For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
Mercedes S-Class กลับมาใน 2021 พร้อมระบบใหม่ล่าสุด

Mercedes S-Class กลับมาใน 2021 พร้อมระบบใหม่ล่าสุด

ระบบเทคโนโลยีสุดล้ำ อำนวยต่อผู้ขับขี่ เปิดตัวใหม่ปีหน้า ในชื่อ Mercedes S-Class

ในฐานะรถลีมูซีนสุดหรูที่มีราคาเริ่มต้น 75,000 ปอนด์ (หรืออยู่ที่ประมาณ 3,750,000 บาท)  Mercedes S-Class ยังคงเป็นหนึ่งในยานยนต์ใหม่ที่สำคัญที่สุดในปีหน้า คุณจะเห็นได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่เก๋งรุ่นใหม่นี้จำหน่ายบนตลาดรถเมื่อไหร่มันจะมาพร้อมกับนวัตกรรมเทคนิคมากมาย ตั้งแต่ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกไปจนถึงไม่ต้องใช้กุญแจในการปลดล็อค  

S-Class เป็นรุ่นบุกเบิกในการทำระบบควบคุมความเร็ว แต่รายละเอียดบางส่วนของรุ่นปี 2021 ยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณา ซึ่งในตอนนี้เราทราบแค่ว่าจะมีการใช้งานที่มาพร้อมกับการออกแบบฟังก์ชั่นใหม่ เพื่อปรับปรุงความคล่องของตัวรถ รวมถึงพวงมาลัยที่แตกต่างกัน2แบบ ถูกพัฒนาช่วยให้ล้อหมุนได้ถึง 10deg ผลที่ออกมาคือวงเลี้ยวลดลง 2 เมตร ทำให้รถจอดได้ง่ายขึ้นมาก ปรับปรุงทั้งการบังคับรถและความเสถียรภาพความเร็วสูง

นอกจากนี้ยังมีระบบกันสะเทือนแอคทีฟแบบใหม่ ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่า เมื่อใดที่ผู้ขับเอนตัวลงจะผ่านการโค้งได้ดีขึ้น ปรับปรุงการควบคุมระดับเสียง  ระบบกันสะเทือนอากาศมาตรฐาน ซึ่ง S-Class ใหม่นี้มีน้ำหนักเบาเนื่องจากตัวถังเป็นอะลูมิเนียมเกือบ 60%

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 3.0 ลิตรสเตรท 6 และเทอร์โบคู่ 4.0 ลิตร V8 ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีระบบช่วยไฟฟ้าแบบไฮบริดเล็กน้อย  สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ซื้อในสหราชอาณาจักรส่วนใหญ่น่าจะเป็นดีเซลหกสูบ 2.9 ลิตรและปลั๊กอินไฮบริด แต่เพียงผู้เดียวที่จะวางจำหน่ายตั้งแต่เปิดตัว ซึ่งจะมีตราเป็น S580e รวมเครื่องยนต์เบนซินหกสูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ 31.2kWh สำหรับช่วงไฟฟ้าที่มากกว่า 62 ไมล์ จากการเปรียบเทียบ Audi A8 60 TFSIe และ BMW 745e ของคู่แข่งสามารถทำได้เพียง 28 และ 36 ไมล์ตามลำดับ

การออกแบบภายนอกของ S-Class ใหม่ เป็นพัฒนาการของรถในปัจจุบันโดยมีกระจังหน้าที่โดดเด่นขึ้นและไฟท้ายแนวนอนซึ่งขยายไปสู่ฝากระโปรงท้าย ในทางตรงกันข้ามมีการปรับเปลี่ยนภายในรถ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการถอดสวิตช์แบบเดิมซึ่งมักไม่ใช่เรื่องดีในเรื่องการใช้งาน  ในเรื่องของปุ่มเพียงอย่างเดียวถูกตัดออกไป 27 ปุ่ม โดยมีการย้ายฟังก์ชันไปยังหน้าจอดิจิทัลหรือสั่งการโดยระบบควบคุมด้วยเสียง“ Hey, Mercedes” เวอร์ชั่นอัปเกรดที่เราเคยเห็นในรถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆ จอแสดงผลดิจิตอล 3 มิติและหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว หน้าจอสัมผัสสูงสุดสามจอเพิ่มที่ด้านหลังช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชั่นสาระบันเทิงเต็มรูปแบบ บริเวณคอนโซลกลางเป็นแบบมาตรฐาน และยังสามารถปรับที่นั่ง กระจก และสาระบันเทิงโดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะกับผู้ใช้ที่การผสมผสานระหว่างลายนิ้วมือการจดจำใบหน้าหรือเสียง นอกจากนี้ยังมีจอแสดงผลบนกระจกหน้าแบบ Augmented Reality  ใหม่ซึ่งจะฉายข้อมูลสำคัญลงในเส้นขอบตาของผู้ขับขี่ในระยะเสมือนจริงข้างหน้า 10 เมตร ทั้งหมดนี้จะวางจำหน่ายต้นปี 2564 

Top