For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
[Tip & Technic] ขับอย่างไรให้ประหยัดในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด

[Tip & Technic] ขับอย่างไรให้ประหยัดในยุคเศรษฐกิจตกสะเก็ด

          หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานสูงขึ้น ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงพาณิชย์ได้มีการคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ที่ 0.8-1.6% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกระตุ้นให้รัฐบาลทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บริโภคผ่านการอุดหนุนพลังงานเชื้อเพลิง ผู้บริโภคสามารถลดค่าใช้จ่ายลงได้ ด้วยการปฏิบัติตามเคล็ดลับการประหยัดน้ำมันที่แนะนำโดยเชฟโรเลต ดังนี้

1.ปรับตั้งเครื่องยนต์อย่างถูกต้อง

         งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาเผยว่า เครื่องยนต์ที่มีการปรับตั้งที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้นประมาณ 4% นอกจากนี้การแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เช่น เซ็นเซอร์วัดปริมาณออกซิเจนทำงานผิดปกติ  จะสามารถช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้น 40% และผู้ขับขี่ไม่ควรละเลยสัญญาณไฟเตือนให้นำรถเข้าไปตรวจสอบ

2.ตรวจสอบแรงดันลมยาง

         การเติมลมยางที่เหมาะสมสามารถเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้มากขึ้นถึง 3.3% และช่วยให้ปลอดภัยและใช้งานได้ยาวนานขึ้น ยางที่มีลมยางอ่อนอาจทำให้อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น 0.3% สำหรับทุกหนึ่งปอนด์ต่อตารางนิ้วของความดันลมยางที่ตกลงทั้งสี่ล้อ และควรตรวจเช็คสภาพลมยางด้วยอุปกรณ์วัดลมยางที่ดีอย่างน้อยเดือนละครั้ง 

3.แก้ไขปัญหาสิ่งอุดตัน

         ไส้กรองอากาศที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานอย่างหนัก และสิ่งแปลกปลอมอาจทำลายเครื่องยนต์ได้ การเปลี่ยนไส้กรองที่อุดตันจะช่วยเพิ่มการประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันขึ้นได้ถึง 14% ตามรายงานของสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐ

4.เลือกใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสม

           การใช้น้ำมันเครื่องจะช่วยลดการเสียดสีของเครื่องยนต์ เพราะการเสียดสีนั้นจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้ยากขึ้น ดังนั้น การใช้น้ำมันเครื่องตามที่บริษัทผู้ผลิตรถแนะนำจะช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันขึ้นอีก 1-2%

5.ตรวจสอบฝาถังน้ำมัน

            ฝาถังน้ำมันที่หลวมหรือปิดไม่สนิทไม่เพียงแต่จะทำให้ไฟเตือนรูปเครื่องยนต์แจ้งเตือน แต่ยังเป็นเหตุทำให้น้ำมันระเหยไปหลายล้านลิตรในทุกๆ ปี การปิดฝาถังน้ำมันให้สนิทจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 1-2%

6.หลีกเลี่ยงการใส่ล้อที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ

           การใส่ล้อขนาดใหญ่เต็มซุ้มและยางแก้มเตี้ยมากๆ อาจจะทำให้รถดูน่ามอง แต่จะเพิ่มอัตราการบริโภคน้ำมันให้สูงขึ้น นอกจากนี้ล้อและยางที่มีขนาดใหญ่ยังทำให้แรงต้านการหมุนของล้อเพิ่มขึ้น เพิ่มน้ำหนักใต้สปริงของช่วงล่าง (Un-sprung weight) และส่งผลต่อหลักอากาศพลศาสตร์ ซึ่งทำให้ใช้น้ำมันมากขึ้น และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่                     

7.วางแผนการเดินทางของคุณ

           ข้อนี้ชัดเจนเพราะการจราจรที่ติดขัดส่งผลให้รถเผาน้ำมันเล่นโดยใช่เหตุ ดังนั้นควรวางแผนการเดินทางให้ดี ไม่ว่าจะเป็นการพาลูกไปโรงเรียน ขับรถไปทำงาน หรือการไปซื้อของใช้จำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่การจราจรติดขัด 

