For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
ประกาศผลรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี What Car? Car of The Year 2019

ประกาศผลรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี What Car? Car of The Year 2019

จากซิตี้คาร์ไปถึงคอนเวอร์ทิเบิล และจากเอสยูวีไปจนถึงสปอร์ตคาร์ เรามอบรางวัลอันทรงเกียรติให้กับรถยนต์ในทุกประเภทที่เปิดตัวในปี 2019 และมอบมงกุฎให้กับ Overall Champion ที่มีได้เพียงหนึ่งเดียว

เป็นประจำทุกปีที่นิตยสาร What Car? UK จะประกาศผลรางวัล What Car? Car of the Year ซึ่งจัดติดต่อกันมากว่า 42 ปีแล้ว ด้วยความน่าเชื่อถือ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน การประกาศผลรางวันนี้จึงได้รับการยอมรับในวงกว้าง เปรียบได้กับงานประกาศผลรางวัลออสการ์แห่งวงการรถยนต์ยุโรป

ภาพรวมของ What Car? Car of the Year 2019 มีการเพิ่มประเภทรถยนต์เข้ามาใหม่จากปีที่แล้ว ประกอบด้วย Plug-in hybrid, Sports SUV และ Pick-up ในส่วนของรางวัล Performance Car และ Sports Car แต่เดิมเป็นประเภทเดียวกัน ในปีนี้จะถูกแยกออกเป็น 2 รางวัล และยังมีรางวัล Reader Award ซึ่งจะมอบให้กับรถยนต์ที่ผู้อ่านอยากจะเห็นการเปิดตัวในปีนี้โดยตัดสินจากผลโหวตสาธารณะ รวมรางวัลทั้งหมดในปีนี้กว่า 24 รางวัล

แชมป์ของรถยนต์แต่ละประเภทจะผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเพื่อตัดสินหา Overall Champion หรือรถยนต์แห่งปี ซึ่งในปี 2018 ที่ผ่านมาเจ้าของตำแหน่งนี้ได้แก่ Volvo XC40 ไปดูกันดีกว่าว่า 24 รางวัลประจำปีนี้จะเป็นของรถรุ่นใด ส่วนรางวัล Car of the Year 2019 บอกใบ้ให้ว่าเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายมากๆ

1. City car

  • ผู้เข้าชิง: Suzuki Celerio, Skoda Citigo, Kia Picanto
  • ผู้ชนะ: Kia Picanto

ซิตี้คาร์จากแดนกิมจิมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่คุ้มค่า ผสมผสานกับพื้นที่ภายในห้องโดยสาร สมรรถนะเครืองยนต์ และความสะดวกสบายที่เหมาะสมลงตัว ซึ่งมันคว้าตำแหน่งนี้เป็นปีที่ 2 ติดต่อกันแล้ว

2. Small car

  • ผู้เข้าชิง: Dacia Sandero, Volkswagen Polo, Audi A1 Sportback
  • ผู้ชนะ: Volkswagen Polo

Polo คือมาตรฐานของความสะดวกสบาย การใช้งานได้จริง และความประณีตในการขับขี่สำหรับรถในคลาสนี้ เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตรของทั้งทรงพลังและยังประหยัดน้ำมัน ทำให้มันเหมาะสำหรับการซื้อมาขับระยะยาว เหตุผลสำคัญอีกประการคือความคุ้มค่าคุ้มราคาที่ VW เชี่ยวชาญมากในด้านนี้

3. Family car

  • ผู้เข้าชิง: Kia Ceed, Skoda Octavia, Mercedes-Benz A-Class
  • ผู้ชนะ: Skoda Octavia

Octavia ขึ้นชื่อในเรื่องความสะดวกสบาย กว้างขวาง การใช้งานจริง และอุปกรณ์ที่มากมายเกินราคาค่าตัว เมื่อเทียบคุณสมบัติทั้งหมดนี้กับผู้เข้าชิงอีก 2 คัน ไม่มีคันไหนทำได้ดีกว่า Octavia

