For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.
First Drive – New MG3 2018 ตัวเล็กน่ารัก สนุกทั้งขับ สนุกทั้งฟังก์ชัน

First Drive – New MG3 2018 ตัวเล็กน่ารัก สนุกทั้งขับ สนุกทั้งฟังก์ชัน

          ราคาและความคุ้มค่าคือปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคจะยอมพิจารณาเลือกซื้อสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง ในวงการรถยนต์เมืองไทย หากมองแบบเจาะลึกลงไปถึงค่ายรถที่นำเสนอจุดขายด้านราคาและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ ผู้ซื้อหลายๆ คนต้องนึกถึง MG อย่างแน่นอน แม้แบรนด์นี้เพิ่งจะเริ่มทำตลาดในไทยได้ไม่นาน แต่ด้วยจุดเด่นและคาแร็กเตอร์ของผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุ้มค่า ราคาเหมาะสม อัดออปชันมามากกว่าคู่แข่ง ทำให้แบรนด์สามารถซื้อใจคนไทยได้อย่างต่อเนื่อง

            หนึ่งในความสำเร็จที่สวยงามที่สุดคือ MG3 เปิดตัวในไทยครั้งแรกปี 2015 จนถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 3 ปี MG3 ทำยอดขายไปแล้วกว่า 17,000 คัน สูงที่สุดของแบรนด์ แต่ความสำเร็จดังกล่าวไม่อาจโรยด้วยกลีบกุหลาบไปจนตลอดรอดฝั่งเพราะยิ่งขายดีคู่แข่งก็ยิ่งไล่ตาม เห็นได้ชัดว่ารถเล็กค่ายญี่ปุ่นเริ่มไหวตัวและลงมาพัวพันไม่ให้ MG ได้เดินสะดวกในช่วงหลังๆ  

            การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเกิดขึ้น New MG3 ปี 2018 จึงต้องออกมาเพื่อตอกย้ำความสำเร็จต่อไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เรียกได้ว่าปรับใหม่เกือบทั้งคัน เป็นการไมเนอร์เชนจ์แบบโคตรบิ๊ก ไม่ใช่ออลนิว ปรับเพิ่มจุดดี แก้ไขจุดด้อยที่มีอยู่เดิมไปจนหมดสิ้น โดยมาพร้อมเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรจาก MG ZS รุ่นพี่ พ่วงเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด แทนเกียร์ Selematic เดิมที่มีแต่คนไม่รัก

การขับขี่

             MG3 ใหม่ ใช้เครื่องยนต์พื้นฐานเดียวกับ MG ZS คือเครื่องเบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH ความจุ 1.5 ลิตร 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที จับคู่เกียร์อัตโนมัติทอร์คคอนเวอร์เตอร์ 4 สปีด พร้อม Manual Mode

             การทดสอบในครั้งนี้ เอ็มจี ประเทศไทย พาเรามาขับเจ้าแฮทช์แบ็กสีสันสดใสบนเส้นทาง กทม.-หัวหิน รวมระยะทางกว่า 240 กม. ขับในสภาพการจราจรปกติ รถที่ใช้ทดสอบเป็นรุ่นท็อป 1.5 V ราคาค่าตัว 629,000 บาท

            เริ่มที่กรุงเทพกับการขับขี่ท่ามกลางรถราที่วุ่นวายในเมือง MG3 ให้การขับขี่ที่สนุกสนานคล่องตัว ซอกแซกเปลี่ยนเลนได้อย่างสะดวก เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ทำงานสอดประสานกันอย่างเข้าขาลงตัวในการขับขี่ความเร็วต่ำ อัตราเร่งมีพอให้รู้สึกได้ทันทีที่กดคันเร่งพุ่งออกจากสี่แยกไฟแดง แต่จะมาแบบเรื่อยๆ ไม่เร็วปรู๊ดปร๊าดจนหลังติดเบาะ

