For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
เทคโนโลยีขับขี่สุดล้ำ ตัวช่วยคนวัยเกษียณทำตามความฝัน

เทคโนโลยีขับขี่สุดล้ำ ตัวช่วยคนวัยเกษียณทำตามความฝัน

          การเอาใจใส่ดูแลสุขภาพของคนยุคใหม่ รวมไปถึงการสาธารณสุขและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้า ส่งผลให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้นกว่าเดิม ในวัยก่อนเกษียณและหลังเกษียณ เราจึงเห็นคนในวัย “ซิลเวอร์เอจ” (Silver Age) ยังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง คล่องแคล่ว กระปรี้กระเปร่า แทบไม่ต่างจากคนวัยทำงาน เพราะฉะนั้น คงไม่ต้องกังวลเลยว่าอายุที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอุปสรรคกับการใช้ชีวิตแอคทีฟเดิมๆ ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาอำนวยความสะดวกและเพิ่มความปลอดภัยให้ทุกกิจกรรมกลายเป็นเรื่องง่ายและไร้กังวล

          งานวิจัยในระดับนานาชาติต่างเห็นพ้องต้องกันว่า กลุ่มซิลเวอร์เอจที่ยังแข็งแรงใช้ชีวิตแอคทีฟ ดูแลสุขภาพ ทำกิจกรรมและงานอดิเรกเป็นประจำ มีมุมมองในเชิงบวก ใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุข มีคุณค่า และมีความหมาย มีแนวโน้มที่จะมีอายุยืนขึ้น ซึ่งการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมหรือเคลื่อนไหวออกแรงในชีวิตประจำวันสม่ำเสมอคือเคล็ดลับอันดับหนึ่งที่ทำให้อายุยืน 

          อีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผลดีต่อสุขภาพกายและใจของกลุ่มซิลเวอร์เอจที่ยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงและทักษะด้านการรับรู้และความคิดความเข้าใจสมบูรณ์คือการขับรถ งานวิจัยในต่างประเทศพบว่า การหยุดขับรถทำให้วัยเกษียณมีโอกาสเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวและมีสุขภาพกายถดถอยมากกว่า เมื่อเทียบกับคนเพศและวัยเดียวกันที่ยังขับรถอยู่

เทคโนโลยีขับขี่ล้ำสมัย ตัวช่วยชีวิตแอคทีฟ

          เพราะวัยเกษียณในปัจจุบันยังคงความแอคทีฟด้วยด้วยการทำกิจกรรมมากมายเช่นเดียวกับวัยอื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการในการใช้ชีวิต ให้อิสระในการเดินทางสำหรับทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างแอคทีฟและมีความสุข และสามารถพึ่งพาตนเองได้ยาวนานยิ่งขึ้น บริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางรายได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายให้กับผู้ขับทุกกลุ่ม ทุกวัย ตัวอย่างเช่น ฟอร์ด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ (Advanced Driving Assist Technology) ที่รวบรวมฟังก์ชั่นมากมายเพื่อมอบความคล่องตัวในการขับขี่

          รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดกลาง อย่าง Ford Everest มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) เมื่อกดปุ่ม ระบบจะควบคุมความเร็วตามที่กำหนด และรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าให้อัตโนมัติ ระบบจะช่วยเบรกและเร่งความเร็วให้ตามระยะห่างจากรถคันหน้า ทำให้ผู้ขับไม่ต้องคอยเหยียบเบรกและคันเร่ง หรือปิด-เปิดระบบควบคุมความเร็วใหม่ ช่วยให้การขับรถระยะไกลเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบายและปลอดภัย

          มั่นใจทุกครั้งที่นั่งหลังพวงมาลัยด้วยระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งผสานระบบเบรกแบบ Autonomous Emergency Braking (AEB) เข้ากับระบบตรวจจับคนเดินถนนและระบบตรวจจับยานพาหนะบริเวณรอบตัวรถ เพื่อหยุดรถและช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนน ระบบตรวจจับลมยาง (Tire Pressure Monitoring System) คอยตรวจวัดความดันลมยางในล้อทั้ง 4  และเตือนผู้ใช้งานเมื่อความดันลมเปลี่ยนแปลง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยืดอายุการใช้งานของยาง

         เพิ่มความปลอกภัยไปอีกขั้นกับระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ใช้กล้องที่ติดตั้งไว้ด้านหลังของกระจกมองหลัง คอยตรวจจับเส้นแบ่งเลนถนนและการไถลออกนอกเลนโดยไม่ได้ตั้งใจ หากกล้องตรวจจับได้ว่ารถกำลังเคลื่อนตัวออกนอกเลนอย่างไม่ได้ตั้งใจ ระบบจะเตือนด้วยสัญลักษณ์บนแผงหน้าปัด พร้อมการสั่นบนพวงมาลัย เพื่อให้ผู้ขับขี่รักษาตำแหน่งรถยนต์ให้อยู่ในเลน 

          นอกจากนี้ Ford Everestยังมีเทคโนโลยีล้ำสมัยใหม่ๆ ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด (Cross Traffic Alert), ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Active Park Assist), ระบบตรวจจับรถในจุดบอด (BLIS – Blind Spot Information System) ที่มาพร้อมกล้องมองหลังขณะถอยจอดและสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า, รวมถึงการเชื่อมต่ออัจฉริยะอย่างระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับภาษาไทย เพื่อการโทรเข้า รับสาย ส่งข้อความ รวมถึงสามารถใช้งานร่วมกับแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ของสมาร์ทโฟน รองรับทั้ง iOS และ Android ระบบดังกล่าวมาพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว เมนูใช้งานง่าย ตัวอักษรใหญ่ มองเห็นชัดเจน ช่วยให้การขับรถทั้งในระยะใกล้และระยะไกลเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบช่วยโทรฉุกเฉิน (Emergency Assistance) ซึ่งจะทำงานผ่านโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมต่อผ่านบลูทูธภายในรถ เพื่อต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน

          แม้จะสูงวัย แต่หัวใจยังแอคทีฟ “ซิลเวอร์เอจ” จึงเป็นวัยที่ยังสามารถใช้ชีวิตได้เต็มที่ไม่ต่างจากคนรุ่นอื่นๆ ยิ่งถ้ามีพาหนะคู่ใจที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับขี่ช่วยอำนวยความสะดวกในทุกด้าน ทำให้การเดินทาง ท่องเที่ยว หรือทำกิจกรรมต่างๆ  ในชีวิตประจำวัน เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และไร้กังวล ช่วยส่งเสริมให้วัยเกษียณได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีคุณค่า และมีความหมายในทุกๆ วัน

Top