For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
[First Drive] Suzuki Carry มินิทรัคขวัญใจผู้ประกอบการ เล็ก ประหยัด พร้อมลุยทุกธุรกิจ

[First Drive] Suzuki Carry มินิทรัคขวัญใจผู้ประกอบการ เล็ก ประหยัด พร้อมลุยทุกธุรกิจ

           คนเราต่างก็มีฝัน ฝันเล็กบ้าง ฝันใหญ่บ้าง และคนจำนวนไม่น้อยฝันที่จะมีธุรกิจส่วนตัวเพื่อที่จะได้เป็นนายตัวเอง มีชีวิตเป็นของตัวเอง สนุกและภูมิใจไปกับธุรกิจของตัวเอง ทุกวันนี้เราจึงพนักงานเงินเดือนจำนวนมากกล้าเสี่ยงที่จะออกจากงานประจำมาทำธุรกิจส่วนตัว โดยธุรกิจที่ฮอตฮิตเป็นอันดับต้นๆ เลยก็คือฟู๊ดทรัค หรือการนำรถบรรทุกขนาดเล็กมาดัดแปลง ตกแต่งเป็นร้านขายอาหารเคลื่อนที่ตระเวนขายไปตามสถานที่ต่างๆ ยิ่งสวยเตะตาเท่าไรก็จะยิ่งดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาลิ้มลองอาหารกันมากขึ้นเท่านั้น และเมื่อมองดูว่ารถที่นำมาดัดแปลงนั้นคือรถอะไร ส่วนใหญ่แล้วคือ Suzuki Carry

            ตอนที่ Carry เข้ามาในเมืองไทยใหม่ๆ มันเปรียบได้กับทางสว่างของผู้ประกอบการรายย่อยที่จะได้มีตัวเลือกในการลดภาระต้นทุนของธุรกิจ ด้วยขนาดที่กะทัดรัดกับราคาค่าตัวที่จับต้องได้ง่าย ความทนทาน ค่าบำรุงรักษาต่ำ Carry ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายกลายเป็นขวัญใจของคนทำธุรกิจไปโดยปริยาย จนในที่สุดก็มีทายาทรุ่นใหม่มาสานต่อ

            ซูซูกิรู้และเข้าใจความต้องการของคนมีฝันจึงได้แนะนำ All-New Suzuki Carry ที่มาพร้อมนิยาม “Carry Your Dream เคียงข้างทุกเส้นทางฝัน” ซึ่งนับเป็นความเหมาะเจาะลงตัวเสียจริงๆ ด้วยราคาค่าตัวเพียง 385,000 บาท นี่จึงเป็นรถที่เหมาะอย่างยิ่งกับการเริ่มต้นทำธุรกิจ รถคันนี้มาพร้อมกับความคุ้มค่าและฟังก์ชั่นการใช้งานที่เหมาะสมเพียงพอต่อการใช้งานไม่ว่าจะนำไปตกแต่งเป็นฟู๊ดทรัคหรือใช้ในการขนส่งก็ทำได้ดีไม่มีปัญหา และยังมีลูกเล่นใหม่ๆ ที่ชวนว๊าวยิ่งกว่าเดิม

            และวันนี้ WHATCAR? ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปทดสอบเจ้า Carry โฉมใหม่ที่ไม่เป้นการขับขี่แบบชิลๆ แต่จะมีภารกิจสุดท้าทายให้ร่วมทดสอบไปพร้อมกันด้วย เห็นเล็กๆ แบบนี้ เอาเข้าจริงก็แกร่งเอาเรื่อง สู้งาน ไม่งอแง หน้าตาไม่ใช่เรื่องเด่น ความสามารถต่างหากที่รถคันนี้มีให้เกินราคา