            เกียร์อัตโนมัติใหม่ 4 สปีด ให้ความนุ่มนวลมากกว่าเกียร์ Selemaic เดิมอย่างเห็นได้ชัด ส่งต่อกำลังแต่ละจังหวะอย่างลื่นไหลไม่มีสะดุด อัตราทดเกียร์เซ็ตมาให้ค่อนข้างชิดกัน ส่วนตัวเราว่าถ้ามีอีกเกียร์เพิ่มเข้ามาเป็น 5 สปีด จะลงตัวขึ้นมากๆ

            การขับขี่บนทางด่วนที่สามารถใช้ความสูงขึ้นได้พบว่าเครื่องยนต์และเกียร์ยังให้การตอบสนองที่ดี การกดคันเร่งคิ๊กดาวน์เพื่อเร่งแซงมีอาการรอรอบเล็กน้อยก่อนที่เกียร์จะลดต่ำลงแล้วรอบเครื่องตีสูงขึ้น แรงดึงที่สัมผัสได้มีไม่มากกว่าปกตินัก เพราะฉะนั้นถ้าจำการแซงบนถนนเลนสวนอาจต้องเผื่อระยะไว้สักหน่อยเพื่อความปลอดภัย ส่วนเกียร์ S ที่เพิ่มเข้ามาเป็นเหมือนการลากรอบเครื่องให้สูงขึ้นในแต่ละเกียร์ ลองใช้งานดูแล้วพบว่ารถกระฉับกระเฉงขึ้นจากปกติเล็กน้อย แต่ก็ให้ฟีลความสนุกในเมืองได้ดี 

            เมื่อออกสู่นอกเมืองเราใช้ความเร็วเดินทางที่ราว 110 กม./ชม. MG3 ให้ความสนุกสนานอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกว่ารถค่อนข้างไหล เมื่อถอนคันเร่งจะไม่ค่อยหน่วง ขณะเดียวกันเมื่อเติมคันเร่งก็สัมผัสได้ถึงเรี่ยวแรงที่พุ่งขึ้นมาในทันที เป็นฟีลแบบสปอร์ตที่มอบความสนุกอย่างต่อเนื่อง แต่นั่นทำให้เห็นข้อจำกัดของเกียร์ 4 สปีดคือรอบเครื่องทำงานค่อนข้างสูง และอัตราการบริโภคน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

            ช่วงล่างของ MG3 ใหม่ ใช้ชุดเดิมกับรุ่นก่อนหน้าที่เรียกว่า EUROPEAN TUNING SUSPENSION ด้านหน้าเป็นแมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชันบีม มอบความสนุกสนานและความมั่นใจได้ดีในทุกการขับขี่ทั้งทางตรงและทางโค้ง รถมีการทรงตัวดี ขับเร็วไม่มีโคลงเคลง ขณะที่การเข้าโค้งก็เอาอยู่ อาการโยนมีไม่มาก ทั้งยังดูดซับแรงสะเทือนจากถนนได้ดีทั้งความเร็วต่ำและความเร็วสูง โดยรวมมีความกระชับ หนึบแน่น และนุ่มนวลพองาม แอบกระเด้งบ้างเมื่อจัมพ์คอสะพานสูงๆ ตามประสารถเล็กฐานล้อสั้น

            พวงมาลัยของ MG3 ใหม่เป็นแบบไฮดรอลิก ค่อนข้างหนักที่ความเร็วต่ำแต่มีความแม่นยำและคืนตัวสู่ตำแหน่งตั้งตรงได้เร็ว ทำให้กะระยะเลี้ยวได้ง่าย ข้อดีคือเมื่อขับความเร็วสูงพวงมาลัยจะนิ่งมาก ให้ความมั่นใจได้เป็นอย่างดี

ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์ ด้านหลังเป็นดรัม ให้ฟีลแบบนุ่มๆ โดยจะไม่เริ่มหน่วงทันทีที่กดแป้น ต้องเพิ่มน้ำหนักเหยียบลงไปอีกนิดนึงซึ่งการหน่วงความเร็วขึ้นอยู่กับน้ำหนักการเหยียบ กะง่าย ให้ความมั่นใจได้ดีไม่แพ้ดิสก์เบรก 4 ล้อ