4. Small SUV

  • ผู้เข้าชิง: Suzuki Ignis, Seat Arona, Volkswagen T-Roc
  • ผู้ชนะ: Seat Arona

Arona อาจเป็นแค่เอสยูวีคันเล็กๆ แต่มันก็เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นความอเนกประสงค์ การขับขี่ อุปกรณ์มาตรฐาน รวมถึงราคาที่ดีงาม ซึ่งทั้งหมดดีกว่าผู้ท้าชิงอีก 2 คัน

5. Family SUV

  • ผู้เข้าชิง: Dacia Duster, Skoda Karoq, Volvo XC40
  • ผู้ชนะ: Volvo XC40

Car of the year 2018 ยังคงเป็นเอสยูวีครอบครัวที่ยอดเยี่ยมที่สุด XC40 มาพร้อมกับความพรีเมียมหรูหรา การใช้งานจริงที่ยอดเยี่ยม และมีไลน์อัพเครื่องยนต์และระดับตกแต่งให้เลือกหลากหลายตรงตามความต้องการของผู้ใช้รถทุกกลุ่ม   

6. Large SUV

  • ผู้เข้าชิง: Mazda CX-5, Peugeot 5008, Audi Q5
  • ผู้ชนะ: Peugeot 5008

5008 จับคู่คุณภาพและเทคโนโลยีที่พบเห็นได้ในเอสยูวีราคาแพงเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว มันยังมีค่าใช้จ่ายต่อการใช้งานที่ถูก การใช้งานจริงดีเยี่ยม และมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม นี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดหากจะอัพเกรดจาก Family SUV

7. Luxury SUV

  • ผู้เข้าชิง: Land Rover Discovery, Audi Q7, Bentley Bentayga V8
  • ผู้ชนะ: Audi Q7

นี่คือเอสยูวีที่ดีเยี่ยมรอบด้าน Q7 โดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Luxury SUV มันขับดีที่สุด มีระบบสาระบันเทิงที่ยอดเยี่ยมและใช้งานง่ายที่สุดแม้จะกำลังขับรถอยู่ก็ตาม สำหรับเราแล้ว เป็นเรื่องยากมากที่จะมีเอสยูวีคันไหนมาโค่นบัลลังก์ของ Q7 ลงได้

8. Sports SUV

  • ผู้เข้าชิง: Cupra Ateca, BMW X3 M40i, Alfa Romeo Stelvio Quadrifoglio
  • ผู้ชนะ: Cupra Ateca

Cupra เป็นแบรนด์ที่แยกตัวออกมาจาก Seat เพื่อมุ่งเน้นทำรถสมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ด้วยจุดเด่นที่ความคุ้มค่าตามแนวทางของแบรนด์ และการขับขี่ที่ได้รับการปรุงแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อเน้นความสนุกสนานเป็นหลัก ทำให้ Ateca ชนะใจเราไปที่สุด Ateca ยังเป็นรถที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในจำนวนผู้เข้าชิงทั้ง 3 คัน

9. MPV

  • ผู้เข้าชิง: Citroën Berlingo, Volkswagen Touran, Ford Galaxy
  • ผู้ชนะ – Citroën Berlingo

Berlingo อาจจะมีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มผู้เข้าชิง แต่คุณจะพบกับความสวยงามและความคุมค่ากับเงินที่จ่ายไป การขับขี่นุ่มนวลกว่าอีกสองคันเหมือนกับราคาค่าตัวที่ถูกกว่าเยอะ ขณะที่สมรรถนะและความประหยัดก็อยู่ในระดับเดียวกัน นี่จึงเหมาะสำหรับเป็นม้างานในระยะยาว

10. Estate car

  • ผู้เข้าชิง: Skoda Fabia Estate, Skoda Superb Estate, BMW 5 Series Touring
  • ผู้ชนะ – Skoda Superb Estate

