For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
มาแล้ว! 2021 BMW 5 Series (facelift) ปรับลุคใหม่ อัพเกรดขุมพลัง เพิ่มเทคโนโลยีใหม่

มาแล้ว! 2021 BMW 5 Series (facelift) ปรับลุคใหม่ อัพเกรดขุมพลัง เพิ่มเทคโนโลยีใหม่

       BMW เปิดผ้าคลุม 5 Series รุ่นปรับโฉมปี 2021 นำเสนอรูปลักษณ์ใหม่ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมปรับปรุงเครื่องยนต์และอัพเกรดเทคโนโลยีขนานใหญ่ และครั้งแรกกับโมเดล M550i xDrive พลัง 523 แรงม้า แรงที่สุดรองจาก M5

        BMW 5 Series เจเนอเรชั่นที่ 6 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2016 มันประสบความสำเร็จอย่างมาก ยอดขายทั่วโลกมากกว่า 6 แสนคัน และยังได้รับรางวัลมากมาย ตอนนี้ผ่านมา 4 ปีแล้ว มันจึงต้องถูกปรับโฉมใหม่เพื่อสู้กับคู่แข่งอย่าง Audi A6 และ Mercdes-Benz E-Class ที่ปรับโฉมใหม่เช่นเดียวกัน

       สิ่งแรกที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดก็คือรูปลักษณ์ภายนอก ดีไซน์หน้ารถเปลี่ยนใหม่ตั้งแต่กระจังหน้าที่กว้างขึ้นและอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลงกว่าเดิม พร้อมด้วยกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่ในแต่ละรุ่นย่อย จุดสำคัญคือไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมไฟเดย์ไทม์ รันนิ่ง ไลท์ เรูปทรงตัว L เทคโนโลยี BMW Laserlight ส่องสว่างไกลถึง 600 เมตร ก็มีให้เลือกติดตั้งเป็นออปชั่นเสริมได้แล้ว นอกจากนี้ ไฟท้ายก็มีการปรับดีไซน์ใหม่เป็นเส้น LED รูปทรงเรียวบางคล้ายกับ 3 Series ตัวล่าสุด กันชนหลังออกแบบใหม่ และ 5 Series ทุกรุ่นจะมาพร้อมปลายท่อไอเสียทรงเหลี่ยมเป็นมาตรฐาน

        5 Series ใหม่เปิดตัวพร้อมกันทั้งตัวถังซาลูนและเอสเตท โดยตัวถังซาลูนมีความยาวเพิ่มขึ้น 27 มม. ตัวถังเอสเตทยาวขึ้น 21 มม. ทำให้ทั้ง 2 รูปแบบตัวถังมีความยาวเท่ากันที่ 4,963 มม. ด้านแอโรไดนามิก ตัวถังซาลูนมีความสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ 0.23 ส่วนตัวถังเอสเตทอยู่ที่ 0.26

         สีตัวถังมีให้เลือกทั้งหมด 10 สี แบ่งเป็นเมทัลลิก 8 สี สีเงาธรรมดา 2 สี ในจำนวนนี้มีสีใหม่ได้แก่ Phytonic Blue metallic และ Bernina Grey metallic เป็นส้วนหนึ่งในชุดสีมาตรฐาน และ Aventurine Red metallic กับ Tanzanite Blue metallic เป็นส่วนหนึ่งของชุดสีพิเศษ BMW Individual นอกจากนี้ คาลิเปอร์เบรกในแพ็คเกจ M Sport ก็สามารถเลือกได้ทั้งสีแดงหรือสีน้ำเงิน

        ด้านขุมพลังเครื่องยนต์ของ 5 Series ใหม่มีการอัพเกรดขนานใหญ่ เครื่องเบนซินและดีเซลทุกรหัสไม่ว่าจะ 4 สูบ หรือ 6 สูบ จะติดตั้งระบบ Mild Hybrid เพิ่มเข้ามาโดยมีสตาร์ทเตอร์-เจเนอเรเตอร์ 48V และแบตเตอรี่เสริมอีก 1 ชุด  ระบบ Mild Hybrid ช่วยเพิ่มกำลังเครื่องยนต์ขึ้นไปอีก 11 แรงม้า และยังช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นด้วย ระบบนี้ยังมีฟีเจอร์ตัดการทำงานเครื่องยนต์แล้วปล่อยให้รถไหลได้ในระยะเวลาสั้นตามจังหวะการยกคันเร่ง เพิ่มความสามารถในการเก็บพลังงานจากการเบรก และเครื่องยนต์จะดับเมื่อความเร็วต่ำกว่า 15 กม./ชม.

