For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
รายละเอียดสเปก MG HS พรีเมี่ยมเทียบเท่ารถยุโรป จัดเต็มออปชั่นระดับท็อป เริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท

รายละเอียดสเปก MG HS พรีเมี่ยมเทียบเท่ารถยุโรป จัดเต็มออปชั่นระดับท็อป เริ่มต้นไม่ถึง 1 ล้านบาท

         MG HS เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมราคาชวนว๊าว ดีไซน์สวยหรูดูดีแบบรถยุโรป ฟีเจอร์การใช้งานจัดเต็ม มีระบบอัจฉริยะที่ให้ความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ รวมถึงระบบความปลอดภัยADVANCED SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEMS 25 ระบบ

          หลังจาก Sneak Preview กันไปแล้วเมื่อช่วงต้นเดือน วันนี้ได้ฤกษ์งามยามดีกับการเปิดตัว MG HS พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการที่ต้องบอกว่าเจ้าตลาดมีหนาวๆ ร้อนๆ เอสยูวีคันนี้ยังเต็มไปด้วยจุดขายที่เป็นดั่งภาพจำของแบรนด์นั่นก็คือความคุ้มค่าคุ้มราคาด้วยออปชั่นที่จัดเต็มจนรถยุโรปยังต้องอึ้ง

          MG HS เป็นรถในพิกัด C-SUV ที่จะเข้ามาทำตลาดแทนที่ MG GS ที่วางขายมา 3 ปีกว่าๆ แล้ว คู่แข่งในคลาสได้แก่ Honda CR-V, Mazda CX-5, Subaru Forester, Nissan X-Trail, Chevrolet Captiva ทุกส่วนของรถได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อให้เป็นรถที่มีความสง่างามพร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “ELEGANCE” โดยมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น ความสะดวกสบายเหนือระดับแบบรถซีดานหรูแต่ให้ความคุ้มค่า   ประโยชน์ใช้สอยที่มากกว่า พร้อมสมรรถนะที่เป็นเยี่ยม อีกทั้งยังเหนือกว่าด้วยระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART และระบบความปลอดภัยที่ครบครันมากยิ่งขึ้น

Elegant Design

          รูปลักษณ์ของ MG HS ได้รับการออกแบบด้วยความพิถีพิถันโดยผสมผสานระหว่างความหรูหรากับความสปอร์ตได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังแบบ British Shoulder Line ที่เน้นเรื่องความโค้งมนของตัวรถ ลดทอนเส้นสายที่ไม่จำเป็นออกไป หน้ารถโดดเด่นด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่ดีไซน์เอกลักษณ์เฉพาะของ MG ซึ่งมาพร้อมแนวคิด ‘Stella Magnetic Field ที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากกลุ่มดาวบนท้องฟ้าที่ดึงดูดเข้าหากัน

         ไฟหน้าโฉบเฉี่ยวแบบ LED Projector พร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ LED และไฟท้ายแบบ Space Light Field ที่พิเศษคือไฟเลี้ยวทั้งด้านหน้าและหลังที่แสดงผลไล่ระดับแบบ Sequential หรือไฟวิ่งแบบที่เห็นในรถหรูแบรนด์ยุโรป มีระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟ Welcome Light ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง

           เสริมความเท่ด้วยชุดกันชนหน้า-หลังแบบสปอร์ต ราวหลังคา สปอยเลอร์หลัง พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 18 นิ้ว หุ้มยาง 235/50R18 ในรุ่น D และ X และล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว หุ้มยาง 215/60R17 ในรุ่น C  มิติตัวรถยาว  4,574 มม. กว้าง 1,876 มม. สูง 1,664 มม. ระยะฐานล้อ 2,720 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น 145 มม. น้ำหนักรถ 1,510-1,570 กก. ถังน้ำมันจุ 55 ลิตร 

           ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้มีความโค้งมนโอบรับสรีระ พร้อมการเล่นระดับมีสไตล์และตกแต่งด้วยวัสดุ Soft Touch ครอบคลุมทั้งบริเวณคอนโซลหน้า และแผงประตูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง  เพิ่มความพรีเมี่ยมยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้าแบบ Bucket Seat ทรงสปอร์ตสีดำสลับแดงที่มีส่วนหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara (เฉพาะรุ่น  X)

          เบาะหลังกว้างขวางนั่งสบายปรับพับแยกได้แบบ 60:40 พร้อมพนักพิงปรับองศาได้และมีที่วางแขนกลางขนาดใหญ่ โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟในห้องโดยสารแบบ Interactive Ambient Light ที่มีแสงต้อนรับทันทีที่เปิดประตูและสามารถปรับโทนแสงภายในห้องโดยสารได้มากถึง 64 เฉดสี รวมทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนแบบอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ พร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาขนาดใหญ่ 1.1 ตารางเมตร 

          MG HS มีการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในขณะขับขี่อย่างครบครัน อาทิ หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดแบบ Interactive Multi – Function  Display ขนาด 7 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลทั้งเรื่องการขับขี่ ระบบความปลอดภัย ระบบความบันเทิง และระบบนำทาง, กลางแดชบอร์ดเป็นหน้าจอ Smart Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อมแพดเดิลชิฟท์, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมระบบกรองอาศและช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, กระจกไฟฟ้าแบบ One touch, กุญแจ Smart Key, ปุ่ม Push Start นอกจากนี้ ยังมีการติดตั้งฝากระโปรงท้ายระบบไฟฟ้าช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

