For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
The All-New, Redesigned Forester!

The All-New, Redesigned Forester!

The Extraordinary SUV. Reborn.

          การเปิดตัวซูบารุ ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ ณ เมืองไทจง ประเทศไต้หวัน เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา อาจจะเป็นที่ตื่นตาตื่นใจกับแฟนๆ รถขับเคลื่อนสี่ล้อแบบฟูลไทม์ ซึ่งถูกขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สูบนอนเอกลักษณ์ บนโกลบอลแพลตฟอร์มตัวใหม่ล่าสุด หลังจากนำไปในกับซูบารุ เอ็กซ์วีโฉมล่าสุด และได้เสียงตอบรับในทางบวกอย่างสนั่นหวั่นไหว แต่สำหรับในเมืองไทยกลับมีแง่มุมน่าคิดในหลายๆ ด้าน

          ซูบารุจะรุกประเทศสยามด้วยโมเดลใหม่นี้ หลังจากโมเดลเอ็กซ์วีเดิมปลุกตลาดผู้บริโภคไทยเป็นผลสำเร็จใช่ไหม? คำตอบคือ แน่นอน! เกินร้อยเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว หลังโรงงานประกอบรถยนต์แห่งใหม่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังสร้างเสร็จเรียบร้อย (ก่อนมีการเปิดตัวฟอเรสเตอร์ใหม่ในไต้หวันเสียอีก) โดยขณะนี้อยู่ในช่วงทดสอบความพร้อมด้วยการลองประกอบจริง ก่อนจะใช้เป็นฐานการผลิตดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์สำหรับภูมิภาคนี้

          คำถามต่อไปคือ แล้วจะทำราคาให้สะกิดใจคนไทยจนคิดไปซื้อได้หรือ? ในเมื่อซูบารุ เอ็กซ์วีเทียบชั้นแล้วเป็นรุ่นน้องที่มีค่าตัวต่ำกว่า คำตอบคือ อย่าประมาทกับรถเอสยูวีระดับเวิลด์ คลาสส์ที่ประกอบในประเทศเป็นอันขาด หรือหากจะมีกำแพงราคาเพื่อแบ่งลำดับรุ่นกันอย่างชัดเจนแล้ว ย่อมต้องมีโปรโมชั่นเด็ดปล่อยออกมาให้ได้หงายท้องอย่างแน่นอน โดยคุณภาพและประสิทธิภาพของฟอเรสเตอร์โฉมใหม่ก็ต้องคับแก้วด้วย

สมรรถนะการขับเคลื่อน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันยอดเยี่ยม

          ซูบารุ ดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ มาด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวด้วยระบบขับเคลื่อนแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive) จากขุมพลังเครื่องยนต์ Boxer ระบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด ช่วยเร่งความเร็วรถได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และส่งแรงขับเคลื่อนไปยังล้อแต่ละล้อ จึงเพิ่มประสิทธิภาพความยึดเกาะถนน รวมถึงช่วยให้ควบคุมรถด้วยความปลอดภัยสูงสุด

          ที่สำคัญคือ การปรับโฉมครั้งนี้มาพร้อมโครงรถที่ได้รับการออกแบบใหม่ หรือซูบารุ โกลบอล แพลตฟอร์ม (Subaru Global Platform) ที่มีระบบลดแรงสั่นสะเทือนและการแกว่งตัวรถ ส่งผลให้ลดเสียงรบกวนจากพื้นถนน ขณะรถกำลังขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูง รวมทั้งฟังก์ชัน X-MODE ที่ช่วยให้การขับเคลื่อนไปบนภูมิประเทศต่างๆ เป็นเรื่องน่าท้าทาย ด้วยการหมุนปรับสวิตช์ตรงคอนโซลกลางใกล้คันเกียร์อย่างเหมาะสม พร้อมฟังก์ชันควบคุมความเร็วในการขับรถลงเนินอัตโนมัติ โดยไม่ต้องแตะเบรก และระบบกระจายแรงบิด (Active Torque Vectoring) เพื่อการเข้าโค้งกว้างและแคบอย่างแม่นยำ เมื่อต้องใช้ความเร็วมากกว่าปกติ

          ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีระบบช่วยในการขับขี่ EyeSight อันเป็นเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัยขั้นสูงตัวล่าสุดติดตั้งมา ซึ่งประกอบไปด้วยระบบเบรกอัตโนมัติก่อนการชน ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน ระบบปรับความเร็วรถอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อรถ (การจราจร) รอบข้างเคลื่อนที่ ระบบเตือนเมื่อรถที่ขับอยู่เคลื่อนออกจากเลนขับขี่ และระบบเตือนเมื่อรถส่ายไปสายมาจากการขับขี่

