For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
GO ANYWHERE N.I.D.E.  ตะลุยเมียนมาร์ 5 วัน 4 คืน 1,015 กม. กับคาราวานนิสสัน

GO ANYWHERE N.I.D.E. ตะลุยเมียนมาร์ 5 วัน 4 คืน 1,015 กม. กับคาราวานนิสสัน

         นิสสัน ประเทศไทย สร้างปรากฏการณ์ใหม่ของการขับขี่รถยนต์ข้ามประเทศ ชวนสื่อมวลชนร่วมผจญภัยสุดมันส์ที่ประเทศเมียนมาร์ ความพิเศษคือนี่เป็นทริปขับขี่แบบคาราวานที่เดินทางข้ามประเทศจากภาคใต้สู่ภาคเหนือของเมียนมาร์เป็นครั้งแรกโดยที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ระยะทางรวมทั้งหมดกว่า 3,000 กม. เริ่มตั้งแต่ประเทศไทยที่กรุงเทพ มุ่งหน้าสู่ จ.กาญจนบุรี เข้าสู่เมียนมาร์ที่จุดผ่านแดนภูน้ำร้อน มุ่งหน้าสู่เมืองทวาย – มะละแหม่ง – พะโค – ย่างกุ้ง – เนปีดอว์ – พุกาม – มิงกุน – มัณฑะเลย์ – ทะเลสาบอินเล – น้ำจ๋าง – เชียงตุง ก่อนข้ามแดนกลับสู่ประเทศไทยและสิ้นสุดการเดินทางที่จังหวัดเชียงราย

            การเดินทางทั้งหมดแบ่งเป็น 3 กลุ่ม WHATCAR? ได้อยู่ในกลุ่มที่ 3 รับหน้าที่ตั้งแต่เมืองมัณฑะเลย์ถึง จ.เชียงราย ระยะทางรวมกว่า 1,015 กม. อาจเพราะเราเป็นกลุ่มสุดท้ายทริปนี้จึงใช้เวลายาวนานที่สุด 5 วัน 4 คืน แถมยังเป็นการขับขี่บนเส้นทางที่มีทิวทัศน์งดงามที่สุดพร้อมกับภูมิประเทศที่มีความท้าทายในรัฐฉานตอนเหนือของเมียนมาร์ เป็นการปิดท้ายแบบสวยๆ พร้อมกับความประทับใจ

            ทริปนี้เริ่มต้นที่เมืองมัณฑะเลย์ เราบินลัดฟ้าจากกรุงเทพมาลงที่มัณฑะเลย์โดยสายการบิน Bangkok Airways ในช่วงเย็น แล้วจึงเดินทางเข้าเมือง รับประทานอาหารเย็น และเข้าพักที่ โรงแรม Mercure Mandalay Hill วันต่อมาจะเป็นการเริ่มต้นเดินทางอย่างเป็นทางการ ในช่วงเช้าเราได้เที่ยวชมเมืองมัณฑะเลย์และเข้าไปสักการะเจดีย์กุโสดอว์ เจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมัณฑะเลย์ ก่อนจะออกเดินทางสู่จุดหมายแรกคือทะเลสาบอินเล

            มัณฑะเลย์เป็นเมืองใหญ่อับดับ 2 ของพม่า ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอิรวดี เป็นเมืองที่มีความสำคัญและเป็นศูนย์กลางการค้าทางตอนเหนือของพม่า การเดินทางในเมืองมัณฑะเลย์ต้องเผชิญกับกับการจราจรที่คับคั่งไปด้วยรถนานาชนิด ทำให้ใช้เวลาพอสมควรก่าจะหลุดออกมาได้ โชคดีที่รถนิสสันมีระบบช่วยเหลืออย่างกล้องมองภาพรอบทิศทาง รวมถึงระบบเตือนจุดอับสายตา ทำให้การขับขี่ในเมืองเป็นไปด้วยความปลอดภัย

