For a better experience please change your browser to CHROME, FIREFOX, OPERA or Internet Explorer.

Drive – Mercedes-Benz S-Class S500e

สัมผัสแรก Large Executive สุดหรูคันนี้ ได้อัพเกรดขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 ทวินเทอร์โบ พร้อมพ่วงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นรถที่ทรงพลัง และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่าคันไหนๆ 

The S500e เป็นรถโมเดลใหม่อีกรุ่นหนึ่งที่ทาง Mercedes-Benz ประเทศไทย เปิดตัวว่าเป็นยนตรกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในตลาดเซ็กเมนต์นี้ อีกทั้งรถใหม่ยังมาพร้อมกันถึง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น S500e Exclusive และ S500e AMG Premium โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 6,390,000 และ 6,990,000 บาทตามลำดับ

รถ S500e เปลี่ยนมาใช้ขุมพลังเบนซิน V6 ทวินเทอร์โบขนาด 3.0 ลิตร แถมยังทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 80 กิโลวัตต์ ซึ่งผลที่ได้จาก\ขุมพลังทั้งสองนี้ทำให้เจ้า S-Class เป็นรถที่ทรงพลังด้วยกำลังถึง 333 แรงม้า มีแรงฉุดลากถึง 480 นิวตัน-เมตร อีกทั้งรถใหม่ยังปล่อยไอเสียต่ำเพียง 62 กรัม/กม.

11

การขับขี่เป็นอย่างไร?

เมื่อมองดูจากภายนอก ใช่แล้วมันเป็นรถขนาดใหญ่มาก แน่นอนว่าน้ำหนักมันมีมากกว่า 2 ตัน เหมือนกับ S-Class รุ่นก่อนๆ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน เพราะรถรุ่นนี้มันสามารถไต่ระดับความเร็วถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาไม่นาน อีกทั้งการเร่งแซงคันต่อคันมันก็ทำให้การขับขี่เป็นเรื่องที่ง่ายมาก

ถึงกระนั้นแล้ว ตัวรถมันก็มีอาการเอียงของตัวถังอยู่บ้างเมื่อต้องเข้าโค้ง แต่การขับขี่นั้นมันให้ความมั่นใจได้มากเช่นเดียวกัน ซึ่งพวงมาลัยมันให้ความหนักแน่นในความเร็วสูง ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางโค้ง และมันยังทำงานได้คล่องแคล่วเมื่อวิ่งในความเร็วต่ำ

สำหรับการทำงานของเครื่อง V6 มันประสานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างลงตัว เราแทบจะไม่พบอาการสะดุดเมื่อตัดไปใช้ระบบ EV เลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด Tronic Pluse มันก็ทำงานได้อย่างเรียบลื่น แม้กระทั่งการเหยียบคิกดาวน์ก็ทำงานด้วยความนุ่มนวล

นอกจากนี้ สุ้มเสียงของเครื่องยนต์ มันก็ยังไพเราะน่าฟัง แต่ทว่าเสียงที่เล็ดลอดเข้ามายังห้องโดยสารนั้นมีน้อยมาก รวมถึงเสียงลมที่ฟาดผ่านกระจกบังลมด้านหน้า หรือจะเป็นเสียงล้อบดถนนด้วยความเร็ว นั่นจึงทำให้การโดยสารและการขับขี่ S500e เป็นเรื่องสุนทรีย์ใจ

ทั้งนี้ S-Class ที่ถึงแม้ว่าจะให้ช่วงล่างแบบถุงลม (AIRMATIC) มา แต่ทว่าเบาะนั่งแถวหน้าจะรู้สึกถึงแรงสะเทือนจากผิวถนนมากกว่าเบาะนั่งแถวหลังที่มีความนุ่มสบายมากกว่า ซึ่งมันเหมาะกับการเป็นรถที่ซื้อมานั่งโดยสารเองอย่างแท้จริง

2.ภาพใหญ

33

แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 10 นิ้ว ดูได้ชัดเจน ซึ่งเจ้าของรถสามารถเลือกเมนูผ่านพวงมาลัยได้โดยตรง

ระบบไฮบริดลดมลพิษ

รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด S-Class 500e เป็นรุ่นที่ปรับแต่งมาค่อนข้างมาก ซึ่งผลที่ได้ทำให้มันเป็นรถที่น่าใช้คันหนึ่ง ด้วยตัวเลขการปล่อยมลพิษในระดับที่ต่ำกว่า 100 กรัม/กม. ซึ่งสวนทางกับพละกำลังที่มีมากอย่างล้นเหลือ