          นอกจากเทคโนโลยีความปลอดภัยในขณะขับเคลื่อนไปข้างหน้าแล้ว ดิ ออล นิว ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ยังมีระบบป้องกันการไหลของรถ โดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold) เพื่อให้การออกตัวบนเนินลาดชันเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัย พร้อมระบบตรวจจับยานพาหนะด้านหลัง (SVRD) ด้วยเซ็นเซอร์เรดาร์ โดยติดตั้งเอาไว้บริเวณด้านหลังรถ เพื่อตรวจตราวัตถุและพาหนะทางด้านหลัง และจะแจ้งเตือนทันทีใน 3 กรณี

          เริ่มจากการเตือนวัตถุหรือพาหนะอื่นใดเคลื่อนที่เข้ามาอยู่ในจุดบอดหรืออับสายตา เพื่อเตือนให้ทราบถึงสภาพการขับขี่ปัจจุบัน อย่างที่ 2 คือช่วยในการเปลี่ยนเลนขณะขับขี่ หากให้สัญญาณไฟเลี้ยว (ไม่ว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวา) แล้วมีวัตถุหรือพาหนะอยู่ในจุดอับสายตาไม่สามารถมองเห็นได้ ก็จะมีสัญญาณเตือนห้ามการเปลี่ยนเลนทันที และสุดท้ายคือ การแจ้งเตือนเมื่อการจราจรด้านหลังเคลื่อนที่เข้ามาหา ในกรณีที่รถติดอยู่ตรงสี่แยก แล้วสัญญาณไฟกลายเป็นสีเขียวโดยคุณไม่รู้ตัว

ถอดรหัสเอสยูวีพันธุ์แท้ พร้อมห้องโดยสารสะดวกสบาย

          ด้วยโครงสร้างของตัวถังที่ยกขึ้นสูงจากพื้นถึง 220 มิลลิเมตร พร้อมวัสดุห่อหุ้มรถทรงใหม่ โดยมีชุดกันชนหน้าที่นูนออกมามากขึ้น กระจังรอบไฟหน้าและไฟท้ายซึ่งตกแต่งใหม่ ด้วยรายละเอียดอันสวยงาม แต่กลมกลืนไปกับความแข็งแรงและความหรูหรา ถือเป็นเอกลักษณ์อันคงไว้เช่นเดียวกับซูบารุ ฟอเรสเตอร์รุ่นก่อนหน้า รวมถึงติดตั้งราวหลังคาที่ยกสูงขึ้น และมีจุดสำหรับผูกหรือยึดเชือกกับสัมภาระอันมากขึ้น

          สำหรับภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่ ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเบรกมือแบบเดิมถูกย้ายออกไปและแทนที่ด้วยเบรกไฟฟ้า จึงสามารถคืนพื้นที่ตรงคอนโซลกลางรถให้โล่งขึ้น ส่วนแผงหน้าปัดนั้นมาพร้อมจอแสดงผลอเนกประสงค์คุณภาพสูง และจอมอนิเตอร์ต่างๆ ที่ประสานการทำงาน มองเห็นชัดเจน จึงช่วยให้เข้าใจทุกสภาวะการขับขี่ได้เป็นอย่างดี

          ด้านหลังมีพื้นที่วางขาที่กว้างขวางกว่าเดิม มีช่องลมปรับอากาศตรงคอนโซลกลางสำหรับผู้โดยสารตอนหลังโดยเฉพาะ นั่นยังไม่นับรวมช่องเก็บของต่างๆ หลายตำแหน่ง มีพอร์ตสำหรับชาร์จ USB มาให้ใช้อย่างจุใจ ส่วนการขนข้าวของขึ้น-ลงหรือเข้า-ออกทางด้านหลัง สามารถทำได้อย่างง่ายดายด้วยการกดเพียงสัมผัสเดียว ที่สำคัญ ยังมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังจุใจกว่าเดิมจากแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดนั่นเอง

          สำหรับดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ 2019 พวงมาลัยซ้ายที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ไต้หวันนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นด้วยกันคือ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-S EyeSight, ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-S, ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ 2.0 i-L EyeSight และซูบารุ 2.0 i-L ส่วนในเมืองไทยมีกำหนดการแว่วดังมาว่า จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมรถยนต์ของสื่อค่ายยักษ์ใหญ่ ตอนช่วงปลายปีนี้

          โดยดิ ออล นิว ฟอเรสเตอร์ ที่จำหน่ายในประเทศไทย จะประกอบด้วยฝีมือคนไทย ณ โรงงานซูบารุในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง โดยราคาค่าตัวซึ่งกำลังถูกจับตาอยู่ในขณะนี้ แม้จะได้รับคำตอบว่า สมเหตุสมผลเป็นที่รับได้! แต่สำหรับแฟนๆ ซูบารุที่คลั่งไคล้และประทับใจในระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร บนแพลตฟอร์มใหม่เอี่ยมหมดจดซึ่งดีกว่าเคย เชื่อว่า เอสยูวีคันนี้ต้องเข้าตากรรมการอย่างแน่นอน!

Top