสุด กับสถิติความเร็วต่อรอบบนสนาม

พานาเมร่า ใหม่ล่าสุด กับสถิติความเร็วต่อรอบบนสนาม

     เป็นอีกครั้งที่ปอร์เช่ได้พิสูจน์สมรรถนะให้เป็นที่พูดถึงกันอีกครั้ง ณ สตุ๊ทการ์ท/นูร์เบิร์ก เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลก: ภายใต้การขับขี่ของ Lars Kern (อายุ 32 ปี) นักขับทดสอบมืออาชีพ ระยะทางรวมกว่า 20.832 กิโลเมตร ได้ด้วยเวลา 7:29.81 นาที เมื่อพิจารณาจากการ จัดอันดับสถิติอย่างเป็นทางการของสนามหรือ official ranking of Nürburgring GmbH เวลาดังกล่าวได้รับการ รับรองให้เป็นสถิติใหม่ที่รวดเร็วที่สุดในประเภท “executive cars” 

      ยกระดับขีดความสามารถในส่วนของระบบช่วงล่างและระบบส่งกำลัง ทำให้เรารู้สึกได้ในทันทีระหว่างการขับขี่ไปรอบสนามว่าอะไรคือสิ่งที่เราต้องการมากที่สุดเมื่อต้องลงสนามแข่งทุกแห่ง ในโลก” Kern แสดงความคิดเห็น “ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางโค้ง Hatzenbach รวมทั้ง Bergwerk และ Kes-selchen ก็ไม่แตกต่างกันระบบ electromechanical roll stabilisation ที่ผ่านการปรับแต่งมาใหม่ยังคงแสดงประสิทธิภาพ และยังคงเสถียรภาพในการยึดเกาะถนนได้อย่างดี

ด้านสมรรถนะทั้งในแง่ความนุ่มนวลและความสปอร์ต

     ยนตรกรรมที่ดำรงสถานะ 2 ประการควบคู่กันเสมอโดยสามารถเป็นทั้งทัวริ่ง ซาลูนสุดหรูหราและรถสปอร์ตได้ในเวลาเดียวกัน ในส่วนของรุ่นล่าสุดได้ถูกปรับแต่งศักยภาพเพิ่มพลังเครื่องยนต์ รวมถึงการควบคุมตัวถังและความแม่นยำของพวงมาลัยสิ่งที่ได้จากการปรับปรุงก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อความนุ่มนวล สำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ติดตั้งเบาะนั่งสำหรับการแข่งขันและโครงสร้างนิรภัยเพื่อการปกป้องผู้ขับขี่ เจ้าหน้าที่ผู้บันทึกสถิติได้ยืนยันถึง สภาพตัวรถว่าเป็นซาลูน 4 ประตู จากสายการผลิตปกติ ยางรถยนต์สมรรถนะสูง Michelin Pilot Sport Cup 2 ได้รับการพัฒนา ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อติดตั้งให้กับพานาเมร่าตัวใหม่ 

ความเร็วที่แรงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้

     เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน Lars Kern และปอร์เช่ พานาเมร่า (Panamera) ใหม่ สามารถวิ่งผ่านระยะทาง 20.6 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 7:25.04 นาทีเท่านั้น การทำลายสถิติโดยรถสปอร์ต 4 ประตู และนักขับมืออาชีพในครั้งนี้จึงนับได้ว่าเร็วกว่าสถิติเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถึง 13 วินาที อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 9.6 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 10.4 ลิตร ต่อระยะทาง 100 กิโลเมตร; อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 238 กรัมต่อกิโลเมตร ซึ่งการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้รับการตรวจสอบตามมาตรฐานสากลที่สอดคล้องกับวิธีการ Light Vehicle Test Procedure (WLTP) ล่าสุด สำหรับค่าการตรวจวัดอัตราการบริโภคน้ำมัน เชื้อเพลิงเฉลี่ยตามมาตรฐาน NEDC

Top