         ไลน์อัพเครื่องยนต์ประกอบด้วย เบนซิน 4 สูบ 181 แรงม้า (520i), 248 แรงม้า (530i) เบนซิน 6 สูบ 329 แรงม้า (540i) โมเดล 530i และ 540i เป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง มีออปชั่นเสริมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive นอกเหนือจาก 3 โมเดลนี้แล้ว BMW ได้เปิดตัวโมเดลใหม่ที่ทรงพลังที่สุดรองจาก M5 รหัส M550i xDrive เป็นครั้งแรก มีเฉพาะตัวถังซาลูนเท่านั้น ขับเคลื่อนด้วยเครื่องเบนซิน V8 4.4 ลิตร ให้กำลัง 523 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตันเมตร เร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.0 วินาที

         โมเดล M550i กลายเป็นเรือธงลำใหม่ของในไลน์อัพ 5 Series มันถูกปรับแต่งให้เป็นต้นแบบของ M5 CS รุ่นต่อไปด้วยชุดพาร์ทแอโรไดนามิกที่พัฒนาใหม่ อาทิ สปอยเลอร์หลังแบบเดียวกับ M2 CS, M3 CS และ M4 CS รวมถึงตัวถังที่ทำจากวัสดุพลาสติกเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ แม้ตอนนี้รายละเอียดจะยังไม่คอนเฟิร์มแต่มีข่าวลือว่า M5 รุ่นต่อไปจะใช้เครื่อง V8 ที่พัฒนาใหม่ซึ่งมีกำลังมากถึง 616 แรงม้า ที่ต่อยอดจากเครื่อง V8 4.4 ลิตร เทอร์โบคู่ ของ M5 Competition ตัวปัจจุบัน

         ฝั่งเครื่องยนต์ดีเซล ประกอบด้วย ดีเซล 4 สูบ 188 แรงม้า (520d), ดีเซล 6 สูบ 281 แรงม้า (530d) และ 335 แรงม้า (540d xDrive) โมเดล 520d และ 530d ขับเคลื่อนล้อหลังเป็นมาตรฐาน ใส่ออปชั่นเสริมขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ได้ ขณะที่ 540d มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive มาตั้งแต่โรงงาน เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบมีการปรับปรุงใหม่ในส่วนของเทอร์โบที่เปลี่ยนมาเป็นแบบ two-stage turbocharging พร้อมหัวฉีดคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,700 บาร์ ผลที่ได้คือกำลังแรงม้าที่เพิ่มขึ้นอีก 20 ตัว แรงบิดเพิ่มขึ้นอีก 30 นิวตันเมตรในรุ่น 530d และ 20 นิวตันเมตรในรุ่น 540d

        โมเดลปลั๊กอินไฮบริดรหัส 530e มีการอัพเกรดเครื่องยนต์เช่นกันโดยยังใช้เครื่องเบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ 248 แรงม้า แรงบิด 420 นิวตันเมตร เหมือนเดิม แต่สามารถเพิ่มกำลังจาก 248 เป็น 288 แรงม้า ได้ 10 วินาที จากฟังก์ชั่นใหม่ที่ชื่อว่า XtraBoost ขณะที่ระยะทางขับขี่โหมดไฟฟ้าล้วนเมื่อแบตเตอรี่เต็มทำได้ 67 กม. ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP โมเดลนี้ขับเคลื่อนล้อหลังเป็นมาตรฐาน สามารถเพิ่มออปชั่นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ได้

         พร้อมกันนี้ BMW ยังขยายโมเดลปลั๊กอินไฮบริดเพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 โมเดล คือ 545e ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ 3.0 ลิตร เทอร์โบ 248 แรงม้า ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 107 แรงม้า ที่ยืมมาจากพี่ใหญ่ 745e เมื่อรวมกำลังทั้งระบบจะได้ 389 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ทำให้ 545e เร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดแตะที่ 250 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองในสภาวะรวมทำได้ 41.6 – 47.6 กม./ลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 49 – 54 กรัม/กม. ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP แบตเตอรี่วางอยู่ใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระ ระยะทางขับขี่โหมดไฟฟ้าล้วนทำได้สูงสุด 56 กม. ที่ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ทั้งนี้ 5 Series ใหม่ทุกเครื่องยนต์จะมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และไม่มีออปชั่นเกียร์ธรรมดาให้เลือก

           ภายในของ 5 Series ใหม่มาพร้อมกับระบบสาระบันเทิง iDrive เวอร์ชั่นล่าสุด พร้อมหน้าจอสัมผัสกลางแดชบอร์ด ขนาดมาตรฐาน 10.25 นิ้ว หรือออปชั่นเสริม 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อต่อ Apple CarPlay / Android Auto และเป็นครั้งแรกของ BMW ที่ระบบสาระบันเทิงสามารถอัพเดตแบบไร้สายได้

         รุ่นเริ่มต้นจะได้รับอุปกรณ์มาตรฐานมากกว่าเดิม ขณะที่รุ่น M Sport ของตัวถังเอสเตทจะมาพร้อมราวหลังคาสีดำ พร้อมเบาะนั่งแบบเดียวกับของ M5 มีพนักพิงศีรษะแบบแยกส่วนและเสริมปีกเบาะด้านข้างให้โอบกระชับลำตัวมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงภายในยังเน้นที่แดชบอร์ดด้วยการปรับหน้าจอแสดงผลแผงเครื่องปรับอากาศใหม่ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงด้านวัสดุและคอนโซลกลางสีดำเงา

          BMW 5 Series ใหม่เปิดราคาจำหน่ายในประเทศอังกฤษแล้วทุกโมเดล ตัวถังซาลูนเริ่มที่ 37,480 ปอนด์ (1.87 ล้านบาท) ตัวถังเอสเตทบวกเพิ่มไปอีก 2,250 ปอนด์ (1.12 แสนบาท) ขณะที่รุ่นท็อป M550i xDrive มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 67,595 ปอนด์ (3.37 ล้านบาท)

Gallery

Top