For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
MG 6

MG 6

รถซีดานน่าขับ แต่ยังไม่มีทีท่าขยับเข้าไทย!

คงจะไม่เนิ่นนานเกินไป ถ้าจะปลุกความทรงจำของรถเก๋งรุ่นใหญ่อย่างเอ็มจี 6 อันถือเป็นรถรุ่นแรกที่นำมาเปิดตัวไปพร้อมๆ กับแบรนด์เอ็มจีในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และทำให้ปรัชญาการออกแบบ Brith Dynamic เข้ามาสู่ความสนใจและติดตามของคนทั่วไป ด้วยรูปลักษณ์อันปราดเปรียว ล้ำสมัย และเปี่ยมด้วยสมรรถนะการขับขี่อย่างไร้ข้อกังขา

จริงๆ แล้ว น่าจะถึงเวลาเปลี่ยนโฉมของรถยนต์รุ่นนี้ในประเทศไทยแล้ว แต่กลับยังไม่มีการขยับเขยื้อนใดๆ เกิดขึ้น ด้วยโมเดลรถรุ่นใหม่ๆ อย่างเอ็มจี แซดเอส และเอ็มจี 3 นั้น ประสบความสำเร็จและทำตลาดอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง ต่างจากในประเทศจีนที่มีการเปิดตัวเอ็มจี 6 รุ่นขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ และ eMG 6 ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการนำมาโชว์ตัวในงาน Auto Shanghai 2019 

กระจังหน้าที่กว้างและเชื่อมต่อกับเรียวดวงไฟหน้าทั้งสองข้างนั้นดูสวยงามและลงตัว รับกับเส้นสายและมัดกล้ามบนสันของฝากระโปรงหน้า ก่อนจะปะโลโก้เอ็มจีขนาดใหญ่เตะตาตรงกลางกระจังหน้าอย่างโดดเด่น ส่วนไฟท้ายนั้นเป็นแบบแอลอีดี เพลทล้ำสมัย และเพิ่มความสปอร์ตและดุดันเข้าไปด้วยกรอบกระจกมองข้างสีดำ รวมถึงล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำ

เอ็มจี 6 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 เทอร์โบ ส่งกำลังด้วยเกียร์ DCT 7 สปีด ให้กำลังอย่างทันอกทันใจและลื่นไหลในการขับเคลื่อนไม่มีสะดุด ให้กำลังสูงสุด 169 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดที่ 250 นิวตันเมตรตั้งแต่ 1,700 รอบ ส่วนภายในติดตั้งที่นั่งแบบสปอร์ต มีหลังคาซันรูฟเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมหน้าจอแบบทัช สกรีนขนาด 8 นิ้วบนคอนโซลกลาง สำหรับสั่งการทำงานของรถ เชื่อมต่อการสื่อสาร และระบบความบันเทิงต่างๆ 

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมอบความสะดวกสบายในการขับขี่ ด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกส่วน มีช่องใส่สัมภาระจุกจิกภายในห้องโดยสารมากถึง 22 จุด ส่วนระบบความปลอดภัยนั้น ติดตั้งมาให้ครบถ้วนทุกระบบเท่าที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบัน พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง สามารถเข้า-ออกรถง่ายๆ เพียงพกกุญแจเอาไว้กับตัวเท่านั้น รวมถึงมีกล้องส่องมองเวลาถอยหลัง พร้อมเส้นนำทางการถอย

ด้วยคุณสมบัติข้างต้นที่ได้กล่าวมาทั้งหมด บวกกับประสบการณ์ได้ลองขับในสนามทดสอบของ SAIC แล้ว กล้าพูดได้ว่า นี่คือรถซีดานชั้นดีอีกหนึ่งคัน ณ เวลาปัจจุบัน ด้วยคุณสมบัติขับสนุก สามารถทำความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 7.1 วินาทีจริง ขณะที่การขับสลาลมทดสอบบนเส้นทางโค้งพับไป-มายาวเหยียดสะใจนั้น ก็ให้ผลลัพธ์การขับขี่ที่ดีมากจริงๆ

แต่ก็อย่างที่กล่าวเอาไว้เบื้องต้นแล้วว่า “นี่คือรถซีดานที่น่าขับ แต่ยังไม่มีทีท่าขยับเข้ามาเมืองไทย!”

Top