อีกทั้งเจ้าของรถยังสามารถใช้งานในโหมด EV เพียงอย่างเดียว ในรัศมีการเดินทางถึง 31 กิโลเมตร (เมื่อแบตเตอรีเต็ม) สามารถทำความเร็วสูงสุดในโหมดนี้ได้ถึง 140 กม./ชม.อีกทั้งการขับขี่ด้วยไฟฟ้ามันก็มีโหมดให้เลือกถึง 4 รูปแบบ เช่นเดียวกับรถรุ่นน้องอย่าง C350e ได้แก่ โหมดระบบ HYBRID, E-MODE, E-SAVE, CHARGE

56

ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว จะส่งแรงสะเทือนมากเมื่อนั่งเบาะด้านหน้า แต่ไม่มีผลกับเบาะนั่งด้านหลังที่มีความนุ่มสบายอย่างที่สุด

การตกแต่งเป็นอย่างไร?

รถโมเดลใหม่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในระดับไมเนอร์เท่านั้น เพื่อรองรับกับระบบปลั๊กอินสำหรับการชาร์จไฟกับไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งภายนอกรถไม่ว่าเป็นรุ่นตกแต่งแบบใดก็จะมีฝาปิดที่ชาร์จไฟอยู่ทางฝั่งขวาของด้านท้ายรถ ขณะเดียวกันพื้นที่สัมภาระด้านท้ายก็มีขนาดเล็กลงกว่ารถ Hybrid รุ่นก่อนหน้า

สำหรับทางด้านภายในของรถใหม่ อุปกรณ์พื้นฐานที่มาพร้อมกับตัวรถนั้น ยังเหมือนกับโฉมก่อนทุกประการ แต่ทั้งนี้แล้วจะเพิ่มปุ่มการใช้งานระบบไฮบริดเข้าไป ซึ่งจะติดตั้งอยู่บริเวณปุ่ม COMMAND ควบคุมระบบสาระความบันเทิง โดยนอกเหนือจากนี้แล้ว รถใหม่ยังมีจอแสดงผล Head-up Display ให้มาด้วย

ส่วนพื้นที่เบาะด้านหลัง แน่นอนมันเป็นตำแหน่งที่นั่งได้สบายที่สุดของรถ แถมยังมาพร้อมกับอุปกรณ์มากมายอย่างเช่น ฟังก์ชันอุ่นเบาะนั่ง ระบบนวด 6 รูปแบบ แถมมีที่รองขาปรับได้ให้มาเช่นเดิม นอกจากนี้แล้วผู้โดยสารยังปรับตำแหน่งเบาะนั่งด้านหน้าเพื่อเพิ่มพื้นที่ตอนหลังได้ด้วย

44

เบาะนั่งของรถรุ่นนี้คือที่สุดของความสบาย และผู้โดยสารสามารถควบคุมเครื่องเล่นได้แม้จะนั่งด้านหลัง

67

ช่อง Plug-In สำหรับชาร์จไฟ จะใช้เวลาชาร์จแบตเตอรีอยู่ประมาณ 4 ชั่วโมงถึงจะเต็ม และสามารถวิ่งในโหมด EV ได้ 31 กิโลเมตร

สรุปรถคันนี้เป็นอย่างไร?

S500e โมเดลล่าสุดนี้มีราคาที่แพงกว่าโฉมเก่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ทว่ามันก็เป็นรถยนต์ที่ขึ้นชื่อว่าปล่อยมลพิษระดับต่ำมาก นอกเหนือจากนี้ หากเจ้าของรถอยากซื้อไว้ใช้สำหรับบริษัท รุ่น Exclusive ราคา 6,390,000 บาท ดูคุ้มค่าและหรูหราด้วยอุปกรณ์พื้นฐานที่ให้มาของ Merc ก็นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว

อย่างไรก็ตามสำหรับรุ่น AMG Premium ราคา 6,990,000 บาท มันดูสปอร์ตขึ้นด้วยล้อลาย AMG ขนาด 20 นิ้ว แถมยังเพิ่มรายละเอียดการตกแต่งภายในที่หรูหรากว่า ไม่ใช่แค่เท่านั้น จะยังได้รับจอ Head-up Display เพิ่มเข้ามา สำหรับรุ่นย่อยนี้เพียงรุ่นเดียว 

Top