For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
โตโยต้าเดินหน้าสร้างเมืองสีเขียว ต่อยอดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ปีที่ 15

โตโยต้าเดินหน้าสร้างเมืองสีเขียว ต่อยอดกิจกรรมปลูกป่าชายเลน ปีที่ 15

          โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะอาสาสมัคร จำนวนกว่า 7,000 คน ร่วมกิจกรรมปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนจำนวน 50,000 ต้น และเก็บขยะชายเลน เมื่อวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ 

           กิจกรรมโตโยต้าปลูกป่าชายเลน ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 จากความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย  ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก และ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนบางปู ป่าชายเลนปากแม่น้ำผืนสุดท้ายของภาคกลาง ให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัยของสัตว์ ในระบบนิเวศชายเลน โดยตลอดระยะเวลา 15 ปี ได้ร่วมกันปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ไปแล้วรวมทั้งสิ้นกว่า 642,800 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 8,400 ตันต่อปี

           สำหรับกิจกรรมปลูกป่าชายเลนในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครกว่า 5,000 คน อันประกอบด้วย ตัวแทนจากบริษัทในเครือโตโยต้า กลุ่มพนักงานโตโยต้าและครอบครัว สมาชิกชมรมโตโยต้าจิตอาสา สมาชิกเครือข่าย Toyota CSR Facebook สมาชิก e-TOYOTACLUB ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ตลอดจนตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสมุทรปราการ กองทัพบก และประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมแรงร่วมใจปลูกพันธุ์ไม้ชายเลน กว่า 50,000 ต้น ประกอบด้วย ต้นโกงกาง แสมขาว และลำพู เพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนครอบคลุมบริเวณกว่า 9 ไร่

          นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกที่ได้มีการขยายผลด้วยการจัด กิจกรรมเก็บขยะชายเลน ซึ่งดำเนินงานโดยอาสาสมัครกว่า 2,000 คน จากเครือข่าย Thailand Biodiversity Network Alliance (B-DNA) กลุ่มพันธมิตรระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร (NGOs) ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายบทบาทของภาคเอกชนต่อการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม และการอนุรักษ์ไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง โตโยต้าและบริษัทในเครือ ร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (IUCN) โดยภายในงานได้มีการจัดเก็บ และคัดแยกขยะ 8 ประเภท ได้แก่ ขยะพลาสติก ขวดPET ขวดแก้ว โลหะและกระป๋อง ผ้าและยาง โฟม ขยะมูลฝอยทั่วไป และขยะอันตราย ได้เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นกว่า 2.8 ตัน เพื่อนำไปกำจัด รีไซเคิล อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป

Top