            เมื่อออกจากมัณฑะเลย์ คาราวานนิสสันจะต้องเจอกับความท้าทายของสภาพเส้นทางที่เป็นภูเขาสูงชันไปจนถึงทะเลสาบอินเล ถนนส่วนใหญ่ยังอยู่ในระหว่างก่อสร้างและเป็นทางดินลูกรังบางช่วง แต่ด้วยความยอดเยี่ยมของเครื่องยนต์ในรถนิสสันทั้ง 3 รุ่นทั้ง Terra, Navara และ X-Trial ทำให้ทุกคันสามารถรับมือกับความท้าทายและอุปสรรคทุกรูปแบบได้สบายมาก ประกอบกับระบบกันสะเทือนอันโดดเด่นโดยเฉพาะ Terra ที่เป็นแบบ 5-Link ทำให้ลดอาการโคลงตัวของรถ มอบการขับขี่ที่นุ่มสบายและราบรื่นผ่านทางโค้งคดเคี้ยวของเทือกเขาได้อย่างน่าประทับใจ หลังจากขับขี่อย่างหนักหน่วงมาเกือบทั้งวัน เจอสภาพการจราจรและสภาพถนนในทกรูปแบบ ในที่สุดเราก็ถึงทะเลสาบอินเลในช่วงเย็น คืนนี้พักที่ Hupin Hotel & Resort  

            เช้าวันต่อมาทานอาหารเช้าของโรงแรม ต่อด้วยโปรแกรมนั่งเรืองชมความงามของทะเลสาบอินเล ทะเลสาบอินเลเป็นเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของพม่า ครอบคลุมพื้นที่กว่า 116 ตร.กม. รอบๆ ทะเลสาบเป็นที่อยู่อาศัยของชาวอี้นต้า มีอาชีพเกษตรกรรมและประมง ที่เห็นลีลาผาดโผนบนเรือบนเรือนี่แหละใช่เลย บรรยากาศที่นี่สดชื่นมาก ธรรมชาติสวยงามคลอกับหมอกเบาๆ ยามเช้า ต่อด้วยการไปเยี่ยมชมเจดีย์ป่าวต่ออูที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเสสาบอินเล หนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพบูชามากที่สุดเมียนมาร์

            ภายหลังจากการเข้าสักการะเยี่ยมชม คาราวานนิสสันเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านอินปอค่อน ศูนย์กลางแห่งการทอผ้าใยบัวและไหมด้วยมือจากกี่ทอผ้าที่ทำจากไม้แบบของเมียนมาร์ดั้งเดิม จบจากหมู่บ้านอินปอค่อน เราต้องเดินทางอีก 165 กม. ผ่านเมืองตองยี สู่เมืองน้ำจ๋าง และเข้าพักที่ Golden Fish Hotel ซึ่งสภาพเส้นทางยังคงมีความท้าทาย ต้องขับผ่านภูเขาสูงชัน ด้านหนึ่งเป็นผาด้านหนึ่งเป็นเหว ถนนเป็นทางลาดยางแคบๆ พอรถสวนกันได้ ต้องบอกเลยว่าสภาพถนนของไทยเราดีกว่าที่พม่าเยอะ แต่คาราวานนิสสันก็เอาตัวรอดได้ฉลุย

            วันที่ 4 เราต้องเดินทางจากน้ำจ๋างไปเชียงตุง ระยะทางวันนี้ไกลสุด 334 กม. แต่เส้นทางก็สวยที่สุดเช่นกัน ระหว่างทางเราได้แวะหมู่บ้านชนเผ่าปะหล่อง ชนเผ่านี้เป็นชนเผ่าดั้งเดิมที่อพยพมาจากจีน มีภาษาพูดเป็นของตัวเอง ผู้คนในชุมชนมักแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสวยงาม ถือว่าเป็นชนเผ่าที่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ที่นี่ทางตัวแทนของนิสันได้มอบขนมและข้าวของเครื่องใช้เล็กๆ น้อยๆ ให้กับเด็กๆ ไว้ด้วย สร้างความสุขและรอยยิ้มกันถ้วนหน้า