พื้นที่ คือชื่อของเกมการตัดสินในกลุ่มรถเอสเตท และSkoda Superb Estate ก็คว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยความกว้างขวางของห้องเก็บสัมภาระและพื้นที่ของผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง มันจึงเป็นรถเอสเตทสำหรับครอบครัวที่ดีงามที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

11. Hot Hatch

  • ผู้เข้าชิง: Ford Fiesta ST, Hyundai i30 N, Honda Civic Type R
  • ผู้ชนะ: Honda Civic Type R

Civic Type R เป็นรถที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยแล้วมีความสุขเพราะมันขับขี่ได้นุ่มนวลและยังประหยัดมากๆ ด้วย แต่ถ้าเมื่อใดที่ต้องการความสนุกตื่นเต้น มันก็พร้อมจะแสดงความเกรี้ยวกราดไร้ซึ่งความปราณีออกมาในทันที ตำแหน่งรถขับหน้าที่เร็วที่สุดในสนามนูร์เบิร์กริงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่นอน

12. Covertible

  • ผู้เข้าชิง: Mini Convertible, Audi A3 Cabriolet, Mercedes Benz S-Class Cabriolet
  • ผู้ชนะ: Mercedes Benz S-Class Cabriolet

ด้วยการควบคุมที่ยอดเยี่ยมบวกกับภายในที่หรูหราและกว้างขวาง S-Class Cabriolet คือรถเปิดประทุนที่มหัศจรรย์ที่สุด สมรรถนะของมันไม่ต่างจากสปอร์ตตัวแรง แถมยังเป็นหนึ่งรถที่มีเครื่องยนต์ที่นุ่มนวลที่สุดอีกด้วย

13. Coupé

  • ผู้เข้าชิง: BMW 2 Series, Audi A5 Coupé, Aston Martin DB11 V8
  • ผู้ชนะ: Audi A5 Coupé

A5 ทั้งสวย ขับสนุก และใช้งานจริงได้ดีเยี่ยม ขณะที่ราคาค่าตัวและอุปกรณ์ที่ให้มาก็เหมาะสมซึ่งกันและกัน แถมยังเสื่อมราคาช้า และมีแพ็คเกจอุปกรณ์เสริมให้เลือกมากมายแล้วแต่งบของผู้ซื้อ โดยรวมนี่คือคูเป้ที่เหมาะแก่การเป็นเจ้าของมากที่สุด

14. Sports car

  • ผู้เข้าชิง: Mazda MX-5, Alpine A110, McLaren 570 S Coupé
  • ผู้ชนะ: Alpine A110

Alpine อาจไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในเมืองไทย แต่ที่ยุโรปก็มีชื่อเสียงพอตัว A110 ถือเป็นชัยชนะที่แท้จริงด้วยการมุ่งเน้นไปที่การมีส่วนกับพละกำลังอันมหาศาลของรถ มันเป็นรถพัฒนาขึ้นเพื่อนักขับที่หลงใหลในความเร็วที่สมเหตุสมผล และความได้เปรียบนี้ทำให้มันเหนือกว่าผู้เข้าชิงคันอื่น

15. Performance car

  • ผู้เข้าชิง: Kia Stinger, Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio, Mercedes-AMG E63 S Estate
  • ผู้ชนะ – Alfa Romeo Giulia Quadrifoglio

Giulia Quadrifoglio เข้าวินมาเป็นสมัยที่ 2 มันมาพร้อมกับภายในที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย อุปกรณ์มาตรฐานแบบซาลูนหรู ราคาที่เหมาะสม และสมรรถนะการขับขี่ที่น่าทึ่ง แม้ปีที่แล้วมันจะไม่ใช่ผู้ชนะเนื่องด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่เมื่อปีนี้มีการแยกประเภท Performance car ออกมาใหม่ จะมีรถคันไหนเหมาะกับแชมป์รายการนี้เท่ากับ Giulia อีกแล้ว

