For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
i-Activsense เทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ที่ครอบคลุมที่สุดจากมาสด้า

i-Activsense เทคโนโลยีความปลอดภัยยุคใหม่ที่ครอบคลุมที่สุดจากมาสด้า

       รถยนต์ถือเป็นยานพาหนะที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน สิ่งที่ลูกค้ากำลังมองหานอกเหนือจากสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบ และรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญไม่น้อยกว่าสิ่งอื่นใดนั่นคือระบบความปลอดภัยที่ใส่มากับรถยนต์ในแต่ละคัน ซึ่งรถยนต์ที่มีระบบความปลอดภัยที่ดีนั้นจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ ช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือช่วยลดความรุนแรงผ่อนหนักให้เป็นเบาได้

       มาสด้าเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นรายต้นๆ ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร รวมถึงคนเดินถนน จึงได้วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกัน สำหรับยนตรกรรมสกายแอคทีฟเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น โดยเพิ่มสัญชาตญาณป้องกันตนเองให้แก่รถ ลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเรียกระบบนี้ว่า i-Activsense ระบบที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าและส่งสัญญาณเตือนให้ผู้ขับขี่เพิ่มความระมัดระวัง เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุรอบทิศทาง

        การพัฒนามีพื้นฐานมาจากแนวคิดความปลอดภัยเชิงป้องกัน (Mazda Proactive Safety) วัตถุประสงค์คือสร้างความมั่นใจในการขับขี่ และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน ซึ่งเทคโนโลยี i-Activsense ของมาสด้าสามารถช่วยให้ผู้ขับขี่เกิดความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุด มาทำความรู้จักกันว่าเทคโนโลยีในแต่ละฟังก์ชั่นมีอะไรบ้าง และทำงานอย่างไร 

1.ระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน (LAS – Lane-Keep Assist System)

ในกรณีที่ตรวจพบการเบี่ยงออกจากเลนโดยไม่ตั้งใจ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนหรือเตือนโดยการสั่นที่พวงมาลัย และช่วยปรับทิศทางพวงมาลัยให้รถกลับสู่เลน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

2. ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกจากเลน (LAWS – Lane Departure Warning System)

ระบบจะทำงานโดยการส่งสัญญานเตือนไฟกะพริบ พร้อมส่งสัญญาณเสียงเตือน เมื่อตรวจพบการเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ

3. ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า (CTS – Cruising & Traffic Support)

ระบบที่ช่วยควบคุมความเร็วและพวงมาลัยเพื่อรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและช่วยบังคับพวงมาลัยไปตามทิศทางของรถคันหน้า เพื่อช่วยลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่เมื่อต้องขับในเส้นทางที่การจราจรหนาแน่น ทั้งยังช่วยให้ปรับแรงบิดของพวงมาลัยให้ง่ายต่อการรักษาตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับทางโค้ง

4. ระบบควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ (MRCC – Mazda Radar Cruise Control)

ระบบจะทำงานโดยปรับระยะห่างที่ปลอดภัยจากรถคันหน้า ซึ่งหากพบว่ารถคันหน้ามีความเร็วช้ากว่า ระบบจะทำการปรับลดความเร็วลงอัตโนมัติ โดยผู้ขับสามารถปรับระยะห่างจากรถคันหน้าได้จากสวิตซ์ที่พวงมาลัย และระบบจะกลับไปใช้ความเร็วเดิมที่กำหนดไว้โดยอัตโนมัติ เมื่อตรวจสอบแล้วว่าไม่มีรถอยู่ด้านหน้า

5. ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA – Rear Cross Traffic Alert)

ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมไฟกระพริบเตือนขณะถอยหลัง หากระบบตรวจพบความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาจากด้านหลัง

6.ระบบช่วยหยุดรถเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (SBS-RC – Smart Brake Support-Rear Crossing)

ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและเสียงเตือนอย่างต่อเนื่อง ถ้าผู้ขับขี่ไม่ได้ทำการเบรก ระบบจะช่วยเบรกให้โดยอัตโนมัติ เพื่อลดโอกาสในการชนกับรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้านหลัง

7.ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (ABSM – Advanced Blind Spot Monitoring)

ระบบจะส่งสัญญาณเสียงเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือน หากตรวจพบรถในเลนด้านข้างที่กำลังแซงขึ้นมาจากทางด้านหลังและอยู่ในจุดที่ผู้ขับอาจมองไม่เห็น

8.ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง (SBS-R – Smart Brake Support Reverse)

ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการชนขณะขับถอยหลังด้วยความเร็วต่ำ

9.ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)

ระบบจะตรวจจับรถคันหน้า จักรยาน รวมถึงคนเดินถนน โดยหากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชน ระบบจะส่งสัญญาณเตือนและส่งเสียงเตือนอย่างต่อเนื่อง และถ้าหากผู้ขับไม่ทำการเบรก ระบบจะเบรกให้โดยอัตโนมัติ

10.ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ (ALH – Adaptive LED Headlamps)

ระบบถูกพัฒนาให้สามารถทำงานได้ละเอียดยิ่งขึ้น โดยระบบจะปรับการทำงานของไฟสูง-ต่ำ แยกอิสระซ้าย-ขวา โดยอัตโนมัติ ให้เหมาะสมกับสภาพถนน ระยะห่างจากตำแหน่งของรถคันหน้าหรือรถที่วิ่งสวนมา เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ยามค่ำคืน และช่วยให้การทำงานของไฟสูงไม่ไปรบกวนรถคันอื่น

11.ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (DAA – Driver Attention Alert)

ช่วยเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อขับรถทางไกล ระบบจะติดตามพฤติกรรมและสมาธิในการขับขี่ หากตรวจพบความผิดปกติของพฤติกรรมในการขับขี่ หรือขับขี่ติดต่อกันเป็นเวลานาน ระบบจะขึ้นข้อความแนะนำให้หยุดพัก

        สิ่งเหล่านี้คือเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้าที่เรียกว่า i-Activsense ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารว่าจะได้รับความปลอดภัยตลอดการเดินทาง หลักการทำงานของเทคโนโลยี i-Activsense นับเป็นก้าวแรกในการพัฒนารถยนต์ไปสู่รถกึ่งขับเคลื่อนอัตโนมัติในอนาคต โดยระบบจะช่วยผู้ขับขี่ในการขับเคลื่อนรถและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการขับขี่โดยอัตโนมัติ รวมถึงช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ และลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนท้องถนน ซึ่งอาจเกิดจากความประมาทหรือความไม่ชำนาญในการขับขี่ ซึ่งระบบความปลอดภัยเหล่านี้จะมาเป็นมาตรฐานใหม่ของการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด

Top