For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
[Tip & Technic] 5 เคล็ดไม่ลับ ขับขี่บนทางด่วนอย่างปลอดภัย

[Tip & Technic] 5 เคล็ดไม่ลับ ขับขี่บนทางด่วนอย่างปลอดภัย

        ใกล้จะถึงเทศกาลปีใหม่แล้ว สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือผู้คนจากเมืองหลวงจำนวนมากที่ต่างหลั่งไหลเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยว แน่นอนว่าการเดินทางปริมาณมากๆ แบบนี้ย่อมต้องหนีไม่พ้นการใช้บริการทางด่วนต่างๆ ที่กระจายอยู่รอบเมืองอย่างแน่นอน เพราะช่วยประหยัดทั้งเวลา ค่าเชื้อเพลิง และไม่ต้องหงุดหงิดกับการจราจรบนถนนปกติ ที่สำคัญทางด่วนบางสายยังไม่เก็บค่าผ่านทางในช่วงเทศกาลด้วย 

        อย่างไรก็ตาม ทักษะการขับขี่และความรู้การขับรถอย่างปลอดภัยของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน หลายคนอาจยังไม่คุ้นเคยกับการขับรถที่ต้องใช้ความเร็วสูง บางคนอาจจะยังประหม่า ยังไม่มั่นใจในการขับขี่ของตัวเอง วันนี้ What Car? จะมาบอกเคล็ดไม่ลับ 5 ประการที่จะช่วยให้ขับรถบนทางด่วนได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

1. สังเกตความเร็วที่กำหนด

        โดยปกติ ตัวเลขจำกัดความเร็วบนทางด่วน มักสูงกว่าความเร็วที่ใช้กับถนนหลักในเมืองหรือเส้นชนบท ในประเทศไทย การจำกัดความเร็วบนทางด่วนในเขตเมืองจะต้องไม่เกิน 80 กม./ชม. และไม่เกิน 110 กม./ชม. สำหรับทางด่วนนอกเขตเมือง นอกจากการจำกัดความเร็วบนทางด่วนจะเป็นตัวเลขที่บอกถึงความเร็วที่คุณสามารถขับได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายแล้ว ยังทำให้การจราจรมีความคล่องตัวและช่วยเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

2. เว้นระยะห่างให้เหมาะสม

          ขณะขับรถควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้าให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัยเสมอ ลองใช้กฏ 2 วินาที ซึ่งก็คือ เมื่อรถคันข้างหน้าวิ่งผ่านวัตถุ เช่น ต้นไม้ หรือเสาไฟที่อยู่ข้างหน้า หากคุณใช้เวลา 2 วินาทีในการผ่านวัตถุเดียวกันนั้นไป นั่นหมายความว่า คุณขับขี่ในระยะห่างที่ปลอดภัย ปัจจุบันรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เริ่มมีระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ติดตั้งมาด้วย ซึ่งระบบนี้เป็นตัวช่วยชั้นดีในการรักษาระยะห่างจากรถคันข้างหน้าได้อย่างคงที่ขณะขับรถบนทางด่วน

3. มองให้ไกล ปลอดภัยยิ่งกว่า

         ขณะขับรถบนทางด่วน ยิ่งขับเร็วเท่าไรยิ่งต้องมองข้างหน้าให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้รับรู้อยู่ตลอดว่าทางข้างหน้ามีอะไรบ้าง หากทัศนวิสัยของคุณถูกบดบัง เช่น ขับรถท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้าย หรือต้องขับรถตามหลังรถบรรทุกหรือรถประจำทางขนาดใหญ่ ควรเว้นระยะห่างจากคันข้างหน้าให้มากกว่าเดิม อาจเพิ่มระยะห่างจากกฏ 2 วินาที เป็น 3-4 วินาทีเลยก็ได้ อย่างน้อยที่สุดคือต้องมองเห็นสิ่งที่อยู่เลยรถคันข้างหน้า

4. แซงด้วยความระมัดระวัง

         การแซงเป็นเรื่องที่ต้องเจอเมื่อขับขี่บนทางด่วน แต่ต้องแน่ใจทุกครั้งว่าคุณไม่ได้แซงในบริเวณที่ห้ามแซงและปฏิบัติตามกฏจราจรอย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย ขณะเร่งความเร็วเพื่อขึ้นแซงคันข้างหน้า ควรท่อง 3 คำนี้ไว้ให้ขึ้นใจ “มองกระจกหลัง ให้ไฟสัญญาณ และเปลี่ยนเลน” ซึ่งหมายความว่า ให้มองกระจกเพื่อดูรถคันข้างหลังและคันข้างๆ จากนั้นเปิดไฟเลี้ยวเพื่อให้สัญญาณ แล้วค่อยขับแซงขึ้นมาอย่างนุ่มนวล นอกจากนี้ คุณควรเหลียวมองด้านหลังเพื่อตรวจสอบรถในจุดบอด (พื้นที่ที่มองไม่เห็นด้วยกระจก) ให้แน่ใจทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน

5. จอดอย่างปลอดภัย

           การจราจรบนทางด่วนมีความคล่องตัวและรถส่วนใหญ่มักจะใช้ความเร็วสูงกว่าปกติ การเบรกกะทันหันจึงเป็นเรื่องอันตรายที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากคุณต้องการจอดรถให้รีบชิดซ้าย มองหาไหล่ทางที่ใกล้ที่สุด และจอดรถให้ชิดไหล่ทางด้านนอกให้มากที่สุด ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินเช่นรถยนต์มีปัญหา ให้ขับเบี่ยงออกไปจอดข้างทางตรงที่รถผ่านไปมาน้อยๆ เปิดไฟฉุกเฉิน และวางป้ายสามเหลี่ยมฉุกเฉินให้ห่างจากรถของคุณประมาณ 50 เมตร เพื่อเตือนให้รถคันข้างหลังเห็นว่ารถของคุณกำลังจอดอยู่ ควรมีหมายเลขติดต่อหน่วยกู้ภัย หรือศูนย์บริการรถยนต์ในพื้นที่ ติดไว้ในรถเสมอ เพื่อโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือได้ทันท่วงที

และทั้งหมดนี้คือคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่สามารถนำไปปรับใช้กับการขับขี่จริงได้ อย่าลืมว่ายิ่งขับเร็วยิ่งต้องไม่ประมาท มีสมาธิกับการขับอยู่ตลอด และที่สำคัญ ง่วง เมา ห้ามขับเด็ดขาด ขอให้เดินทางในช่วงเทศกาลอย่างมีความสุข ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยทุกท่านนะครับ

Top