For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
New Audi S6 & S7 Sportback ยกระดับความสปอร์ต ร้อนแรงด้วยเครื่องดีเซล V6 345 แรงม้า

New Audi S6 & S7 Sportback ยกระดับความสปอร์ต ร้อนแรงด้วยเครื่องดีเซล V6 345 แรงม้า

        Audi เผยภาพแรกและรายละเอียดทางเทคนิคของ S6 และ S7 Sportback รุ่นใหม่

        S6 มีทั้งตัวถังSaloon และ Avant ส่วน S7 เป็นคูเป้ 4 ประตู เครื่องยนต์เปลี่ยนจากเบนซิน V8 เดิมของ S6 และ S7 ตัวเก่า มาเป็น ดีเซล V6 ที่จับคู่กับชุด Electric Compressor และระบบ Mild Hybrid 48V พละกำลังที่ได้คือ 345 แรงม้า เครื่องยนต์ใหม่นี้ให้แรงม้าลดลงจากเครื่อง V6 ตัวเก่าเกือบ 100 แรงม้า แต่มีแรงบิดสูงสุดมากกว่าที่ 700 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบต่อนาที

        ชุด Electric Compressor มีหน้าที่เพิ่มการอัดอากาศเข้าห้องเผาไหม้ขณะเครื่องยนต์อยู่ในย่านรอบต่ำช่วงเริ่มขยับจากรอบเดินเบาก่อนที่เทอร์โบจะเริ่มทำงาน ความฉับไวในการทำงานของกระบวนการนี้อยู่ที่ 0.250 วินาที ผลที่ได้คือเครื่องยนต์จะตอบสนองเร็วขึ้น รอบมาไวขึ้น ทำให้การออกตัวจากจุดหยุดนิ่งต่อเนื่องและเร็วกว่าเดิม

         S6 Saloon มาพร้อมอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 5 วินาที ส่วน S6 Avant และ S7 Sportback ช้ากว่าประมาณ 1 วินาที ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดไว้ที่ 250 กม./ชม. ในทุกตัวถัง

         ทั้ง S6 และ S7 Sportback ใช้ระบบ Mild Hybrid 48V ตัวเดียวกันกับ A6 และ A7 มาตรฐาน ระบบนี้จะมาช่วยเพิ่มอัตราเร่งและช่วยทำงานแทนเครื่องยนต์เมื่อความเร็วต่ำกว่า 22 กม./ชม. แน่นอนว่าความประหยัดมีดีกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างแน่นอน S6 และ S7 ใหม่มีอัตราสิ้นเปลืองทางการที่ 15.2 – 16.2 กม./ลิตร ขึ้นอยู่กับแต่ละรูปแบบตัวถัง ล้อและยางมีให้เลือกหลายสเปก อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุด 164 กรัม/กม. ขึ้นอยู่กับสเปกที่เลือก

        ช่วงล่างของ S6 และ S7 ใหม่มาพร้อมระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตและชุดโช๊คอัพแบบแปรผันที่สามารถลดความสูงของตัวรถลงได้ 20 มม. (S7 ลดได้ 10 มม.) อุปกรณ์สำหรับเพิ่มความนุ่มสบายขณะขับขี่อย่างชุดกันสะเทือนถุงลมแบบแปรผันมีให้เลือกเป็นออปชั่นเสริม ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ส่วนระบบเลี้ยว 4 ล้อ มีเป็นออปชั่นเสริม

        ด้วยความที่ S6 และ S7 ใหม่ เป็นรุ่นที่อัพเกรดเครื่องยนต์และสมรรถนะขึ้นมาจากรุ่นปกติ ดังนั้นดีไซน์ภายนอกของมันจึงได้รับอิทธิพลความสปอร์ตและดุดันมาจากรถในตระกูล RS เริ่มที่ปลายท่อไอเสียแบบ 4 ท่อ กันชนหน้า-หลังแบบสปอร์ต ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ตราสัญลักษณ์ S และกระจังหน้าขนาดใหญ่สร้างความโดดเด่นจากรถ Audi รุ่นปกติทั่วไป ภายในมาพร้อมกับเบาะนั่งแบบสปอร์ตและวัสดุตกแต่งแบบใหม่ที่ให้ความสปอร์ตขึ้นอีกหลายขุม

Gallery

Top