            ข้อสังเกตในการขับขี่ MG3 ใหม่ คือเสียงรบกวนขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงที่ยังเป็นรองคู่แข่งเจ้าตลาด โดยเสียงลมและยางบดถนนเริ่มดังขึ้นตั้งแต่ 90 กม./ชม. ขึ้นไป และดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเพิ่มความเร็ว เสียงลมที่ลอดเข้ามาให้ได้ยินเกิดขึ้นในบริเวณขอบประตูหน้าใกล้กับกระจกมองข้าง

            แน่นอนว่า MG3 ใหม่ มีสมรรถนะที่เพียงพอสำหรับขับขี่ใช้งานในเมือง ขณะที่การขับขี่ทางไกลก็ทำได้ดี จากการทดสอบในครั้งนี้เราลองวัดอัตราสิ้นเปลืองดูพบว่าทำได้ราว 13 กม./ลิตร จากการขับขี่ปกติบนสภาพการจราจรจริง ซึ่งถือว่าไม่เลวสำหรับรถเล็กเครื่อง 1,500 ซีซี

            เมื่อมาถึงหัวหินทางทีมงานเอ็มจีได้จัดการแข่งขัน จิมคาน่า เล็กๆ เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของรถว่ามีความคล่องตัวมากแค่ไหน อาทิ สถานี Slalom ที่ต้องบอกเลยว่าพวงมาลัยที่ค่อนข้างหนักเล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันเมื่อต้องเลี้ยวสลับไป-มาอย่างรวดเร็ว แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงความแม่นยำในการเปลี่ยนทิศทางที่ไว้ใจได้ นอกจากนี้ยังมีการทดสอบการหักเลี้ยวกะทันหัน ทดสอบรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด รวมทั้งทดสอบการถอยจอดเข้าซอง ซึ่งความคล่องตัวของ MG3 ก็ทำให้ผ่านฉลุยในทุกสถานการณ์

ดีไซน์โดนใจวัยรุ่น

                ต้องปรบมือให้กับการยกหน้าใหม่ครั้งนี้เพราะมันดูดีขึ้นจากรุ่นก่อนมากมาย ดูมีความเป็นรถยุโรป แฝงด้วยความสปอร์ตคมเข้มและสนุกสนาน MG3 เลือกทางเดินของตัวเองอย่างชัดเจนนั่นก็คือความสนุก โดยมาพร้อมกับสีสันตัวถังแบบทูโทน เน้นเฉพาะสีจัดๆ อย่าง น้ำเงิน-ขาว, เหลือง-ดำ และแดง-ดำ ซึ่งน่าจะถูกใจวัยรุ่นเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีสีเบสิกอย่างดำและขาวให้เลือก

            รูปลักษณ์ใหม่ของ MG3 ได้แรงบันดาลใจจากรถต้นแบบ MG E-Motion สะท้อนออกมาที่กระจังหน้าใหม่ให้ความหรูหราและทันสมัยยิ่งขึ้นแต่ยังคงเอกลักษณ์ความเป็น MG อย่างชัดเจน กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าเป็นหลอดฮาโลเจนโคมโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ Daytime Running Lights แบบ LED สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้ง LED Light Guide พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง เสริมด้วยสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต สเกิร์ตข้างสีทูโทน และล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว รัดด้วยยางขนาด 195/55 R16

            ความเก๋ไก๋ที่ไม่มีในรถระดับเดียวกันก็คือหลังคาซันรูฟปรับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น X และ V) ซึ่งมันบ่งบอกได้ถึงความคุ้มค่าที่ MG จัดเต็มมาให้

ภายในสะดวกสบายยิ่งขึ้น

            เมื่อภายนอกปรับใหม่จนไม่เหลือเค้าเดิม ภายในจึงปรับใหม่ยกชุดเช่นกัน การออกแบบเน้นความทันสมัย ดูสปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยแผงคอนโซลหน้าและเบาะนั่งตกแต่งสายเส้นโมเดิร์นกราฟิกที่มอบอารมณ์ความสนุกสนานได้ตรงตามคอนเซ็ปต์ของรถ ด้านออปชันภายในก็มาแบบครบๆ อาทิ ระบบปรับอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์, ช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ แบบ MG ZS, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรงสปอร์ต 3 ก้าน, ครูสคอนโทรล หน้าปัดแบบเข็ม 2 วง บอกวัดรอบเครื่องและวัดความเร็ว ตลอดจนเบาะหลังพับแยกส่วนแบบ 60:40