16. Electric car

  • ผู้เข้าชิง: Renault Zoe, Kia e-Niro, Jaguar I-Pace
  • ผู้ชนะ: Kia e-Niro

การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ยังไม่ได้รับการยอมรับนั้นเป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่สามารถจ่ายได้ในราคาที่สูงซึ่งเป็นสาเหตุที่ e-Niro เป็นผู้เปลี่ยนเกม มันสามารถขับขี่ได้ไกลกว่าคู่แข่งที่มีราคามากกว่าสองเท่า มีพื้นที่ภายในมากกว่า และให้ความสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความนิ่งสงบ มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยม

17. Hybrid car

  • ผู้เข้าชิง: Toyota Yaris Hybrid, Hyundai Ioniq, Honda CR-V Hybrid
  • ผู้ชนะ: Hyundai Ioniq

ผู้ซื้อส่วนใหญ่ที่พิจารณารถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำไม่ต้องการเปลี่ยนไปใช้รถพลังงานไฟฟ้าล้วนในเร็ววัน นั่นคือสาเหตุที่รถไฮบริดยังคงให้ความรู้สึกที่ดีต่อไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขารู้สึกเหมือนรถธรรมดาในการขับขี่ นั่นคือสิ่งที่ Ioniq แสดงออกมา ในขณะที่คู่แข่งอาจมีใช้จ่ายที่ต่ำกว่า แต่ Ioniq นำเสนอแพ็คเกจที่สวยงามที่สุดในทุกด้าน

18. Plug-in Hybrid car

  • ผู้เข้าชิง: Hyundai Ioniq Plug-in Hybrid, BMW 5 Series 530e, Volvo XC90 T8
  • ผู้ชนะ: Volvo XC90 T8

นอกจากจะมีค่าใช้จ่ายต่อการใช้งานที่ต่ำแล้ว XC90 T8 ยังเป็นโมเดลที่เร็วที่สุดในไลน์อัพ แสดงให้เห็นว่ามันยอดเยี่ยมมากในทุกด้าน ที่สำคัญคือภายในกว้างขวางมากและมี 7 ที่นั่งด้วย นั่นเท่ากับว่ามันยังคงไว้ซึ่งความอเนกประสงค์ตามแบบฉบับรถเอสยูวีอยู่

19. Executive car

  • ผู้เข้าชิง: Skoda Superb, Audi A3 Saloon, BMW 3 Series
  • ผู้ชนะ: BMW 3 Series

3 Series ตัวล่าสุดโดดเด่นมากในด้านการขับขี่และยังประหยัดน้ำมัน นั่นรวมถึงการตกแต่งภายในที่กว้างขวาง ความสะดวกสบาย และระบบสาระบันเทิงที่ดีงามเทียบเท่ากับรถยนต์ราคาแพงกว่า ทั้งหมดนี้คือความยอดเยี่ยมที่ชนะใจเราไปในที่สุด

20. Luxury car

  • ผู้เข้าชิง: BMW 5 Series, BMW 6 Series GT, Audi A8
  • ผู้ชนะ: BMW 5 Series

5 Series เคยคว้ารางวัล Car of the year 2017 มาแล้ว ความยอดเยี่ยมทั้งหมดยังคงยากที่จะเอาชนะแม้จะผ่านมา 2 ปีแล้วก็ตาม มันมีภายในที่กว้างขวาง การตกแต่งประณีตสวยงาม มีความสมดุลทั้งสมรรถนะและการควบคุม อีกทั้งราคาก็สมเหตุสมผลกับสิ่งที่ได้รับ

21. Pick-up

  • ผู้เข้าชิง: Ssangyong Musso, Ford Ranger, Volkswagen Amarok
  • ผู้ชนะ: Volkswagen Amarok