กะทัดรัด ลุยงานหนักได้ไม่เกี่ยง

            Carry โฉมใหม่ถูกปรับหน้าตาให้ดูทันสมัยขึ้น ภายนอกไม่หวือหวา มาพร้อมไฟหน้าฮาโลเจน กระจังหน้าสีดำ ให้ล้อกระทะขนาด 13 นิ้ว หุ้มยาง 165/80R13 มาเป็นมาตรฐาน ตัวถังมีสีขาวเพียงสีเดียว ความยาวตลอดตัวรถ 4195 มม. กว้าง 1765 มม. สูง 1910 มม. ระยะฐานล้อ 2205 มม. ระยะต่ำสุดถึงพื้น 160 มม. ถังน้ำมันจุ 43 ลิตร

            จุดเด่นที่สุดของ Carry ใหม่คือความสามารถในการบรรทุก พื้นที่กระบะมีความยาว 2,450 มม. กว้าง 1,670 มม. ใหญ่ขึ้นจากรุ่นก่อนหน้า 15% แถมยังเป็นพื้นราบไม่มีโป่งซุ้มล้อมากินเนื้อที่ ฝากระบะมีความสูง 360 มม. เปิดออกได้ทั้ง 3 ด้าน ทำให้การขนถ่ายสิ่งของสะดวกและง่ายยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันความสูงของกระบะวัดจากพื้นถนนเตี้ยลง 5.5 ซม. เหลือเพียง 75 ซม. เท่านั้น ข้อนี้ช่วยให้คนตัวไม่สูงหยิบยกของใส่กระบะท้ายได้ง่ายกว่ารถโฉมก่อน และที่ต้องปรบมือให้คือขีดความสามารถในการบรรทุกสูงสุดที่ 945 กิโลกรัม รถเล็กแค่นี้บรรทุกได้เกือบ 1 ตันเลยนะเนี่ย

            ห้องโดยสารถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นมิตรมากขึ้น ดูๆ ไปแดชบอร์ดก็มส่วนคล้ายกับ Jimny อยู่เหมือนกัน การจัดวางปุ่มปรับและแผงควบคุมต่างรู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่าย มีช่องเก็บของฝั่งผู้โดยสารสำหรับใส่ของกระจุกกระจิก ซึ่งแสดงถึงการคำนึงถึงการใช้งานมากกว่าความสวยงาม วัสดุเป็นพลาสติกแข็งทั้งหมด เป็นรอยง่ายก็จริงแต่การประกอบดูแน่นหนาดี ทนมือทนเท้า ปุ่มปรับต่างๆ ดูแข็งแรง

            ด้วยความที่เป็นรถสำหรับใช้งานดังนั้นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆ จึงถูกตัดออกไป กระจกหน้าต่างเป็นแบบปรับมือ เบาะผ้า แผงหน้าไม่มีวัดรอบ Carry โฉมใหม่นี้ปรับเลื่อนเบาะคนขับได้แล้วโดยเลื่อนเดินหน้า-ถอยหลังได้ 105 มม. อีกทั้งยังออกแบบให้ซุ้มล้ออยู่ใต้เบาะพอดีทำให้พื้นที่ช่วงขาไม่ถูกรบกวน

            ห้องโดยสารสามารถนั่งได้สูงสุด 3 คน แต่คนกลางจะลำบากหน่อยเพราะติดเบรกมือ พื้นที่เหนือศีรษะมีพอสำหรับคนตัวสูง 180 ซม. การขึ้นลงรถสะดวก สำหรับทัศนวิสัยต้องยอมรับเลยว่าดีจริง เบาะนั่งสูงเหมือนรถกระบะ กระจกมองข้างใหญ่ดูเต็มตา ขนาดตัวรถที่กะทัดรัดทำให้กะระยะและมองเห็นได้ทั่วถึงทุกด้าน

            สิ่งที่น่าประทับใจคือ Carry ให้วิทยุ 1 DIN ของ Pioneer พร้อมลำโพง 2 ตัวมาเป็นมาตรฐาน คุณภาพเสียงเมื่อฟังปกติถือว่าใช้ได้ ต่อเสียบ USB ก็ได้เช่นกัน ด้านล่างจะเป็นแผงเครื่องปรับอากาศแบบหมุน เย็นไวหายห่วง