            ด้วยความห้องโดยสารมีลักษณะเป็นเหลี่ยมๆ ทำให้เมื่อเข้าไปนั่งแล้วรู้สึกได้ถึงความกว้างขวางและโปร่ง นั่งสบายทั้งตอนหน้าและตอนหลัง สามารถขนแก๊งเพื่อนไปเที่ยววันหยุดได้อย่างสนุกสนาน พื้นที่เหนือศีรษะและช่วงขามีเหลือพอสำหรับคนแขนขายาว ห้องเก็บสัมภาระมีขนาดพอเหมาะ ใส่ของจากการช้อปปิ้งหรือกระเป๋าเดินทางได้พอประมาณ

            เบาะคนขับปรับด้วยมือได้ 6 ทิศทาง สามารถหาตำแหน่งนั่งขับที่เหมาะสมได้ง่าย เบาะโอบกระชับกำลังดี พนักพิงมีความกว้างพอดีตัว ข้อดีอีกอย่างของฆ้องโดยสารแบบเหลี่ยมๆ ก็คือมีทัศนวิสัยรอบคันที่ดี

ใช้ชีวิตล้ำๆ ไปกับ i-SMART

            เพื่อให้สมกับความสนุกสนานตามคาแร็กเตอร์ของรถ MG3 ใหม่ จึงมาพร้อมระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ i-SMART ที่มีการอัพเดตฟังก์ชันใหม่ประกอบด้วย แอพพลิเคชัน WONGNAI สำหรับเสิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด, AGODA เพื่อค้นหาโรงแรมเมื่อต้องท่องเที่ยวหรือเดินทางค้างแรม รวมทั้งฟังก์ชันใช้งาน True Music ฟังเพลงในรูปแบบ Live Stream ได้เป็นล้านเพลง  

          

            เราได้ทดลองเล่นระบบ i-SMART ผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ พบว่ามันให้ความสะดวกสบายมากๆ สามารถดูสถานะของรถยนต์ได้อย่างละเอียดทั้งระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับไฟในแบตเตอรี่ ตรวจเช็คการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเบรก รวมถึงสั่งล็อกหรือปลดล็อกรถได้จากหน้าจอมือถือ แต่ยังสั่งสตาร์ทรถและเปิดแอร์รอล่วงหน้าไม่ได้

            หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วก็ใช้งานได้ดี ตอบสนองรวดเร็ว หน้าตาสีสันดูสวยงามและเข้าใจง่าย ระบบนำทางที่ให้มามีความแม่นยำและลื่นไหลดี ที่สำคัญเป็นภาษาไทย นอกจากนี้ผู้ขับยังสามารถสั่งการฟังก์ชันต่างๆ ด้วยเสียงพูดภาษาไทยเพียงพูดว่า “ฮัลโหลเอ็มจี” แล้วตามด้วยคำสั่งอาทิ เปิดซันรูฟ เพิ่มอุณหภูมิแอร์ โทรศัพท์ หาสถานีวิทยุ หรือจะกดสั่งจากหน้าจอโดยตรงก็ได้

            เรามองว่าระบบ i-SMART คือจุดขายสำคัญที่ MG3 มีเหนือคู่แข่ง ฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายและครบครันให้ความสะดวกสบายที่รองรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถยุคใหม่ในปัจจุบัน แม้ว่าการใช้งานคำสั่งเสียงอาจมีติดขัดบ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกไม่นานเทคโนโลยีเหล่านี้ก็จะกลายมาเป็นมาตรฐานของรถยนต์สมัยใหม่ ซึ่งรถยนต์แบรนด์ไหนให้บริการได้ก่อน รู้ข้อดีและพัฒนาแก้ไขข้อเสียของตัวเองได้ก่อนก็จะได้เปรียบ

