For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
Nissan Intelligent Mobility

Nissan Intelligent Mobility

อัจฉริยะการขับขี่ ที่เพียบพร้อมความปลอดภัยและความบันเทิง!

            เพราะยานพาหนะยุคปัจจุบัน มิได้ตอบปัญหาเพียงเรื่องสมรรถนะในการขับขี่อีกต่อไป แต่ยังต้องมาพร้อมด้วยความอัจฉริยะ ในการอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบ และนิสสันได้เล็งเห็นความสำคัญ จึงได้ติดตั้งระบบต่างๆ ให้กับรถยนต์ของตนเองก่อนใคร เพื่อให้สมกับคอนเส็ปต์ Intelligent Mobility โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องชะเง้อคอรออีกต่อไป เพราะความล้ำสมัยต่างๆ ได้บรรจุเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเรียบร้อยแล้ว

          ไม่ว่าจะเป็นกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – AVM) ด้วยกล้อง 4 จุด ซึ่งติดตั้งบนกระจังหน้า ปลายกระจกมองข้างทั้งสองด้าน และฝากระโปรงท้าย จะแสดงภาพวัตถุทุกสิ่งทุกอย่างรายรอบรถแบบเรียลไทม์บนด้านซ้ายของกระจกมองหลัง รวมถึงตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุหรือบุคคลเคลื่อนไหว (Moving Object Detection) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการกระทบกระทั่งกันในจุดอับสายตา

          ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีระบบช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning) จากการทำงานของเซ็นเซอร์ของกล้องด้านหน้ารถ (หลังกระจกมองหลัง) จะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนทันทีบนหน้าปัด เมื่อมีการเคลื่อนตัวรถไปยังบุคคล วัตถุ หรือรถยนต์ในระยะอันตราย ก่อนระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking) จะประสานการชะลอความเร็ว และหยุดรถเพื่อหยุดความเสียหาย

          ระบบความปลอดภัยในการขับขี่ ยังรวมถึงระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องทาง (Lane Departure Warning) ด้วยการเตือนฉับพลันด้วยเสียง และสัญญาณไฟบริเวณหน้าปัดของรถ เมื่อรถเคลื่อนตัวออกนอกช่องทางอย่างไม่ได้ตั้งใจ เพื่อให้ผู้ขับขี่บังคับยานพาหนะให้กลับเข้าสู่ทิศทางอันถูกต้องและปลอดภัย โดยระบบดังกล่าวจะทำงานที่ความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

          ขณะที่ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารและความบันเทิงก็แสนง่ายดาย สำหรับยุคไอโอที (IOT – Internet of Things) อย่างแท้จริง สามารถเชื่อมต่อทุกสิ่งทุกอย่างทันทีผ่านสายที่ช่องยูเอสบี เพื่อความเสถียรของการส่งสัญญาณ ก่อนจะแสดงผลบนหน้าจอด้วยรูปแบบเดียวกันกับสมาร์ทโฟนของคุณ (Smartphone Mirrorring) รวมถึงเรียกใช้งานทุกสิ่งทุกอย่างได้ด้วยระบบสัมผัส ทั้ง Apple CarPlay Connectivity, ระบบนำทางผ่านแอพพลิเคชันสมาร์ทโฟน หรือ Hands Free Telephone เป็นต้น

          ความอัจฉริยะทั้งหมดข้างต้น สะท้อนให้เห็นทิศทางการพัฒนายานยนต์แห่งอนาคต ที่ไม่เพียงจะนำเสนอทางเลือกในการ่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อ่ให้เกิดสมรรถนะอันคุ้มค่าและประหยัดเท่านั้น แต่ยังต้องรองรับการเชื่อมต่อของโลกยุคดิจิตัล เพราะมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตในทุกๆ จังหวะไปแล้ว และต้องยอมรับว่า นิสสันสามารถตอบโจทย์ได้ดี รวมถึงมีเทคโนโลยีใหม่ๆ มาให้ใช้ก่อนหน้าใครเสมอ!

สิโรตม์ เพ็ชจำเริญสุข

“อย่าเชื่อว่า ใช่ จนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง”

Top