พลังที่เพียงพอต่อการใช้งาน

          ขุมพลังของ Carry ใหม่เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร รหัส K15B แบบเดียวกับใน Suzuki Ertiga ให้กำลังสูงสุด 97 แรงม้า ที่ 5,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 135 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง อัตราสิ้นเปลืองซูซูกิเคลมไว้ว่า 13.3 กม./ลิตร

          จุดที่เปลี่ยนแปลงไปจากรุ่นก่อนหน้าคือระบบพวงมาลัยเปลี่ยนจากไฮดรอลิคมาเป็นพาวเวอร์ไฟฟ้า ผ่อนแรงได้มากขึ้น รัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.4 เมตร กลับรถได้โดยไม่ต้องใช้พื้นที่เป็นไร่ ระบบกันสะเทือนหน้าแบบแม็กเฟอร์สันสตรัท พร้อมคอยล์สปริง กันสะเทือนหลังแบบคานแข็งพร้อมแหนบ 5 ชั้น มีการย้ายแหนบไปไว้เหนือเพลา เพื่อการขับขี่ที่ดีขึ้นเมื่อมีน้ำหนักกดลงที่ท้ายกระบะ ระบบเบรกเป็นดรัมเบรกทั้ง 4 ล้อ กระบะท้ายผลิตจากเหล็กผสมกับกัลวาไนซ์ เพิ่มความทนทาน สึกกร่อนยาก และป้องกันการเกิดสนิม

           แม้จะเป็นรถเล็กแต่ซูซูกิก็ยังไม่ลืมปัจจัยที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือความปลอดภัย เจ้า Carry ของเราติดตั้งระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS มาให้แล้ว เบรกมั่ยใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Engine Drag Control ที่ทำงานควบคู่กับเบรก ABS เพื่อตรวจจับว่าเมื่อใดที่ความเร็วเปลี่ยนลงต่ำอย่างรุนแรงจนล้อมีอาการจะล็อก ระบบจะส่งสัญญาณไปเตือนให้เครื่องชดเชยแรงบิดเพิ่ม เพื่อลดทอนการเกิดล้อล็อกจนรถหมุนเสียหลักให้มากที่สุด

การขับขี่

            มาต่อกันที่ส่วนสำคัญที่สุดนั่นก็คือการขับขี่ เครื่องเบนซิน 1.5 ลิตร แรงม้าน้อยนิด กับแรงบิดกระจุ๋มกระจิ๋ม พอได้ขับจริงแล้วดีกว่าที่คาด ด้วยความที่เป็นเกียร์แมนวลด้วยนี่แหละที่เรามองว่ามันยังคงเป็นเสน่ห์สำหรับใครก็ตามที่ชอบการสับเกียร์ การทดสอบครั้งนี้จำลองการใช้งานจริงเลยคือบรรทุกของเต็มท้ายกระบะ ขับจากกรุงเทพฯ ไปฉะเชิงเทรา วิ่งบนการจราจรติดขัดและบนมอเตอร์เวย์

           การขับขี่ในเมืองที่ความเร็วต่ำๆ นั้นเครื่องยนต์มีความนุ่มนวล เดินเรียบ เกียร์ต่ำๆ 1 – 2 ไม่มีอาการสั่นสะเทือนแต่อย่างใด จังหวะกดคันเร่งออกตัวจากแยกไฟแดงด้วยเกียร์ 1 รถก็พุ่งทะยานออกไปโดยไม่รู้สึกว่าอืด

            ต้องชมการการทดเกียร์กระปุก 5 สปีดของซูซูกิที่ทำให้เรารู้สึกประทับใจไม่น้อย จังหวะเปลี่ยนแต่ละเกียร์มีความนุ่มนวล เข้าเกียร์ง่าย มีความยืดหยุ่น และมีการเซ็ทค่าอัตราเกียร์กับเฟืองท้ายที่เหมาะสมกับการบรรทุก ถ้าได้ลองขับจะรู้ว่า Carry นั้นขับง่ายเป็นมิตรกับทุกเพศทุกวัย ไม่ต้องค่อยกังวลเรื่องคาเกียร์สูงในรอบต่ำเท่าใดนัก

