For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
เมอร์เซเดส-เบนซ์เผยผลประกอบการปี 62 ยอดขายมากกว่า 15,000 คัน ครองอันดับหนึ่งในตลาดรถหรู 19 ปีซ้อน

เมอร์เซเดส-เบนซ์เผยผลประกอบการปี 62 ยอดขายมากกว่า 15,000 คัน ครองอันดับหนึ่งในตลาดรถหรู 19 ปีซ้อน

       เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เผยผลประกอบการประจำปี 2562 ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดรถหรูเมืองไทย 19 ปีติดต่อกัน พร้อมยอดขายมากกว่า 15,000 คัน ปีนี้ตั้งเป้ารุกตลาดรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว นำร่องด้วย Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic และ Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic ก่อนเตรียมนำ Mercedes-Benz EQC เอสยูวีไฟฟ้า 100% ลงตลาดไทยภายในปีนี้

       ปี 2562 ถือเป็นปีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกเพราะสามารถทำยอดขายเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยส่งมอบรถยนต์ทั้งหมด 2,339,562 คัน ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับยอดขายใน 1 ปี ขณะเดียวกันเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงเป็นผู้นำอันดับ 1 ในเซกเมนต์ลักชัวรีในหลายประเทศ รวมทั้ง เยอรมนีสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สเปน เบลเยียม สวิสเซอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไทย เวียดนาม สิงคโปร์ แคนาดา และแอฟริกาใต้

        สำหรับในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงรักษาความเป็นแบรนด์รถยนต์ลักชัวรีอันดับ 1 ไว้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาทำยอดขายได้มากกว่า 15,000 คัน อันเป็นผลมาจากเครือข่ายผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการที่แข็งแกร่งที่ร่วมกันส่งมอบ “Best Customer Experience” ให้กับลูกค้า

        เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังคงขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์ต่อเนื่อง เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้ทำการเปิด บริษัท เจริญมอเตอร์เชียงราย จำกัด โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในเชียงรายเพิ่มอีก 1 แห่ง และล่าสุดกับ บริษัท แอทต้า ออโต้ เฮาส์ จำกัด โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ล่าสุดในกรุงเทพฯ ทำให้ตอนนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์มีเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการถึง 36 แห่งทั่วประเทศ โดยแบ่งเป็นผู้จำหน่ายในกรุงเทพฯ 19 แห่ง และผู้จัดจำหน่ายต่างจังหวัดรวม 17 แห่ง

         สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ต้องการรณรงค์ให้ทุกคนหันมาใช้รถยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นโดยตั้งเป้ารุกตลาดรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มตัว เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC AMG Dynamic รถยนต์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดขนาดกลางรุ่นใหม่ล่าสุด, Mercedes-Benz GLC 300 e 4MATIC Coupé AMG Dynamic รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ท้ายลาดแบบคูเป้, Mercedes-Benz GLB รถยนต์คอมแพ็คเอสยูวีที่ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์น้อยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไฮไลท์สำคัณคือ Mercedes-Benz EQC รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของแบรนด์ที่จะนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เพื่อลุยตลาดไทยภายในปีนี้

        จากเทรนด์ความต้องการรถยนต์ของผู้บริโภคทั้งในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกและในประเทศไทยที่มีความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุผลหนึ่งมาจากสภาวะอากาศที่แย่ลงโดยเฉพาะฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความต้องการในรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ รถยนต์ Plug-in Hybrid ของเมอร์เซเดส-เบนซ์มียอดขายมากกว่า 16,000 คันนับตั้งแต่เปิดตัวรถยนต์รุ่นแรกในปี 2559 และมีสัดส่วนการจำหน่ายสูงประมาณ 25% ของยอดจำหน่ายทั้งหมดในประเทศไทย ที่สำคัญ รถยนต์ Plug-in Hybrid ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ยังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์หากขับขี่ในโหมดไฟฟ้า เพียงผู้ใช้ชาร์จไฟและขับขี่ในโหมดนี้ทุกวันก็จะช่วยลดปริมาณ PM 2.5 ลงอย่างมีนัยสำคัญ 

Top