            หลังจากเยี่ยมชมชนเผ่าปะหล่องแล้ว คาราวานนิสสันก็สตาร์ทรถเดินหน้าสู่เชียงตุงกันต่อ เส้นทางช่วงนี้ขอบอกว่าสุดจริงเพราะทิวทัศน์สองข้างทางนั้นสวยงามตระการตามาก ถนนก็พาเราลัดเลาะป่าเขาไปเรื่อยๆ จุดที่เป็นไฮไลท์คือจุดชมวิวที่เป็นโค้งตัว U ที่เราได้แวะถ่ายภาพกัน ด้วยความที่ระยะทางวันนี้ค่อนข้างไกลเกิน 300 กม. และเส้นทางส่วนใหญ่มีความคดเคี้ยวและขึ้น-ลงเขา วันนี้เราจึงถึงเชียงตุงในตอนกลางคืนและเข้าพักที่ Amazing Keng Tung Resort

            Nissan Terra ของเรามีทั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบป้องกันการลื่นไถล และยังสามารถเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนจากล้อหลังเป็น 4 ล้อได้โดยไม่ต้องหยุดรถ ทำให้การขับขี่บนทางออฟโรดกลายเป็นเรื่องง่าย แม้การเดินทางทริปนี้อาจไม่ได้ใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเลยแต่การมีระบบเหล่านี้ไว้ก็ช่วยให้อุ่นใจและมั่นใจได้ว่ารถสามารถลุยอุปสรรคได้จริง

            วันที่ 5 วันสุดท้ายของทริปสุดยาวไกล เช้าวันนี้เรามีเวลาพอสมควรจึงได้มีโอกาสไม่เดินเล่นชมวิถีชีวิตชาวเมืองเชียงตุง ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่าย บรรยากาศตอนเช้าคล้ายต่างจังหวัดของบ้านเรา พร้อมกันนี้ยังได้เข้าไปเที่ยววัดจอมศักดิ์และวัดพระธาตุจอมคำศูนย์รวมใจของชาวเมืองเชียงตุง ช่วงสายคาราวานนิสสันเริ่มออกเดินทางจากเชียงตุงมุ่งหน้ากลับสู่ประเทศไทย วันนี้ระยะทางไม่ใกล้ไม่ไกล 217 กม. ผ่านด่านชายแดนท่าขี้เหล็กเข้าสู่อำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ถึงตลาดชายแดนทั้งทีก็ต้องแวะเที่ยวตลาดท่าขี้เหล็กกันสักเล็กน้อย เราได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีกล้องรอบคันและกระจกมองหลังอัจฉริยะอีกครั้งในการขับรถผ่านพื้นที่คับแคบพร้อมกับสัมภาระที่บรรทุกมาเต็มหลังรถ นอกจากนี้รถยนต์นิสสันทั้ง 3 รุ่นยังป้องกันเสียงบรรยากาศอันคึกคักของตลาดชายแดนได้เป็นอย่างดี

            ข้ามชายแดนมาเสร็จก็แวะทานอาหารกลางวันในช่วงบ่าย ก่อนจะเดินทางไปสนามบินแม่ฟ้าหลวงขึ้นเครื่องบิน Bangkok Airways เดินทางกลับกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ เป็นอันจบทริป GO ANYWHERE N.I.D.E. พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจไม่มีลืม

            เมียนมาร์ หรือ พม่า เป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยทีธรรมชาติยังมีความสดและสมบูรณ์อยู่มาก ด้วยความที่เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน เมียนมาร์กำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่ต้องการแสวงหาพื้นที่ใหม่ๆ บวกกับความเจริญที่กำลังคืบคลานเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้ประเทศนี้ไม่น่ากังวลเหมือนเช่นในอดีตแล้ว ทริป GO ANYWHERE N.I.D.E. ของนิสสันแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานที่จะทำในสิ่งที่ยังไม่มีใครเคยทำ ระยะทางกว่า 3,000 กม. ทั่วประเทศพม่าเป็นการพิสูจน์สมรรถนะของ Nissan Terra, Nissan Navara และ Nissan X-Trail ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Nissan Intellignt Mobility ถึงความยอดเยี่ยมทั้งในด้านสมรรถนะ การขับขี่ ความสะดวกสบาย รวมถึงทุกระบบทุกเทคโนโลยีที่มีมาในรถสามารถใช้งานได้จริง ขอขอบคุณ นิสสัน ประเทศไทย ที่ให้ WHATCAR? Thailand ได้เป็นส่วนหนึ่งของทริปสุดมันส์ในครั้งนี้

Gallery

Top