             คลัทช์ของ Carry มีระยะยกค่อนข้างสูงทำให้ต้องยกเท้าขึ้นมาเหยียบในลักษณะคล้ายกับกดให้แป้นจมมิดเพื่อเปลี่ยนเกียร์ถ้าคนที่ยังไม่ชินขับไปนานๆ อาจจะเมื่อยได้ แต่น้ำหนักของมันนุ่มสบายมาก คลัทช์ลักษณะนี้ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนใช้ใงานในเมืองเป็นหลักเพราะมันนุ่มแถมยังมีช่วงการส่งถ่ายกำลังจากเครื่องสู่แผ่นคลัทช์ไปยังล้อค่อนข้างตื้น กล่าวคือเหยียบคลัทช์จนสุด เข้าเกียร์ 1 แล้วผ่อนน้ำหนักเท้าออกจากแป้นคลัทช์เพียงเล็กน้อยรถก็จะเริ่มไหลออกตัวบนทางราบแล้ว

            พวงมาลัยไฟฟ้าของ Carry เบาแรงลงไปเยอะมากโดยเฉพาะเมื่อขับความเร็วต่ำ หมุนง่าย ระยะฟรีน้อย หน้ารถตอบสนองไว ทำให้การลัดเลาะเปลี่ยนเลนทำได้อย่างคล่องตัว อย่างไรก็ตามเมื่อขับความเร็วสูงเกิน 80 กม./ชม. ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปเป็นอีกอย่างเลย ด้วยความที่หัวเก๋งมีขนาดใหญ่ ยิ่งขับเร็วแรงต้านจากลมยิ่งมากขึ้น ประกอบกับรถคันนี้ออกแบบเพื่อการบรรทุกไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ความเร็ว ดังนั้นเมื่อขับความเร็วสูงรถจะไม่นิ่ง ต้องคอยประคองพวงมาลัยไว้ให้มั่น ดังนั้นควรขับสองมือเพื่อความมั่งคงเมื่ออยากใช้ความเร็วสูง อย่างไรก็ตาม พวงมาลัยก็ตอยสนองในการเข้าโค้งได้ดี แม่น เที่ยงตรง ควบคุมง่ายโดยไม่เหนื่อย

            จากการที่เราต้องบรรทุกของไปด้วย 100 กิโลกรัม เราจึงได้รู้ว่า Carry รองรับแรงสะเทือนได้ดีมากเมื่อขับความเร็วต่ำ เจออุปสรรคบนผิวทางรถไม่กระด้างตึงตังอย่างที่คิด จะมีเด้งๆ หน่อยก็ตอนขับรูดผ่านลูกระนาดเตี้ยๆ พอใช้ความเร็วเดินทางราว 80-100 กม./ชม. รถมีความนิ่งดีในทางตรง เกาะถนนพอสมควร แต่พอเจอโค้งรถจะมีอาการหน้าดื้อบานออกจากโค้ง แก้ไขโดยการลดความเร็วก่อนเข้าโค้งจะทำให้ควบคุมได้ง่ายขึ้น ดังนั้นการขับ Carry จะเอานิสัยชอบสาด ชอบปาด ชอบมุด แบบตอนขับเก๋งหนึบๆ ช่วงล่างดีๆ มาใช้ไม่ได้เป็นอันขาด เพราะรถมันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการขับขี่แบบนั้น