Perfect Performance

          MG HS ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ DOHC ระบบจ่ายน้ำมัน GDI ให้พละกำลังสูงสุด 162 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 – 4,400 รอบต่อนาที ประกบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ TST (Twin Clutch Sportronic Transmission) 7 สปีด โดยสามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 10 วินาที พร้อมรองรับน้ำมัน E85

         ในรุ่น X มาพร้อมปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้ถึง  4 โหมด คือ โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบทั่วไป โหมด Eco เพื่อการประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น โหมด Sport เพื่อเพิ่มความสนุกในการขับขี่ และโหมด Custom ที่สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมาพร้อมปุ่ม Super Sport บนพวงมาลัยที่ช่วยเร่งพลังการขับขี่ให้แรงขึ้น เพิ่มอารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น

         MG HS มาพร้อมช่วงล่างตามแบบ Euro Tuning Suspension ที่ให้ทั้งความสบายและความมั่นใจในการขับขี่ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมเหล็กกันโคลง ช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-link พร้อมเหล็กกันโคลง ระบบเบรกเป็นดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.95 เมตร

Smart Function

         MG HS มาพร้อมระบบปฎิบัติการอัจฉริยะ i-SMART ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่กับรถสามารถสื่อสารกันได้เพื่อความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย 3 ส่วน ได้แก่ Smart Command ระบบสั่งการที่สามารถสั่งการได้ด้วยเสียงภาษาไทย ที่มีฟังก์ชั่นการสั่งการที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การโทรออก สั่งการควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบเปิด-ปิดหน้าต่างฝั่งคนขับ และระบบเปิด-ปิดหลังคาซันรูฟ รวมถึงค้นหาจุดที่น่าสนใจ (Point Of Interest) ผ่าน Navigator เพื่อวางแผนการท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถสั่งการระบบต่างๆ ผ่านหน้าจอทัชสกรีนภายในรถ หรือเลือกสั่งการผ่าน MG Mobile Application บนสมาร์ทโฟน

         Smart Connect ที่สามารถค้นหาเพลงฮิต เพลงดังผ่าน Online Music และค้นหาร้านอาหารเด็ด สถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรม แสดงผลการจราจร อัพเดตข่าวสารในปัจจุบันบนหน้าจอในรถ รวมถึงการพยากรณ์อากาศล่วงหน้า

         Smart Check ที่สามารถตรวจสอบสถานะ และตรวจเช็กรถได้อย่างง่ายดาย ตลอดจนการสั่งการล็อกหรือปลดล็อก ประตูรถ ตรวจสอบตำแหน่งรถ แจ้งเตือนเมื่อพบสิ่งผิดปกติ และช่วยค้นหาศูนย์บริการ รวมถึงการบันทึกการดูแลรักษารถตามระยะ ผ่าน MG Mobile Application

ระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

          MG HS น่าจะเป็นรถ C-SUV ที่ให้ระบบความปลอดภัยมามากที่สุดในคลาส เริ่มตั้งแต่ระบบโครงสร้างตัวถังนิรภัย FSF (Full Space Frame) ที่แข็งแกร่งพร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System มามากถึง 25 ระบบ ประกอบด้วยระบบ Synchronized Protection System ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุที่ช่วยทั้งเรื่องระบบเบรกและช่วยรักษาเสถียรภาพในการขับขี่ 14 ระบบ อาทิ

  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS 
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบเสริมแรงเบรก EBA
  • ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรก AVH
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS 
  • ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR
  • ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC 
  • ระบบลดความเสี่ยงที่จะทำให้รถพลิกคว่ำ ARP
  • ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินกระพริบอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรกกะทันหัน ESS
  • ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง TPMS 

และมีอีก 4 ระบบที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากมุมอับสายตา ประกอบด้วย

  • ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
  • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
  • ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

รวมไปถึงระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่มีหน้าที่ช่วยผู้ขับขี่ Advanced Driver Assistance Systems (ADAS) มากถึง 7 ระบบประกอบด้วย

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
  • ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

          นอกจากนี้ MG HS ยังเสริมความปลอดภัยให้อีกขั้นด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุดทุกรุ่นย่อยและเพิ่มมุมมองที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ  (3D Around View Monitor)

          MG HS มี 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น C รุ่น D และรุ่นสูงสุด คือ รุ่น X สีตัวถังทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีแดง Scarlet Red, สีขาว Arctic White, สีดำ Black Knight และสีเงิน Silver Metallic สีภายในมี 2 สี คือ ดำล้วน และ ดำ-แดง

ราคา

  • รุ่น C 919,000 บาท
  • รุ่น D 1,019,000 บาท
  • รุ่น X 1,119,000 บาท

         พร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ Warranty นาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง พิเศษสุดสำหรับผู็ที่จองรถ 1,000 คันแรกจะได้รับส่วนลดเงินสด 34,000 บาท สามารถเลือกเป็นส่วนลดค่าอุปกรณ์ตกแต่งหรือส่วนลดในราคาของตัวรถก็ได้ โดยเมื่อหักลบเป็นส่วนลดราคารถยนต์ปกติแล้ว รุ่น C จะเหลือ 885,000 บาท รุ่น D เหลือ 985,000 บาท รุ่น X เหลือ 1,085,000 บาท

         พบกับ MG HS ได้แล้วที่โชว์รูมเอ็มจี 110 แห่งทั่วประเทศ โดยลูกค้าสามารถเข้าชมและทดลองขับได้ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนนี้ กำหนดส่งมอบรถให้กับลูกค้าตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมเป็นต้นไป

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือที่เว็บไซต์ www.mgcars.com และ www.facebook.com/MGcarsThailand

Gallery

Top