ถ้าคุณต้องการปิกอัพที่รองรับการบรรทุกหนักในระหว่างสัปดาห์ รวมถึงใช้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด ไม่มีตัวเลือกไหนจะเหมาะเจาะไปกว่า Amarok เพราะปิกอัพสมัยใหม่ต้องหน้าตาดี ภายในสวย กว้างขวาง ขับดี บรรทุกหนักได้ไม่ต้องกลัวพัง และมีราคากับอุปกรณ์มาตรฐานที่เหมาะสม

22. Reader Award

  • ผู้เข้าชิง: Honda Urban EV, Vauxhall Corsa, Volkswagen Golf
  • ผู้ชนะ: Honda Urban EV

ผู้อ่านของเราต่างเฝ้ารอการมาของ Honda Urban EV จากการเปิดโหวต คะแนนของมันนำมาเป็นอันดับ 1 ด้วยความที่หน้าตารถต้นแบบมีความน่ารักผสมความย้อนยุคหน่อยๆ  ขนาดของรถมีความกะทัดรัด มันจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้งานในเมือง การเป็นรถยนต์ไฟฟ้าล้วนน่าจะถูกใจผู้คนจำนวนมากที่ต้องการช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม

23. Safety Award

  • ผู้เข้าชิง:Mercedes-Benz A-Class, Volvo XC40, Audi Q3
  • ผู้ชนะ: Mercedes-Benz A-Class

A-Class ได้คะแนนความปลอดภัยจาก Euro NCAP สูงที่สุดจากการทดสอบรถยนต์ในรอบปี 2018 แน่นอนว่านี่เป็นขั้นตอนการทดสอบที่หินที่สุดในปัจจุบัน ดังนั้นการเป็นเจ้าของ A-Class ไม่ว่าจะรุ่นถูกหรือแพงจะสร้างความอุ่นใจให้กับคุณในทุกครั้งที่จับพวงมาลัย

24. Technology Award

  • ผู้เข้าชิง:Hyundai electric and hydrogen fuel cell, Audi virtual door mirrors, Mazda SKYACTIV-X
  • ผู้ชนะ – Hyundai

ที่ Hyundai ชนะเลิศในรางวัลนี้ไม่เพียงแค่การสร้างรถ EV ที่มีระยะทางขับขี่จริงได้ดีที่สุด แต่ยังเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่สามารถขับขี่จริงได้เป็นวันโดยที่ผู้ซื้อไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่

Car of the year 2019

            หลังจากผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้น ในที่สุดเราก็มาถึงรางวัลสูงสุดอันทรงเกียรติ ผู้ที่ครองมงกุฎในปีนี้ได้แก่ Kia e-Niro น่าทึ่งที่รถยนต์ไฟฟ้าล้วนสามารถคว้ารางวัลรถยนต์แห่งปี 2019 ไปครองได้ แต่การตัดสินครั้งนี้มีเหตุผลของมันอยู่

            ราคาค่าตัวที่สมเหตุสมผลเป็นสิ่งแรกที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ ระยะทางขับขี่จริงกว่า 400 กม. ช่วยให้คุณขับขี่ได้โดยไม่ต้องกังวลว่ารถจะแบตหมดอยู่ข้างถนน e-Niro ยังมอบประโยชน์ใช้สอยได้ดีมาก มันจึงเหมาะสำหรับการเป็นรถของครอบครัว อีกทั้งยังมาพร้อมกับความหรูหราและสมดุลระหว่างความสะดวกสบายกับการขับขี่ที่นุ่มนวลบนความเงียบสบายหู โดยรวมแล้ว Kia e-Niro คือความสำเร็จที่น่าทึ่ง

            อันที่จริง BMW 3 Series เกือบจะคว้าตำแหน่งรถแห่งปี 2019 ไปครองแล้ว ขณะที่ Citroën Berlingo และ Cupra Ateca ก็เป็นผู้ท้าชิงที่แข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามรถยนต์เหล่านั้นโชคร้ายที่เปิดตัวในปีเดียวกันกับตัวเปลี่ยนเกมอย่าง Kia e-Niro

Top