             ด้านระบบเบรกให้ความมั่นใจได้ดีตามมาตรฐาน การขับรถบรรทุกควรเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าปกติเล็กน้อยกันเหนียวไว้ก่อน เพราะยังไงเบรกก็หนึบไม่สู้รถยนต์นั่ง แต่ Carry ก็มอบความอุ่นใจได้ในระดับหนึ่งด้วย ABS ฟีลลิ่งแป้นเบรกจะออกแนวนุ่มๆ มีระยะฟรีพอประมาณ แต่ก็ตอบสนองต่อน้ำหนักการเหยียบได้ดี

             ด้านเสียงรบกวนอย่าไปคาดหวังมากแต่โดยรวมก็ทำได้ดีกว่าโฉมก่อนหน้า ที่ความเร็วต่ำไม่เกิน 60 กม./ชม. ห้องโดยสารป้องกันเสียงภายนอกได้ดี เสียงเครื่องยนต์เงียบ ฟังเพลงหรือพูดคุยยังไม่ต้องใช้เสียงดังมาก แต่พอเกิน 70 กม./ชม. ไปแล้วเสียงทุกอย่างจะประดังเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ตามความเร็วที่เพิ่มขึ้น ทั้งเสียงลม เสียงถนน เสียงช่วงล่าง เสียงยาง ได้ยินครบ รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ที่ดังลั่นมากตอยใช้รอบสูงๆ ต้องเร่งวอลลุ่มเพลงหรือไม่ก็ต้องเพิ่มระดับเสียงการสนทนาให้ดังขึ้น

สรุปความน่าใช้

           Carry ใหม่ดีขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าในหลายๆ ด้าน ที่ชัดเจนเลยคือเรื่องความสามารถในการบรรทุกที่ตอบโจทย์มากๆ ทุกอย่างถูกคิดมาเป็นอย่างดีเพื่อให้การใช้งานจริงที่ไม่มีปัญหาอุปสรรค เห็นคันเล็กๆ แต่ใช้งานได้คุ้มเกินตัวมากๆ ต่อมาเป็นอุปกรณ์ที่ให้มาเพียงพอกับความต้องการกับรถราคาไม่เกิน 400,000 บาท ระบบความปลอดภัยดีขึ้น ภายในเป็นมิตรมากขึ้น ด้านการขับขี่เห็นได้ชัดว่ารถคันนี้ออกแบบมาเพื่อการใช้งาน เพื่อการบรรทุก ดังนั้นใช้มันให้ถูกให้ควรกับคุณสมบัติที่เขาผลิตมา พละกำลังเครื่องยนต์มีแบบเหลือๆ ต่อให้บรรทุกเกินกว่านี้ก็ยังไหว เกียร์ดี คุณภาพการขับขี่ดี แต่ยิ่งขับเร็วยิ่งต้องมีสติ

            สำหรับเราแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจกับ Carry ใหม่ราคา 385,000 บาท นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า คุณจะได้คุณที่คับแก้วและจะไม่รู้สึกเสียดายเงินที่ลงทุนไป รถคันนี้สามารถนำไปต่อยอดความฝันได้อีกไม่รู้จบ จะนำไปต่อเติมเป็นฟู๊ดทรัค ร้านค้าเคลื่อนที่ รถบริการเคลื่อนที่ หรือจะเอาไปใช้ในงานบรรทุกขนส่งสินค้าก็สามารถทำได้อย่างขัดเขิน ที่สำคัญรถเล็กแบบนี้ประหยัดอยู่แล้วไม่ต้องห่วง ดูแลรักษาง่าย ระบบไม่เยอะ ไม่จุกจิก ค่าบำรุงรักษาต่ำ แค่นี้ก็น่าจะเพียงพอแล้วล่ะสำหรับผู้ประกอบการ แล้วคุณพร้อมจะให้ Carry เคียงข้างไปทุกเส้นทางฝันแล้วหรือยัง?

ขอขอบคุณ ซูซูกิ มอเตอร์ ประเทศไทย สำหรับกิจกรรมทดสอบในครั้งนี้

ดูข้อมูลรถยนต์เพิ่มเติมที่ www.suzuki.co.th หรือ www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

Gallery

Top