8.นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถ

           การบรรทุกสัมภาระที่มากเกินไปทำให้รถของคุณต้องใช้กำลังและสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนเพิ่มขึ้น รายงานจากสหรัฐอเมริกาบอกว่าน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 45 กิโลกรัม จะทำให้ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลดลง 2% และอาจจะลดลงมากขึ้นในรถยนต์ขนาดเล็ก 

9.ขับรถให้ช้าลง

            การขับแบบกระชากจะใช้น้ำมันมากกว่าการรักษาความเร็วให้คงที่ เหยียบคันเร่งอย่างนุ่มนวลเมื่อออกจากทางแยกหรือสัญญาณไฟจราจร หลีกเลี่ยงการเร่งรถอย่างรวดเร็ว การใช้ความเร็วมากเกินไป และการเบรกอย่างรุนแรง ซึ่งจะทำให้การประหยัดน้ำมันลดลง 33% บนทางหลวง และ 5% สำหรับการขับรถในเมือง การขับรถที่ความเร็ว 90 กม./ชม. จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ 10-15% ตามข้อมูลทางทรัพยากรธรรมชาติของประเทศแคนาดา (Natural Resources Canada) ความเร็วที่ช่วยประหยัดน้ำมันมากที่สุดสำหรับรถส่วนมากจะอยู่ระหว่าง 50-80 กม./ชม.

10.หลีกเลี่ยงการจอดรถแบบติดเครื่องยนต์นานเกินไป

            การจอดรถโดยที่ติดเครื่องยนต์ไว้จะเผาผลาญน้ำมันอย่างไร้ประโยชน์ รถจะไม่กินน้ำมันเมื่อเครื่องยนต์ไม่ทำงาน ขณะที่การสตาร์ทรถใหม่จะใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อย แต่การจอดรถติดเครื่องยนต์ทิ้งไว้ 15 นาที จะเผาผลาญน้ำมันเกือบ 1 ลิตร

11.ใช้ระบบปรับอากาศอย่างชาญฉลาด

           เครื่องปรับอากาศในรถยนต์ลดประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันลง 10% ถ้าสภาพอากาศภายนอกเอื้ออำนวย แนะนำให้ปรับเพิ่มแรงลมให้สูงขึ้น เพื่อหมุนเวียนอากาศแทนการปรับลดอุณหภูมิลง 

12.ใช้เกียร์สูง

           เมื่อขับรถด้วยเกียร์ธรรมดาให้ใช้เกียร์สูงเพื่อรักษารอบเครื่องยนต์ให้ต่ำ เนื่องจากรอบเครื่องยนต์ต่ำจะใช้น้ำมันน้อยกว่า  หากขับขี่รถเกียร์อัตโนมัติควรผ่อนคันเร่งเล็กน้อยเมื่อเหยียบมาถึงรอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสม เพื่อให้เกียร์เปลี่ยนไปตำแหน่งที่สูงขึ้น ลดการลากเกียร์ ลดการกินน้ำมัน

13.ใช้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ 

           ระบบครูสคอนโทรลจะช่วยป้องกันไม่ให้ขับรถเร็วเกินกำหนดและช่วยประหยัดน้ำมันผ่านการเร่งและผ่อนความเร็วอย่างนุ่มนวล ซึ่งระบบจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อใช้ร่วมกับโหมด “ประหยัด” หรือโหมด “ออโต้” ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ระบบดังกล่าวในช่วงที่ฝนตกหนักหรือบนถนนที่เปียกลื่น

14.ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลหรือเปลี่ยนเกียร์จากเกียร์สูงมาเกียร์ต่ำจนรถจอดสนิท

          เมื่อขับรถเกียร์อัตโนมัติในสภาพการจราจรที่หนาแน่น คุณสามารถขับรถเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพราะรถจะแล่นไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ หากขับรถเกียร์ธรรมดา ให้ลดเกียร์ลงอย่างต่อเนื่องจนรถจอดสนิท ผู้ขับขี่สามารถถอนคันเร่งออกขณะที่ยังใส่เกียร์เดินหน้าอยู่ได้ เครื่องยนต์สมัยใหม่แทบจะไม่ใช้น้ำมัน และเพียงพอต่อการเลี้ยงเครื่องยนต์ไม่ให้ดับ เครื่องยนต์จะใช้น้ำมันมากกว่าถ้าอยู่เกียร์ว่างขณะรถจอดนิ่ง

Top