For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เติบโตสวยหรู เปิดศักราช 2563 ด้วย 3 โมเดลใหม่ เตรียมสานต่อความสำเร็จอีกมากมายตลอดทั้งปี

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เติบโตสวยหรู เปิดศักราช 2563 ด้วย 3 โมเดลใหม่ เตรียมสานต่อความสำเร็จอีกมากมายตลอดทั้งปี

  • สร้างผลงานในเซกเมนต์รถหรูด้วยยอดขายจาก BMW 7 Series, 8 Series, X7 และ i8 ด้วยอัตราการเติบโตที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี 
  • มินิทุบสถิติอัตราการเติบโตสูงสุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปทั่วโลก
  • ครั้งแรกกับการเปิดตัว BMW 218i Gran Coupe M Sport เสริมขบวนด้วย 3 Series รุ่นประกอบในประเทศ ทั้ง 330e M Sport และ 320d M Sport
  • Mini Cooper SE ขายหมดภายในวันแรกที่เปิดตัว

       บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เริ่มต้นเส้นทางแห่งความสำเร็จของการดำเนินธุรกิจในปี 2563 ด้วยการเปิดตัวยนตรกรรมใหม่ครบทั้ง 3 แบรนด์ นำขบวนโดย BMW 218i Gran Coupe M Sport ที่มาพร้อมกับความแปลกใหม่เฉพาะตัว เสริมด้วย BMW 3 Series รุ่นประกอบในประเทศทั้งโมเดล 330e M Sport และ 320d M Sport ที่สำคัญราคาค่าตัวถูกลงกว่าเดิมหลายแสนบาท 

        ด้านมินิ นำทัพโดย  Mini Cooper S Countryman โมเดลปี 2020 ที่มาพร้อมระบบส่งกำลังใหม่และแพดเดิลชิฟท์ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย เสริมทัพกับ Mini Cooper SE รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้ารุ่นแรกซึ่งได้เผยโฉมในประเทศไทยเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา

        ปิดท้ายด้วย All-New BMW S 1000 RR ซูเปอร์สปอร์ตไบค์ที่สร้างความฮือฮามาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปีนี้ก็จะเป็นหัวหอกนำทัพ BMW Motorrad บุกตลาดบิ๊กไบค์ประเทศไทย

ภาพรวมยอดขายรถยนต์

        ภาพรวมยอดขายรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประจำปี 2562 เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งด้วยสถิติส่งมอบรถยนต์ BMW และ Mini จำนวน 12,954 คัน ลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้าที่ 1% แต่นับว่าเป็นอัตราที่ดีกว่าตลาดโดยรวมในช่วงเวลาเดียวกัน

        แบรนด์ BMW ปิดฉากปี 2562 ด้วยอดการส่งมอบต์รวม 11,750 คัน โดยทำภาพรวมผลงานอยู่ในระดับเดียวกับเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียม ปี 2562 ยังเป็นปีที่บีเอ็มดับเบิลยูสร้างผลงานล้ำหน้าในเซกเมนต์รถหรูด้วยยอดขายจาก 7 Series, 8 Series, X7 และ i8 ที่เติบโตโดยรวมที่ 39% เมื่อเทียบปีต่อปี และสำหรับรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานแล้วตามโปรแกรม BMW Premium Selection มีอัตราการเติบโตที่ 16% เมื่อเทียบปีต่อปี ในขณะที่ Mini ยังสร้างปีแห่งปรากฏการณ์ด้วยยอดส่งมอบรถยนต์ 1,204 คัน โตขึ้นถึง 15% จากปีก่อนหน้า นับเป็นยอดการเติบโตที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับตลาดมินิทั่วโลก

        สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในระดับโลกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ยังคงสร้างสถิติความสำเร็จสูงสุดอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันในปี 2562 ที่ผ่านมา ด้วยยอดการส่งมอบรถยนต์รวมทั้งหมด 2,520,307 คัน เพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนหน้า 1.2% ส่วนกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าก็เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยได้ส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิไปแล้วถึง 500,000 คัน

        รถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันมีสมาชิกในไลน์อัพรวมทั้งหมด 12 รุ่น ซึ่งยอดขายจากทั้งบีเอ็มดับเบิลยู และมินิได้เติบโตขึ้น 2.2% จากยอดการส่งมอบ 145,815 คันในปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าขยายทัพรถยนต์ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าให้ครบ 25 รุ่นภายในปี 2566 โดยกว่าครึ่งของจำนวนนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน 100%

บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ชูยอดลูกค้าสินเชื่อใหม่สูงเป็นประวัติการณ์

         บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย สร้างสถิติความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเช่นกันด้วยยอดสินเชื่อลูกค้าใหม่ที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท รวมกว่า 1.625 หมื่นล้านบาท และมูลค่าสินเชื่อรวมในพอร์ตที่เพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 7% 

          ปี 2562 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูได้เปิดตัวช่องทางติดต่อผ่านทาง LINE ช่วยให้สมาชิกกว่า 5 แสนท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังได้นำเอาระบบ LINE live chat มาเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์บริการข้อมูล BMW Call Center พร้อมกันนี้ บีเอ็มดับเบิลยูเตรียมพร้อมเปิดตัวเบอร์ติดต่อหมายเลข 1397 เพื่อความสะดวกสบายสำหรับการติดต่อมาที่ศูนย์บริการข้อมูล

ก้าวสู่อนาคตแห่งนวัตกรรมยานยนต์และพลังงานไฟฟ้า

         ในปี 2562 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยูได้เปิดตัวระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant ตามมาด้วยการแนะนำบริการ MINI Connected สู่ผู้ขับขี่ในประเทศไทย  และในปีที่ผ่านมาทั้ง 3 แบรนด์ภายใต้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวช่องทางการจองที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลให้สามารถทำการจองรถผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างง่ายดายภายในเพียงไม่กี่คลิก

         อีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาคือการเปิดโรงงานประกอบแบตเตอรี่แรงดันสูงในประเทศอย่างเป็นทางการ ภายใต้ความร่วมมือกับแดร็คเซิลไมเออร์ กรุ๊ป ณ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ชลบุรี 2 ซึ่งทำให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป สามารถตอบสนองความต้องการด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในประเทศอย่างต่อเนื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งในปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ BMW i3s และ Mini Cooper SE 

           นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการสนับสนุนและสร้างความเติบโตด้านโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า โดยในปัจจุบันมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะ ChargeNow และสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการ 125 หัวชาร์จใน 59 สถานีทั่วประเทศ

ส่งต่อความสุขทั่วประเทศไทยผ่านความรับผิดชอบต่อสังคม

        ในปี 2562 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ได้สานต่อโครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในพื้นที่ทุรกันดารผ่านการสร้างการเข้าถึงน้ำสะอาดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยได้ร่วมมือกับองค์กรไม่แสวงหากำไรสัญชาติอเมริกาอย่าง Waves For Water ซึ่งนอกจากจะได้มอบเครื่องกรองน้ำให้กับชุมชนต่าง ๆ ยังได้ให้คำแนะนำในการประกอบ ทำความสะอาด และรักษาระบบเครื่องกรองน้ำเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ทำให้โครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ เป็นโครงการเพื่อสังคมที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง โดยตั้งแต่ปี 2558 บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และองค์กรพันธมิตร ได้บริจาคระบบเครื่องกรองน้ำจำนวน 6,201 เครื่อง ให้แก่ 74 ชุมชนทั่วประเทศ ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 620,100 คนสามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้โดยง่าย

        นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และเครือข่ายผู้จำหน่าย ได้สานต่อโครงการ BMW Service Apprentice Program ที่ช่วยฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวะทั้งในภาคทฤษฎีและในภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education หรือ GTDEE) โดยนับจากปี 2555 เป็นต้นมา มีนักศึกษาอาชีวะที่จบหลักสูตรแล้วกว่า 106 คน และสำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย โครงการฝึกอบรมนักศึกษาอาชีวะในด้าน Mechatronics มีนักศึกษาที่จบหลักสูตรแล้ว 62 คน ตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2558 ช่วยขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมแห่งใหญ่อีกด้วย

        สุดท้ายนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังเดินหน้าสู่เส้นทางแห่งความยั่งยืนทั้งภายในและภายนอกองค์กรผ่านการผนึกกำลังในการประสานงานระหว่างเครือข่ายการผลิตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทั่วทั้งภูมิภาค ซึ่งส่งผลให้สามารถมอบบริการที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้นให้กับลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยูยังเน้นย้ำและสนับสนุนความหลากหลายในหมู่พนักงานมากขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เน้นความร่วมมือกันและความเคารพซึ่งกันและกัน รวมถึงโอกาสที่เท่าเทียมกัน

Top