      

ความปลอดภัยชั้นนำ

            MG3 ใหม่ มอบความคุ้มค่าด้วยระบบความปลอดภัยแบบจัดเต็ม เริ่มด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย USD พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM รวม 8 ฟังก์ชั่นที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ได้แก่ ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS, ระบบช่วยเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์EBA, ระบบช่วยกระจายแรงเบรก EBD, ระบบควบคุมการทรงตัว SCS, ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง CBC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS, ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS และระบบป้องกันการลื่นไถลเมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องมองหลัง สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง และไฟส่องสว่างนำทางหลังจากเครื่องยนต์ FOLLOW ME HOME LIGHT เรียกได้ว่าจัดมาเต็มเกินหน้าเกินตารถรุ่นใหญ่กว่าบางรุ่นเสียอีก

สรุปความน่าใช้

            MG3 ใหม่ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ดีกว่าได้อย่างน่าชื่นชม เริ่มตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูทันสมัยขึ้น และภายในที่สวยงามกว่าเดิม เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดใหม่ คือการแก้ไขอย่างตรงจุด มันให้ทั้งสมรรถนะที่ดีขึ้น ความนุ่มนวลในการขับขี่ และแสดงให้เห็นว่า MG ก็แคร์เสียงเรียกร้องจากผู้บริโภคเช่นกัน

            ความสนุกคือหัวใจหลักที่ MG3 อยากจะสื่อสารซึ่งเรามองว่ารถรุ่นนี้ทำได้ดีในแนวทางของตัวเอง มันให้ความสนุกในการขับขี่ได้จริงๆ และคุณก็จะสนุกไปกับฟังก์ชันการใช้งานที่มีให้เล่นอย่างมากมาย ที่เหลือก็คือความคุ้มค่าที่เปรียบเหมือนเครื่องหมายการค้าของรถแบรนด์นี้ ซึ่งในรุ่นท็อป 1.5 V ราคา 6.29 แสนบาทที่เราได้ทดสอบนั้น ออปชันและอุปกรณ์ต่างๆ ให้มาครบครันมากสุดๆ และคุณจะได้รับแพ็คเกจใช้งานระบบอัจฉริยะ i-SMART ฟรี เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกัน 4 ปี หรือ 120,000 กม. ให้ใช้กันจนลืมไปเลย ขณะรุ่นรองท็อป 1.5 X ราคา 5.89 แสนบาท ออปชันจะไม่เต็มเท่ารุ่นท็อปแต่เราก็ยังมองว่าคุ้มค่าอยู่ในราคาไม่เกิน 6 แสนบาท 

            รถยนต์คันแรกของใครหลายๆ คนอาจต้องควานหาและพิจารณาอย่างรอบคอบกว่าจะได้มาครอบครองสักคันหนึ่ง แต่ถ้าเอาความคุ้มค่าเป็นปัจจัยหลัก ชื่อ MG3 จะไม่ทำให้ผิดหวัง แล้วคุณจะพบกับความสนุกสนานในการขับขี่ ออปชันแบบครบๆ และรูปลักษณ์หน้าที่ทันสมัยที่พร้อมจะทำให้การใช้ชีวิตร่วมกับเพื่อนเดินทางคันนี้มีแต่ความสุขในทุกๆ วัน

ข้อมูลสำหรับผู้ซื้อ

  • รถยนต์ที่ทดสอบ: MG3 รุ่น 1.5 V 
  • ราคา: 629,000 บาท
  • เครื่องยนต์: เบนซิน 4 สูบ 1.5 ลิตร
  • กำลังสูงสุด: 112 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที
  • แรงบิดสูงสุด: 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที
  • ระบบส่งกำลัง: อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อมโหมด Sport
  • 0-100 กม./ชม.: 14.7 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด: 178 กม./ชม.
  • อัตราสิ้นเปลือง: 13 กม./ลิตร (ประมาณ)

Gallery

Top